วันที่ 25 มิถุนายน 2569 กรมอุตุนิยมวิทยา ออกประกาศพยากรณ์อากาศประเทศไทยในช่วง 24 ชั่วโมงข้างหน้า ระบุว่าประเทศไทยยังคงมีฝนฟ้าคะนองกระจายหลายพื้นที่ และมีฝนตกหนักบางแห่งในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคกลาง กรุงเทพมหานครและปริมณฑล ภาคตะวันออก รวมถึงภาคใต้ฝั่งตะวันตก สาเหตุจากอิทธิพลของมรสุมตะวันตกเฉียงใต้กำลังปานกลางที่พัดปกคลุมทะเลอันดามัน ประเทศไทย และอ่าวไทย ร่วมกับหย่อมความกดอากาศต่ำบริเวณตอนบนของประเทศเวียดนาม จึงขอให้ประชาชนระวังอันตรายจากฝนฟ้าคะนอง ฝนตกหนัก และฝนสะสมที่อาจก่อให้เกิดน้ำท่วมขังในบางพื้นที่
ในส่วนของสภาวะทะเล บริเวณทะเลอันดามันตอนบนมีคลื่นสูงประมาณ 2 เมตร ขณะที่ทะเลอันดามันตอนล่างและอ่าวไทยตอนบนมีคลื่นสูงราว 1-2 เมตร และในบริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นอาจสูงมากกว่า 2 เมตร กรมอุตุนิยมวิทยาแนะนำให้ชาวเรือเพิ่มความระมัดระวังในการเดินเรือ และหลีกเลี่ยงพื้นที่ที่มีพายุฝนฟ้าคะนอง
ขณะเดียวกัน พายุโซนร้อนกำลังแรง เมขลา ซึ่งมีศูนย์กลางอยู่บริเวณมหาสมุทรแปซิฟิกทางตะวันออกของเกาะไต้หวัน มีแนวโน้มเคลื่อนตัวไปทางตอนใต้ของประเทศญี่ปุ่นในช่วงวันที่ 25-27 มิถุนายน 2569 ทั้งนี้ พายุดังกล่าวไม่มีทิศทางเคลื่อนเข้าสู่ประเทศไทย

ภาคเหนือ
มีฝนฟ้าคะนองร้อยละ 40 ของพื้นที่ โดยพบมากบริเวณแม่ฮ่องสอน เชียงใหม่ เชียงราย พะเยา น่าน ตาก กำแพงเพชร พิษณุโลก และเพชรบูรณ์ อุณหภูมิต่ำสุด 23-28 องศาเซลเซียส และอุณหภูมิสูงสุด 33-37 องศาเซลเซียส ลมตะวันตกเฉียงใต้ความเร็ว 10-20 กิโลเมตรต่อชั่วโมง
ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ
มีฝนฟ้าคะนองร้อยละ 40 ของพื้นที่ และมีฝนตกหนักบางแห่ง บริเวณหนองคาย บึงกาฬ อุดรธานี สกลนคร นครพนม นครราชสีมา และบุรีรัมย์ อุณหภูมิต่ำสุด 24-26 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 35-38 องศาเซลเซียส ลมตะวันตกเฉียงใต้ความเร็ว 10-20 กิโลเมตรต่อชั่วโมง
ภาคกลาง
มีฝนฟ้าคะนองร้อยละ 40 ของพื้นที่ และมีฝนตกหนักบางแห่ง บริเวณสระบุรี พระนครศรีอยุธยา สุพรรณบุรี กาญจนบุรี ราชบุรี นครปฐม สมุทรสาคร และสมุทรสงคราม อุณหภูมิต่ำสุด 23-26 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 36-38 องศาเซลเซียส ลมตะวันตกเฉียงใต้ความเร็ว 10-20 กิโลเมตรต่อชั่วโมง
ภาคตะวันออก
มีฝนฟ้าคะนองร้อยละ 40 ของพื้นที่ และมีฝนตกหนักบางแห่ง บริเวณนครนายก ฉะเชิงเทรา ระยอง จันทบุรี และตราด อุณหภูมิต่ำสุด 24-26 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 32-37 องศาเซลเซียส ลมตะวันตกเฉียงใต้ความเร็ว 15-35 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ทะเลมีคลื่นสูง 1-2 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 2 เมตร
ภาคใต้ (ฝั่งตะวันออก)
มีฝนฟ้าคะนองร้อยละ 40 ของพื้นที่ บริเวณเพชรบุรี สุราษฎร์ธานี นครศรีธรรมราช สงขลา ยะลา และนราธิวาส อุณหภูมิต่ำสุด 23-26 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 33-36 องศาเซลเซียส
ตั้งแต่สุราษฎร์ธานีขึ้นไป ลมตะวันตกเฉียงใต้ความเร็ว 15-35 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ทะเลมีคลื่นสูงประมาณ 1 เมตร ห่างฝั่ง 1-2 เมตร และบริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 2 เมตร
ตั้งแต่นครศรีธรรมราชลงไป ลมตะวันตกเฉียงใต้ความเร็ว 15-30 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ทะเลมีคลื่นสูงประมาณ 1 เมตร และบริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 2 เมตร
ภาคใต้ (ฝั่งตะวันตก)
มีฝนฟ้าคะนองร้อยละ 60 ของพื้นที่ และมีฝนตกหนักบางแห่ง บริเวณระนอง พังงา ภูเก็ต และกระบี่ อุณหภูมิต่ำสุด 23-26 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 31-34 องศาเซลเซียส
ตั้งแต่พังงาขึ้นไป ลมตะวันตกเฉียงใต้ความเร็ว 20-35 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ทะเลมีคลื่นสูงประมาณ 2 เมตร และบริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 2 เมตร
ตั้งแต่ภูเก็ตลงไป ลมตะวันตกเฉียงใต้ความเร็ว 15-35 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ทะเลมีคลื่นสูง 1-2 เมตร และบริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 2 เมตร
กรุงเทพมหานครและปริมณฑล
มีฝนฟ้าคะนองร้อยละ 60 ของพื้นที่ และมีฝนตกหนักบางแห่ง อุณหภูมิต่ำสุด 25-27 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 35-37 องศาเซลเซียส ลมตะวันตกเฉียงใต้ความเร็ว 10-20 กิโลเมตรต่อชั่วโมง