วันที่ 21 เม.ย. 2569 เวลาประมาณ 14.00 น. ชาย อายุ 64 ปี ชาว ต. พระกลางทุ่ง อ. ธาตุพนม จ. นครพนม เจ้าของเวที-เครื่องเสียง พร้อมภรรยา ได้เดินทางเข้าพบ พ.ต.ท. ประเสริฐศักดิ์ นวลบัตร สารวัตรสอบสวน สภ. ธาตุพนม หลังเกิดเหตุ ด.ช. อายุ 11 ขวบ ถูกไฟดูดจนเสียชีวิตข้างเสาลำโพง นักร้องลูกทุ่งหมอลำที่กำลังทำการแสดง มองลงมาพบว่าผิดสังเกต จึงประกาศให้คนเข้าช่วยเหลือ แต่ไม่เป็นผล เหตุเกิดเมื่อคืนวันที่ 15 เม.ย. ที่ผ่านมา
เบื้องต้น พนักงานสอบสวนได้เชิญเจ้าของเวทีมาสอบปากคำในฐานะพยาน ซึ่งเจ้าของเวทีไม่ได้ตอบคำถามหรือให้รายละเอียดแก่ผู้สื่อข่าวแต่อย่างใด และหลังเข้าพบพนักงานสอบสวนประมาณ 1 ชั่วโมง สองสามีภรรยาก็รีบขึ้นรถเก๋ง ขับออกจากโรงพักไปทันที
จากนี้ เจ้าหน้าที่ตำรวจจะเชิญเทศบาลตำบลธาตุพนม นักร้อง นักดนตรี เข้าสอบปากคำเป็นลำดับต่อไป เพื่อสรุปสำนวนแจ้งข้อกล่าวหาผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับเหตุสลดดังกล่าว ในพื้นที่พบ ชาย อายุ 58 ปี พ่อของ ด.ช. ที่เสียชีวิต พบว่าคุณพ่อมีสีหน้าอิดโรยอย่างเห็นได้ชัด ภายในบ้านมีรูปลูกชายแขวนไว้ที่ขอบหน้าต่าง เคียงข้างกับรูปของลูกสาวคนโตที่เสียชีวิตในวัย 11 ขวบ เมื่อปลายปี 2567
คุณพ่อ เล่าว่า ตั้งแต่ลูกจากไป ถือเป็นคืนแรกที่กลับมานอนบ้าน ไม่รู้จะนอนหลับไหม ก่อนหน้านี้เวลากลับเข้าบ้านลูกชายจะเล่นดื้อซนตามประสาเด็ก วันนี้ไม่มีเขาแล้วรู้สึกเงียบวังเวงมาก ใจจริงอยากเจอน้อง ให้เขามาเข้าฝัน จะได้ถามว่าอยู่ทางนั้นเป็นอย่างไร ทางเจ้าของเวทีเครื่องเสียง ไม่รู้หน้าตาเป็นอย่างไร จวบจนทุกวันนี้ยังไม่เคยมาแสดงความเสียใจอะไร งานศพก็ไม่มา งานเผาก็ไม่เห็น จิตใจตนตอนนี้บอบช้ำ ในเมื่อสูญเสียไปแล้วก็ไม่มีอะไรมาทดแทนได้ ได้แต่เหลียวดูรูปลูกสาวลูกชายที่แขวนไว้
ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่ตำรวจ เผยว่า คดีนี้ไม่มีอะไรซับซ้อน แต่ต้องไล่สอบทีละคนเพราะมีตัวละครหลายคน เบื้องต้นพอจะเห็นภาพแล้วว่าต้นเหตุเกิดจากตรงไหน แต่ต้องสอบปากคำให้ครบทุกคนที่มีส่วนเกี่ยวข้อง โดยตัวผู้กระทำความผิดประมาทเลินเล่อจนเป็นเหตุให้ผู้อื่นเสียชีวิตรู้ตัวดีอยู่แล้ว ที่ไม่ยอมรับผิดก็เพื่อประวิงเวลาเท่านั้น