สุดเศร้า ลูกได้รับข้อความปริศนา ก่อนติดต่อพ่อแม่ไม่ได้ โทรแจ้งตร.ให้ไปดู สุดท้ายพบร่าง 2 ผัวเมีย เสียชีวิตในบ้าน
สุดเศร้า ลูกได้รับข้อความปริศนา ก่อนติดต่อพ่อแม่ไม่ได้ โทรแจ้งตร.ให้ไปดู สุดท้ายพบร่าง 2 ผัวเมีย เสียชีวิตในบ้าน
ข่าวสังคม - โซเชียล

สุดเศร้า ลูกได้รับข้อความปริศนา ก่อนติดต่อพ่อแม่ไม่ได้ โทรแจ้งตร.ให้ไปดู สุดท้ายพบร่าง 2 ผัวเมีย เสียชีวิตในบ้าน

ฟังข่าวนี้

เมื่อเวลา 20.30 น. วันที่ 14 สิงหาคม 2569 ร.ต.ต.พุทธสิทธิ์ พงษ์พันธ์ รอง สว.(สอบสวน) สภ.เมืองลำปาง รับแจ้งเหตุพบผู้เสียชีวิตภายในบ้านพักแห่งหนึ่ง บริเวณหน้าวัดศรีเกิด อ.เมืองลำปาง จึงประสานเจ้าหน้าที่สมาคมกู้ภัยสว่างนครลำปาง กู้ชีพโรงพยาบาลลำปาง แพทย์เวร โรงพยาบาลลำปาง เจ้าหน้าที่ศูนย์พิสูจน์หลักฐาน 5 ลำปาง และตำรวจสายตรวจ เข้าตรวจสอบ

ที่เกิดเหตุเป็นบ้าน 2 ชั้น ครึ่งไม้ครึ่งปูน ลักษณะ 3 คูหา โดยบริเวณห้องกลางเจ้าหน้าที่พบว่าประตูเหล็กถูกล็อกจากด้านใน จึงใช้อุปกรณ์งัดประตูเข้าไปตรวจสอบ พบศพชาย อายุ 58 ปี นอนเสียชีวิตอยู่บริเวณใต้บันไดขึ้นชั้น 2 ส่วนบนชั้น 2 ภายในห้องนอน พบศพหญิง อายุประมาณ 55-58 ปี อีก 1 ราย

เจ้าหน้าที่จึงร่วมกันตรวจสอบและชันสูตรเบื้องต้น ก่อนนำศพทั้งสองส่งแผนกนิติเวช โรงพยาบาลลำปาง เพื่อชันสูตรหาสาเหตุการเสียชีวิตอย่างละเอียด

จากการสอบสวนเบื้องต้นทราบว่า ลูกชายของผู้เสียชีวิต ซึ่งอยู่ที่กรุงเทพฯ พยายามโทรศัพท์ติดต่อพ่อแม่ แต่ไม่มีใครรับสาย จึงเกิดความเป็นห่วงและแจ้งให้ตำรวจสายตรวจเข้าตรวจสอบ เมื่อเจ้าหน้าที่เดินทางมาถึงพบว่าประตูบ้านถูกล็อกและเรียกอยู่นานไม่มีผู้ใดตอบรับ จึงตัดสินใจงัดประตูเข้าไป ก่อนพบศพทั้งสองอยู่ภายในบ้าน

สำหรับผู้เสียชีวิตทั้งสองรายประกอบอาชีพขายน้ำปั่น โดยเช่าบ้านหลังดังกล่าวเปิดเป็นร้าน แต่ระยะหลังมีรายได้ไม่เพียงพอกับค่าใช้จ่าย และบางเดือนยังค้างค่าเช่าบ้าน จึงมีการพูดคุยกับลูกชายเกี่ยวกับปัญหาดังกล่าว

นอกจากนี้ เจ้าหน้าที่ยังพบข้อความสนทนาในโทรศัพท์มือถือ ซึ่งเป็นข้อความสุดท้ายที่ผู้เสียชีวิตส่งถึงลูกชาย ระบุเพียงคำว่า “ลาก่อน” ก่อนที่ลูกชายจะไม่สามารถติดต่อทั้งสองได้ และตัดสินใจแจ้งเจ้าหน้าที่ให้เข้าตรวจสอบ

เบื้องต้นเจ้าหน้าที่อยู่ระหว่างตรวจสอบพยานหลักฐาน โดยตั้งข้อสันนิษฐานว่า ฝ่ายชายอาจก่อเหตุทำร้ายฝ่ายหญิงก่อน จากนั้นจึงลงมาทำร้ายตัวเอง อย่างไรก็ตาม ยังไม่สามารถสรุปสาเหตุหรือเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นได้อย่างแน่ชัด ต้องรอผลชันสูตรและการตรวจสอบหลักฐานจากเจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐาน รวมถึงสอบปากคำบุคคลที่เกี่ยวข้องอย่างละเอียด เพื่อดำเนินการตามขั้นตอนทางกฎหมายต่อไป

ข่าวที่เกี่ยวข้อง
ข่าวที่คุณอาจสนใจ