จากกรณีอุบัติเหตุร้ายแรง เมื่อวันที่ 14 มกราคม 2569 ขบวนรถไฟด่วนพิเศษที่ 21 เส้นทางสถานีกลางกรุงเทพอภิวัฒน์-อุบลราชธานี ถูกรถเครนซึ่งใช้ในการก่อสร้างโครงการรถไฟทางคู่พังถล่มลงมาทับขบวนรถ บริเวณช่วงระหว่างสถานีหนองน้ำขุ่น-สถานีสีคิ้ว บ้านถนนคต ตำบลสีคิ้ว อำเภอสีคิ้ว จังหวัดนครราชสีมา ส่งผลให้ขบวนรถตกรางและเกิดเพลิงลุกไหม้อย่างรุนแรง มีผู้ได้รับบาดเจ็บและเสียชีวิตจำนวนมาก ตามที่มีการนำเสนอข่าวไปก่อนหน้านี้แล้วนั้น
ความคืบหน้าล่าสุด เมื่อวันที่ 15 มกราคม 2569 เวลา 13.00 น. ผู้สื่อข่าวลงพื้นที่บ้านโพนเขวา หมู่ที่ 1 อำเภอเมืองศรีสะเกษ จังหวัดศรีสะเกษ ซึ่งเป็นบ้านของ นางชยาณี วรรณทวี อายุ 60 ปี หนึ่งในผู้เสียชีวิตจากเหตุการณ์ดังกล่าว บรรยากาศเต็มไปด้วยความโศกเศร้า ญาติพี่น้องและเพื่อนบ้านต่างพากันมาให้กำลังใจครอบครัวผู้สูญเสีย
จากการสอบถามทราบว่า นางชยาณี โดยสารรถไฟขบวนดังกล่าว เพื่อเดินทางมารับ นางจันที วรรณทวี อายุ 82 ปี มารดา ที่จังหวัดศรีสะเกษ เพื่อพาไปร่วมงานรับปริญญาของหลาน ซึ่งสำเร็จการศึกษาระดับปริญญาตรีและมีกำหนดจัดพิธีในช่วงปลายเดือนนี้ ที่จังหวัดชลบุรี แต่กลับเกิดเหตุสลดขึ้นเสียก่อน

นายฤทธิเดช วรรณทวี อายุ 57 ปี น้องชายของผู้เสียชีวิต เปิดเผยว่า พี่สาวของตนเดินทางไปมาระหว่างจังหวัดชลบุรีและศรีสะเกษเป็นประจำ เพื่อพาแม่ไปหาหมอและดูแลเรื่องการทำนา โดยตนเป็นผู้ไปจองตั๋วรถไฟให้พี่สาวด้วยตนเอง ก่อนเกิดเหตุยังมีการติดต่อพูดคุยกันตลอด ครั้งสุดท้ายที่ได้คุยกัน พี่สาวแจ้งว่านั่งรถไฟมาถึงจังหวัดพระนครศรีอยุธยาแล้ว หลังจากนั้นไม่สามารถติดต่อได้อีก โทรศัพท์ติดแต่ไม่มีผู้รับสาย
นายฤทธิเดช กล่าวต่อว่า ช่วงแรกพยายามตรวจสอบรายชื่อผู้บาดเจ็บและเสียชีวิตจากโรงพยาบาลหลายแห่ง แต่ไม่พบชื่อพี่สาว ทำให้ยังมีความหวังว่าพี่สาวอาจปลอดภัย กระทั่งเวลาประมาณ 16.00 น. ของวันที่ 14 มกราคม ได้รับโทรศัพท์จากญาติที่ทำงานอยู่ในการรถไฟสถานีสีคิ้ว แจ้งว่ามีผู้เสียชีวิตใช้นามสกุล วรรณทวี จึงรีบติดต่อไปยังโรงพยาบาล และยืนยันได้ว่าพี่สาวเสียชีวิตจากเหตุการณ์ดังกล่าว สร้างความเสียใจแก่ครอบครัวเป็นอย่างมาก

ในส่วนของการเยียวยา นายฤทธิเดช ระบุว่า ขณะนี้ครอบครัวยังไม่ทราบรายละเอียดว่าหน่วยงานใดจะเข้ามารับผิดชอบดูแลหรือเยียวยาอย่างไรบ้าง โดยขณะนี้ญาติกำลังดำเนินการติดต่อขอรับร่างผู้เสียชีวิตจากโรงพยาบาลสีคิ้ว เพื่อนำกลับมาประกอบพิธีบำเพ็ญกุศลศพที่จังหวัดศรีสะเกษ บ้านเกิด
ต่อมา นายธาตรี สิริรุ่งวนิช รองผู้ว่าราชการจังหวัดศรีสะเกษ พร้อมคณะ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ได้ลงพื้นที่เพื่อให้กำลังใจครอบครัวผู้เสียชีวิต พร้อมมอบเงินช่วยเหลือเยียวยาเบื้องต้น และแสดงความเสียใจอย่างสุดซึ้งต่อเหตุการณ์ความสูญเสียที่เกิดขึ้น

รองผู้ว่าราชการจังหวัดศรีสะเกษ กล่าวว่า ทางจังหวัดจะเร่งดำเนินการให้ความช่วยเหลือและเยียวยาครอบครัวผู้ประสบภัยอย่างเต็มที่ ทั้งด้านจิตใจ การอำนวยความสะดวกในการจัดงานศพ และการช่วยเหลือด้านเงินเยียวยาตามระเบียบที่เกี่ยวข้อง ยอมรับว่าเมื่อทราบว่าผู้เสียชีวิตเป็นชาวจังหวัดศรีสะเกษ รู้สึกตกใจและเสียใจเป็นอย่างมาก และไม่คาดคิดว่าเหตุการณ์ร้ายแรงเช่นนี้จะเกิดขึ้น
ผู้สื่อข่าวจังหวัดศรีสะเกษ รายงาน