แจ้งเตือนด่วน! ปภ. ประกาศรายชื่อ 39 จังหวัด ฝนตกหนัก เสี่ยงน้ำท่วมฉับพลัน 18-21 ส.ค. นี้
แจ้งเตือนด่วน! ปภ. ประกาศรายชื่อ 39 จังหวัด ฝนตกหนัก เสี่ยงน้ำท่วมฉับพลัน 18-21 ส.ค. นี้
ข่าวภูมิภาค

แจ้งเตือนด่วน! ปภ. ประกาศรายชื่อ 39 จังหวัด ฝนตกหนัก เสี่ยงน้ำท่วมฉับพลัน 18-21 ส.ค. นี้

ฟังข่าวนี้

เมื่อเวลา 19.20 น. วันที่ 16 สิงหาคม 2569 ที่ผ่านมา กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) แจ้ง 39 จังหวัด ภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และภาคกลาง เฝ้าระวังน้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลาก ดินโคลนถล่ม และน้ำท่วมขัง ส่วนภาคใต้ 3 จังหวัด ได้แก่ ระนอง พังงา และภูเก็ต เฝ้าระวังคลื่นลมแรง ในช่วงวันที่ 18 - 21 ส.ค. 69 โดยให้จัดทีมปฏิบัติการและเครื่องจักรกลสาธารณภัยเข้าประจำพื้นที่เสี่ยง เพื่อเผชิญเหตุและช่วยเหลือประชาชนทันทีที่เกิดภัย โดยเฉพาะจุดเสี่ยงที่เคยเกิดน้ำท่วมบ่อยครั้งให้เร่งระบายน้ำออกเพื่อลดผลกระทบให้ได้มากที่สุด รวมถึงแจ้งเตือนให้ประชาชนทราบล่วงหน้า และให้ปฏิบัติตามคำแนะนำของทางราชการ

นายธีรพัฒน์ คัชมาตย์ อธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) เปิดเผยว่า กองอำนวยการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยกลาง (กอปภ.ก.) ได้ติดตามสภาวะอากาศและพิจารณาปัจจัยเสี่ยง ประกอบกับกรมอุตุนิยมวิทยา ได้มีประกาศ เรื่อง ฝนตกหนักถึงหนักมากบริเวณประเทศไทยตอนบน (มีผลกระทบในช่วงวันที่ 18 - 21 สิงหาคม 2569) ฉบับที่ 2 (156/2569) ประกาศ ณ วันที่ 16 สิงหาคม 2569 เวลา 05.00 น. แจ้งว่า ในช่วงวันที่ 18 - 21 สิงหาคม 2569 ประเทศไทยจะมีฝนตกหนักถึงหนักมากบางแห่ง โดยเฉพาะบริเวณภาคเหนือ และภาคตะวันออกเฉียงเหนือ เนื่องจากร่องมรสุมพาดผ่านภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบน ประกอบกับมรสุมตะวันตกเฉียงใต้ที่พัดปกคลุมทะเลอันดามัน ประเทศไทย และอ่าวไทย จะมีกำลังค่อนข้างแรง

สำหรับคลี่นลมบริเวณทะเลอันดามันตอนบนจะมีกำลังค่อนข้างแรง ในช่วงวันที่ 19 - 21 สิงหาคม 2569 โดยมีคลื่นสูง 2 - 3 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 3 เมตร ส่วนทะเลอันดามันตอนล่างและอ่าวไทยตอนบนมีคลื่นสูงประมาณ 2 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 2 เมตร โดยมีพื้นที่คาดว่าจะเกิดฝนตกหนัก อาจเกิดน้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลาก ดินโคลนถล่ม น้ำท่วมขัง และคลื่นลมแรง ระหว่างวันที่ 18 - 21 สิงหาคม 2569 แยกเป็น

พื้นที่เฝ้าระวังสถานการณ์น้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลาก ดินโคลนถล่ม และน้ำท่วมขัง

