หนุ่ม LGBTQ วัย 28 ปี จบชีวิตสลดที่เพิงพักข้างบ้าน เพื่อนชายแทบช็อกไม่คิดว่าจะลาโลกจริง เผยแชทสุดท้ายเพิ่งส่งรูปมือจับเชือก ก่อนขาดการติดต่อ จากกรณี เมื่อวันที่ 28 มี.ค.69 เวลา 09.30 น. ร.ต.ท.นฤบดินทร์ บุตรวัง สว.(สอบสวน) สภ.เมือง สภ.เมืองอุดรธานี รับแจ้งเหตุมีคนผูกคอเสียชีวิต ภายในบ้านพัก หมู่ 2 บ้านหนองตูม ต.บ้านจั่น อ.เมือง จ.อุดรธานี จึงประสานแพทย์นิติเวช โรงพยาบาลอุดรธานี และเจ้าหน้าที่มูลนิธิส่งเสริมธรรมแห่งอุดรธานี ร่วมตรวจสอบทันที

ที่เกิดเหตุบริเวณเพิงพักข้างบ้าน พบร่างชาย อายุ 28 ปีเป็นหนุ่ม LGBTQ สภาพนอนหงายอยู่กับพื้น โดยมีเชือกไนลอนวางอยู่ข้างตัว ซึ่งญาติได้นำร่างลงมาก่อนเจ้าหน้าที่มาถึง ตรวจสอบเบื้องต้นพบรอยรัดบริเวณลำคอ คาดเสียชีวิตมาแล้วไม่ต่ำกว่า 8 ชั่วโมง ญาติไม่ติดใจสาเหตุการเสียชีวิต เจ้าหน้าที่จึงนำศพส่งโรงพยาบาล เพื่อรอญาติติดต่อรับไปบำเพ็ญกุศลตามประเพณี

ตาของผู้เสียชีวิต อายุ 76 ปี เป็นคนพบร่างคนแรก เปิดเผยว่า หลานชายมักบ่นเรื่องความรักที่อกหักมาตลอดช่วงเดือนที่ผ่านมา ก่อนเกิดเหตุเมื่อคืนยังนั่งดื่มเบียร์กับญาติหน้าบ้านตามปกติ และยังพูดคุยกันว่าให้มาอยู่ด้วยไม่ต้องกังวลเรื่องใด โดยผู้ตายมีอาชีพรับจ้างทั่วไป ไม่ได้มีงานประจำ ตนเชื่อว่าสาเหตุอาจมาจากเรื่องความรักที่ไม่สมหวังและอกหกซ้ำแล้วซ้ำเล่า
ด้านเพื่อนอายุ 28 ปี ระบุว่า ผู้เสียชีวิตเป็นคนนิสัยดี แต่ช่วงหลังมักน้อยใจและเก็บความเครียดไว้คนเดียว ไม่คิดว่าจะคิดสั้นแบบนี้ ขณะที่น้าของผู้เสียชีวิต เล่าว่า คืนเกิดเหตุช่วงตี 2 ยังนั่งสังสรรค์กันอยู่หน้าบ้าน ก่อนแยกย้ายกันไป โดยยังนัดกันว่าช่วงเช้าจะทำขนมจีนกินและไปงมหอยด้วยกัน กระทั่งเช้าวันนี้ไม่พบตัวและติดต่อไม่ได้ จึงออกตามหาก่อนมาพบเป็นศพ ยอมรับว่าหลานเคยบ่นทั้งเรื่องความรักเรื่องตกงาน ไม่มีเงินใช้ แต่ไม่คิดว่าจะลงมือก่อเหตุแบบนี้

ระหว่างสัมภาษณ์น้านั้น ชายหนุ่มอายุ 33 ปี แฟนของผู้เสียชีวิต ได้เดินทางมาที่บ้านและโผเข้ากอดน้าและยายด้วยความเสียใจ พร้อมเผยว่า ผู้ตายน่าจะเครียดเรื่องค่าใช้จ่ายและปัญหาส่วนตัว โดยก่อนหน้านี้ทั้งคู่มีปากเสียงและแยกกันอยู่ตั้งแต่เดือนก่อน แต่ยังติดต่อกันตามปกติ แฟนหนุ่มยังให้ข้อมูลกับตำรวจว่า ช่วงเวลาประมาณ 02.40 น. ผู้เสียชีวิตได้ส่งภาพเชือกสีแดงมาให้ทางแชท ตนพยายามห้าม แต่หลังเวลา 02.52 น. ก็ไม่สามารถติดต่อได้อีก
ด้านยายของผู้เสียชีวิต ระบุว่า หลานเป็นคนร่าเริง เพื่อนฝูงรักใคร่ หลังแม่เสียชีวิต พ่อแยกทางไป อยู่กับตายายและน้ามาโดยตลอด ไม่เคยบ่นปัญหาให้ฟังชัดเจน จึงไม่ทราบสาเหตุที่แท้จริงของการตัดสินใจครั้งนี้ เบื้องต้นเจ้าหน้าที่สันนิษฐานว่าอาจเกิดจากความเครียดสะสมจากปัญหาชีวิตส่วนตัวและการงาน อย่างไรก็ตามจะสอบสวนรายละเอียดเพิ่มเติมเพื่อสรุปสาเหตุที่แท้จริงต่อไป