รัฐบาลประกาศแจ้งด่วน! ถึงผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ 8.3 แสนคน
รัฐบาลประกาศแจ้งด่วน! ถึงผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ 8.3 แสนคน
ข่าวเศรษฐกิจ

รัฐบาลประกาศแจ้งด่วน! ถึงผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ 8.3 แสนคน

ฟังข่าวนี้

วันที่ 9 สิงหาคม 2569 น.ส.รัชดา ธนาดิเรก โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า รัฐบาลเร่งอำนวยความสะดวกให้ประชาชนในการยืนยันตัวตน (e-KYC) และการยื่นขอทบทวนสิทธิ พร้อมเดินหน้าประชาสัมพันธ์เชิงรุก เพื่อป้องกันไม่ให้ผู้ที่มีสิทธิได้รับสวัสดิการต้องตกหล่นหรือเสียสิทธิ เนื่องจากไม่ทราบขั้นตอนหรือไม่สะดวกในการดำเนินการ

จากข้อมูล ณ วันที่ 8 สิงหาคม 2569 พบว่า จำนวนผู้ยืนยันตัวตนและผู้ยื่นขอทบทวนสิทธิเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง หลังหน่วยงานในพื้นที่เร่งประชาสัมพันธ์และจัดช่องทางบริการให้ประชาชนเข้าถึงได้ง่ายขึ้น

สำหรับผู้ได้รับสิทธิรายใหม่จำนวน 3.1 ล้านคน ขณะนี้มีผู้ยืนยันตัวตนแล้ว 2.3 ล้านคน หรือ 73% ขณะที่ยังมีผู้ไม่ได้ยืนยันตัวตนประมาณ 8.3 แสนคน หรือ 27% ลดลงจากเดิมที่มีอยู่ประมาณ 9.8 แสนคน หรือ 31%

รัฐบาลจึงขอเชิญชวนผู้ได้รับสิทธิรายใหม่เร่งยืนยันตัวตน เพื่อให้สามารถเริ่มใช้สิทธิได้ตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2569 โดยกระทรวงการคลังเปิดให้ยืนยันตัวตนได้จนถึงวันที่ 12 มกราคม 2570

จังหวัดที่มีผู้ยังไม่ได้ยืนยันตัวตนจำนวนมาก ได้แก่ นครราชสีมา นครศรีธรรมราช อุบลราชธานี บุรีรัมย์ และขอนแก่น ซึ่งรัฐบาลได้กำชับหน่วยงานในพื้นที่เร่งประชาสัมพันธ์และอำนวยความสะดวกแก่ประชาชน เพื่อให้ผู้มีสิทธิเข้าถึงสวัสดิการได้อย่างครบถ้วน

ขณะที่การยื่นขอทบทวนสิทธิ ล่าสุดมีผู้ยื่นคำร้องแล้วประมาณ 4.2 ล้านคน เพิ่มขึ้นจาก 4.1 ล้านคน แต่ยังมีประชาชนที่ไม่ได้ยื่นขอทบทวนสิทธิอีกประมาณ 5 ล้านคน รัฐบาลจึงขอให้ผู้ที่ต้องการรักษาสิทธิเร่งดำเนินการภายในวันที่ 31 สิงหาคม 2569

จังหวัดที่มีสัดส่วนการยื่นขอทบทวนสิทธิสูงที่สุด ได้แก่ ลำปาง 60% นราธิวาส 59% ปัตตานี 58% ยะลา 54% และแพร่ 53% สะท้อนให้เห็นว่าการลงพื้นที่ประชาสัมพันธ์และการอำนวยความสะดวกของหน่วยงานในพื้นที่ ช่วยให้ประชาชนสามารถเข้าถึงสิทธิได้มากขึ้น

น.ส.รัชดา กล่าวว่า รัฐบาลจะติดตามสถานการณ์และอำนวยความสะดวกแก่ประชาชนอย่างเต็มที่จนถึงวันสุดท้าย พร้อมขอให้ผู้ที่ยังไม่ได้ดำเนินการเร่งยืนยันตัวตนหรือยื่นขอทบทวนสิทธิภายในระยะเวลาที่กำหนด เพื่อไม่ให้พลาดสวัสดิการที่ควรได้รับ

สำหรับช่องทางการให้บริการ รัฐบาลเตรียมไว้หลายช่องทาง ได้แก่ แอปพลิเคชัน “ทางรัฐ” แอปพลิเคชัน “เป๋าตัง” เว็บไซต์โครงการ ธนาคารของรัฐทั้ง 5 แห่ง และศูนย์ One Stop Service (OSS) ณ ที่ว่าการอำเภอทั้ง 878 แห่งทั่วประเทศ

นอกจากนี้ ยังมอบหมายให้ผู้ว่าราชการจังหวัด นายอำเภอ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น กำนัน และผู้ใหญ่บ้าน ร่วมลงพื้นที่ช่วยเหลือผู้สูงอายุ ผู้พิการ และประชาชนกลุ่มเปราะบางที่ไม่สะดวกใช้บริการออนไลน์ เพื่อให้ประชาชนที่มีสิทธิได้รับสวัสดิการสามารถดำเนินการได้อย่างทั่วถึง

ข่าวที่เกี่ยวข้อง