ภาคเหนือ 17 จังหวัด ได้แก่

- จังหวัดแม่ฮ่องสอน

- จังหวัดเชียงใหม่

- จังหวัดเชียงราย

- จังหวัดลำพูน

- จังหวัดลำปาง

- จังหวัดพะเยา

- จังหวัดแพร่

- จังหวัดน่าน

- จังหวัดอุตรดิตถ์

- จังหวัดตาก

- จังหวัดสุโขทัย

- จังหวัดกำแพงเพชร

- จังหวัดพิษณุโลก

- จังหวัดพิจิตร

- จังหวัดเพชรบูรณ์

- จังหวัดนครสวรรค์

- จังหวัดอุทัยธานี

ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ 15 จังหวัด ได้แก่

- จังหวัดเลย

- จังหวัดหนองคาย

- จังหวัดบึงกาฬ

- จังหวัดหนองบัวลำภู

- จังหวัดอุดรธานี

- จังหวัดสกลนคร

- จังหวัดนครพนม

- จังหวัดกาฬสินธุ์

- จังหวัดมุกดาหาร

- จังหวัดร้อยเอ็ด

- จังหวัดยโสธร

- จังหวัดอำนาจเจริญ

- จังหวัดสุรินทร์

- จังหวัดศรีสะเกษ

- จังหวัดอุบลราชธานี

ภาคกลาง 7 จังหวัด ได้แก่

- จังหวัดกาญจนบุรี

- จังหวัดราชบุรี

- จังหวัดสระบุรี

- จังหวัดนครนายก

- จังหวัดปราจีนบุรี

- จังหวัดจันทบุรี

- จังหวัดตราด

พื้นที่เฝ้าระวังสถานการณ์คลื่นลมแรง

ภาคใต้ 3 จังหวัด ได้แก่

- จังหวัดระนอง (อำเภอเมืองระนอง อำเภอกะเปอร์ และอำเภอสุขสำราญ)

- จังหวัดพังงา (อำเภอคุระบุรี อำเภอตะกั่วป่า อำเภอท้ายเหมือง อำเภอตะกั่วทุ่ง และอำเภอเกาะยาว)

- จังหวัดภูเก็ต (ทุกอำเภอ)

กองอำนวยการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยกลาง โดยกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย จึงได้ประสานแจ้ง 42 จังหวัด ภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคกลาง และภาคใต้ รวมถึงศูนย์ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยเขตในพื้นที่เสี่ยงภัย ให้เตรียมพร้อมรับมือกับปริมาณฝนที่เพิ่มขึ้นและมีฝนตกหนักถึงหนักมาก ซึ่งอาจทำให้เกิดอุทกภัย โดยกำชับให้จัดเจ้าหน้าที่ติดตามสภาพอากาศ ปริมาณฝน และสถานการณ์น้ำในพื้นที่อย่างใกล้ชิด พร้อมจัดทีมปฏิบัติการพร้อมเครื่องจักรกลสาธารณภัยเข้าประจำพื้นที่เสี่ยงเพื่อเผชิญเหตุและให้การช่วยเหลือประชาชนได้อย่างทันท่วงที โดยเฉพาะในพื้นที่เสี่ยงและบริเวณที่มีฝนตกสะสมมากกว่า 90 มิลลิเมตร ใน 24 ชั่วโมง พื้นที่จุดเสี่ยงที่เคยเกิดน้ำท่วมบ่อยครั้งให้เร่งระบายน้ำออก เพื่อลดผลกระทบให้ได้มากที่สุด ตลอดจนจัดเตรียมศูนย์พักพิงชั่วคราวให้พร้อมรองรับผู้อพยพให้เพียงพอ สำหรับสถานที่ท่องเที่ยวธรรมชาติ โดยเฉพาะถ้ำน้ำตก ถ้ำลอด หากมีความเสี่ยงเกิดสถานการณ์ภัยให้ประกาศแจ้งเตือนและปิดกั้นไม่ให้บุคคลเข้าพื้นที่

ในกรณีที่มีคลื่นลมแรง ขอให้ประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องออกประกาศหรือติดตั้งสัญญาณแจ้งเตือนบริเวณชายฝั่งทะเลห้ามนักท่องเที่ยวเล่นน้ำโดยเด็ดขาด และให้แจ้งชาวเรือ ผู้บังคับเรือ และผู้ประกอบการเดินเรือโดยสารเพิ่มความระมัดระวังในการเดินเรือ หากสถานการณ์มีแนวโน้มรุนแรงให้พิจารณาห้ามเดินเรือเด็ดขาด พร้อมจัดเจ้าหน้าที่เฝ้าระวังพื้นที่เสี่ยงภัย และช่วยเหลือประชาชน ตลอด 24 ชั่วโมง พร้อมทั้งประชาสัมพันธ์ให้ประชาชนติดตามข้อมูลสภาวะอากาศและข่าวสารจากทางราชการอย่างใกล้ชิด รวมถึงแจ้งเตือนประชาชนในพื้นที่เสี่ยงทราบล่วงหน้าเพื่อให้เตรียมพร้อมรับมือและปฏิบัติตามคำแนะนำจากทางราชการเพื่อความปลอดภัย

ในระยะนี้ขอให้ประชาชนติดตามสภาพอากาศ ประกาศการแจ้งเตือนภัย สถานการณ์น้ำในพื้นที่ และข่าวสารจากทางราชการอย่างต่อเนื่อง โดยสามารถติดตามข่าวสารการแจ้งเตือนภัยที่แอปพลิเคชัน THA DISASTER ALERT และแจ้งเหตุขอความช่วยเหลือทางไลน์ ปภ.รับแจ้งเหตุ 1784 รวมถึงสายด่วนนิรภัย 1784 ตลอด 24 ชั่วโมง เพื่อประสานให้การช่วยเหลือต่อไป

ข่าวที่เกี่ยวข้อง
ข่าวที่คุณอาจสนใจ