วันที่ 10 สิงหาคม 2569 กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) แจ้งเตือนประชาชนใน 6 จังหวัดภาคกลาง ได้แก่ ปทุมธานี นนทบุรี นครปฐม สมุทรสาคร สมุทรสงคราม และสมุทรปราการ รวมถึงกรุงเทพมหานคร เฝ้าระวังสถานการณ์น้ำทะเลหนุนสูง ระหว่างวันที่ 10-17 สิงหาคม 2569 โดยเฉพาะช่วงเวลา 18.00-21.00 น. ซึ่งอาจทำให้ระดับน้ำในแม่น้ำและคลองเพิ่มสูงขึ้น จนเกิดน้ำล้นตลิ่งและไหลเข้าท่วมพื้นที่ลุ่มต่ำริมแม่น้ำและคลอง รวมถึงชุมชนนอกแนวคันกั้นน้ำและพื้นที่ที่ไม่มีแนวป้องกันน้ำถาวร
นายธีรพัฒน์ คัชมาตย์ อธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) เปิดเผยว่า กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย ในฐานะกองอำนวยการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยกลาง (กอปภ.ก.) ได้รับแจ้งจากกรมอุทกศาสตร์ กองทัพเรือ ตามประกาศฉบับที่ 10/2569 ลงวันที่ 7 สิงหาคม 2569 เรื่องสภาวะระดับน้ำในแม่น้ำเจ้าพระยาบริเวณป้อมพระจุลจอมเกล้าและพื้นที่ใกล้เคียง ระหว่างวันที่ 10-17 สิงหาคม 2569
จากประกาศดังกล่าว ระบุว่า ช่วงเวลา 18.00-21.00 น. เป็นช่วงที่คาดว่าจะมีระดับน้ำทะเลหนุนสูง ซึ่งอาจส่งผลให้ระดับน้ำในแม่น้ำและคลองเพิ่มสูงขึ้น และเกิดสภาวะน้ำล้นตลิ่ง โดยพื้นที่ลุ่มต่ำริมแม่น้ำและคลอง ตลอดจนชุมชนนอกแนวคันกั้นน้ำหรือบริเวณที่ไม่มีแนวป้องกันน้ำถาวร มีความเสี่ยงที่จะได้รับผลกระทบจากน้ำไหลเข้าท่วม
สำหรับพื้นที่ที่ต้องเฝ้าระวังสถานการณ์น้ำทะเลหนุนสูง ระหว่างวันที่ 10-17 สิงหาคม 2569 ได้แก่
- ภาคกลาง 6 จังหวัด และกรุงเทพมหานคร ได้แก่
- จ.ปทุมธานี (อำเภอเมืองปทุมธานี และอำเภอสามโคก)
- จ.นนทบุรี (อำเภอเมืองนนทบุรี ปากเกร็ด และอำเภอบางกรวย)
- จ.นครปฐม (อำเภอบางเลน นครชัยศรี และอำเภอสามพราน)
- จ.สมุทรสาคร (ทุกอำเภอ)
- จ.สมุทรสงคราม (ทุกอำเภอ)
- จ.สมุทรปราการ (อำเภอเมืองสมุทรปราการ พระสมุทรเจดีย์ พระประแดง และอำเภอบางบ่อ)

ทั้งนี้ กองอำนวยการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยกลาง (กอปภ.ก.) โดยกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย ได้ประสานไปยัง 6 จังหวัดภาคกลางและกรุงเทพมหานคร ให้ติดตามและเฝ้าระวังสถานการณ์น้ำทะเลหนุนสูง พร้อมประชาสัมพันธ์ให้ประชาชนรับทราบช่วงเวลาที่คาดว่าจะเกิดน้ำทะเลหนุนสูง รวมถึงแจ้งเตือนหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ภาคเอกชนที่ประกอบกิจการบริเวณแม่น้ำและคลอง เช่น งานก่อสร้างเขื่อนป้องกันตลิ่ง แพร้านอาหาร ตลอดจนประชาชนที่พักอาศัยอยู่ริมแม่น้ำและบริเวณจุดเสี่ยงที่เป็นพื้นที่ลุ่มต่ำริมแม่น้ำ ให้ติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิดและเตรียมพร้อมรับมือ
นอกจากนี้ ขอให้ประสานองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องตรวจสอบความมั่นคงของแนวคันกั้นน้ำ พร้อมจัดเตรียมเครื่องจักรกลสาธารณภัยและเจ้าหน้าที่ รวมถึงทีมปฏิบัติการให้พร้อมเข้าช่วยเหลือประชาชนในพื้นที่เสี่ยงได้ทันที และสามารถปฏิบัติงานได้ตลอด 24 ชั่วโมง
ประชาชนสามารถติดตามข้อมูลและประกาศแจ้งเตือนภัยผ่านแอปพลิเคชัน THAI DISASTER ALERT รวมถึงแจ้งเหตุและขอความช่วยเหลือผ่านไลน์ ปภ.รับแจ้งเหตุ1784 และสายด่วนนิรภัย 1784 ได้ตลอด 24 ชั่วโมง