ด่วนที่สุด! น้ำเหนือมาแล้ว เตือน 11 จังหวัดเตรียมรับมือด่วน ระดับน้ำพุ่งสูงกว่าปัจจุบัน
ด่วนที่สุด! น้ำเหนือมาแล้ว เตือน 11 จังหวัดเตรียมรับมือด่วน ระดับน้ำพุ่งสูงกว่าปัจจุบัน
ข่าวภูมิภาค

ด่วนที่สุด! น้ำเหนือมาแล้ว เตือน 11 จังหวัดเตรียมรับมือด่วน ระดับน้ำพุ่งสูงกว่าปัจจุบัน

ฟังข่าวนี้

วันที่ 25 สิงหาคม 2569 นายเดช เล็กวิชัย รองอธิบดี ปฏิบัติราชการแทนอธิบดีกรมชลประทาน ทำหนังสือแจ้งเตือนสถานการณ์น้ำลุ่มเจ้าพระยา ฉบับที่ 1 ถึงผู้ว่าราชการจังหวัด 11 จังหวัดในพื้นที่ลุ่มน้ำเจ้าพระยา ได้แก่ อุทัยธานี ชัยนาท สิงห์บุรี อ่างทอง พระนครศรีอยุธยา สุพรรณบุรี ลพบุรี ปทุมธานี นนทบุรี สมุทรปราการ และกรุงเทพมหานคร เพื่อให้หน่วยงานและประชาชนเตรียมพร้อมรับมือสถานการณ์น้ำที่อาจเพิ่มสูงขึ้น

กรมชลประทานระบุว่า จากการพยากรณ์อากาศของกรมอุตุนิยมวิทยา ช่วงวันที่ 22-24 สิงหาคม 2569 ประเทศไทยจะมีฝนฟ้าคะนองและฝนตกหนักในบางพื้นที่ โดยเฉพาะบริเวณด้านตะวันตกของภาคเหนือ ภาคกลาง และภาคตะวันออก เนื่องจากร่องมรสุมเลื่อนขึ้นไปพาดผ่านประเทศเมียนมา ประเทศลาวตอนบน และเข้าสู่พายุโซนร้อน นาร์รา บริเวณเกาะไหหลำ ประเทศจีน ประกอบกับมรสุมตะวันตกเฉียงใต้ที่มีกำลังค่อนข้างแรงยังพัดปกคลุมทะเลอันดามัน ประเทศไทย และอ่าวไทย

ส่วนในช่วงวันที่ 25-28 สิงหาคม 2569 บริเวณด้านตะวันตกของภาคเหนือ ภาคกลาง ภาคตะวันออก และภาคใต้ฝั่งตะวันตก จะมีฝนเพิ่มขึ้น และมีฝนตกหนักถึงหนักมากบางแห่ง จากอิทธิพลของมรสุมตะวันตกเฉียงใต้ที่ยังคงพัดปกคลุมทะเลอันดามัน ประเทศไทย และอ่าวไทย

จากการประเมินสถานการณ์น้ำและการคาดการณ์ล่วงหน้า 1-9 วันของกรมชลประทาน คาดว่าในวันที่ 28 สิงหาคม 2569 ที่สถานีวัดน้ำ C.2 อำเภอเมือง จังหวัดนครสวรรค์ จะมีปริมาณน้ำไหลผ่านประมาณ 1,000-1,100 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที ขณะที่ปริมาณน้ำจากลำน้ำสาขาคาดว่าจะอยู่ที่ประมาณ 60-100 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที ส่งผลให้ปริมาณน้ำเหนือเขื่อนเจ้าพระยาเพิ่มขึ้นเป็นประมาณ 1,100-1,200 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที

ขณะเดียวกัน กรมชลประทานจะรับน้ำเข้าสู่ระบบชลประทานทั้ง 2 ฝั่งของลุ่มน้ำเจ้าพระยาในอัตราประมาณ 400-450 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที ทำให้มีความจำเป็นต้องระบายน้ำผ่านท้ายเขื่อนเจ้าพระยาในอัตราระหว่าง 700-1,000 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที

การระบายน้ำดังกล่าวจะทำให้ระดับน้ำเพิ่มสูงขึ้นจากปัจจุบันประมาณ 0.60-1.50 เมตร โดยเฉพาะพื้นที่ลุ่มต่ำนอกคันกั้นน้ำบริเวณอำเภอเสนา อำเภอผักไห่ อำเภอบางบาล อำเภอพระนครศรีอยุธยา อำเภอบางปะอิน และอำเภอบางไทร จังหวัดพระนครศรีอยุธยา ทั้งนี้จะไม่ส่งผลกระทบต่อพื้นที่ชุมชน

อย่างไรก็ตาม หากมีปริมาณน้ำเหนือเพิ่มสูงขึ้นจนทำให้ปริมาณน้ำที่ไหลผ่านเขื่อนเจ้าพระยามากกว่า 1,000 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที กรมชลประทานจะมีการแจ้งให้ทราบต่อไป

เพื่อเตรียมความพร้อมรับมือสถานการณ์ดังกล่าว กรมชลประทานจึงขอให้พื้นที่ 11 จังหวัดในลุ่มน้ำเจ้าพระยา หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง รวมถึงประชาชนที่อาศัยอยู่บริเวณริมสองฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยาและแม่น้ำน้อย ติดตามสถานการณ์น้ำอย่างใกล้ชิดต่อไป

ข่าวที่เกี่ยวข้อง
ข่าวที่คุณอาจสนใจ