วันที่ 24 กันยายน 2569 มีรายงาน สำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน หรือ สตง. เปิดเผยผลการตรวจสอบกรณีการจัดเก็บภาษีโรงเรือนและที่ดิน รวมถึงค่าธรรมเนียมใบอนุญาตให้ใช้สถานที่ประกอบกิจการที่เป็นอันตรายต่อสุขภาพ ขององค์การบริหารส่วนตำบลแห่งหนึ่ง ในช่วงปีงบประมาณ 2559-2561 หลังพบหลักฐานอันควรเชื่อได้ว่า การใช้จ่ายเงินแผ่นดินมีพฤติการณ์เข้าข่ายทุจริตต่อหน้าที่ จึงแจ้งผลการตรวจสอบไปยังคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ หรือ ป.ป.ช. เพื่อดำเนินการตามหน้าที่และอำนาจต่อไป
ต่อมา ป.ป.ช. ในฐานะโจทก์ ได้ยื่นฟ้องอดีตลูกจ้างประจำขององค์การบริหารส่วนตำบลดังกล่าวเป็นจำเลย ในความผิดต่อตำแหน่งหน้าที่ราชการ ความผิดเกี่ยวกับเอกสาร และความผิดตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต
จากการไต่สวนพยานหลักฐาน ประกอบกับสำนวนการตรวจสอบของ สตง. ศาลรับฟังข้อเท็จจริงได้ว่า ระหว่างวันที่ 18 มีนาคม 2559 ถึงวันที่ 28 กันยายน 2561 จำเลยมีหน้าที่รับผิดชอบด้านการจัดเก็บภาษีอากรและค่าธรรมเนียมต่าง ๆ ของ อบต. และอาศัยโอกาสที่ตนเป็นผู้ปฏิบัติงานจัดเก็บรายได้เพียงคนเดียว กระทำความผิดหลายรูปแบบ
พฤติการณ์ที่ตรวจพบประกอบด้วย การเขียนจำนวนเงินในสำเนาใบเสร็จรับเงินให้ต่ำกว่าจำนวนที่ได้รับจริง ก่อนนำเงินส่วนต่างไปเป็นของตนเอง การนำใบเสร็จรับเงินของผู้ประกอบการรายอื่นมาแก้ไขหรือปลอมแปลงข้อมูล แล้วนำไปใช้กับผู้ชำระภาษีรายใหม่โดยไม่นำเงินส่งเข้าคลัง รวมถึงการลงวันที่ในสำเนาใบเสร็จรับเงินให้คลาดเคลื่อนจากความเป็นจริง เพื่อปกปิดการนำส่งเงินล่าช้า
นอกจากนี้ ยังมีกรณีรับเงินจากผู้ชำระภาษีแล้วไม่ออกใบเสร็จรับเงินให้ทันที ส่งผลให้องค์การบริหารส่วนตำบลได้รับความเสียหายรวมเป็นเงิน 136,360 บาท
ในชั้นพิจารณาคดี จำเลยให้การปฏิเสธและยกข้อต่อสู้หลายประเด็น ทั้งเรื่องการกระทำโดยสุจริต การอ้างว่าคดีขาดอายุความ รวมถึงกรณีที่ไม่มีการตรวจพิสูจน์ลายมือชื่อในข้อหาปลอมเอกสาร
อย่างไรก็ตาม ศาลพิเคราะห์แล้วเห็นว่า พยานหลักฐานของโจทก์ ทั้งคำให้การของเจ้าหน้าที่ผู้ตรวจสอบและพยานเอกสารซึ่งเป็นใบเสร็จรับเงินต่าง ๆ มีความสอดคล้องกัน จึงเห็นว่าข้อต่อสู้ของจำเลยไม่มีน้ำหนักเพียงพอให้รับฟัง
ศาลวินิจฉัยว่า การกระทำของจำเลยเป็นความผิดหลายกรรมต่างกัน จึงให้ลงโทษทุกกรรมเป็นกระทงความผิด เมื่อนำโทษทุกกระทงมารวมกัน ศาลกำหนดโทษจำคุกรวม 64 ปี
อย่างไรก็ตาม เนื่องจากทางไต่สวนพยานหลักฐานของจำเลยเป็นประโยชน์ต่อการพิจารณาคดีอยู่บ้าง ศาลเห็นว่ามีเหตุบรรเทาโทษ จึงลดโทษให้กระทงละหนึ่งในสาม ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 คงเหลือโทษจำคุกเป็นเวลา 36 ปี 80 เดือน พร้อมมีคำสั่งให้จำเลยชดใช้เงินจำนวนรวม 136,360 บาท ให้ตกเป็นของแผ่นดิน
สำหรับความคืบหน้าของคดี ล่าสุดคดียังไม่ถึงที่สุด และคาดว่าจะมีการยื่นอุทธรณ์ในลำดับถัดไป โดยขณะนี้ยังอยู่ระหว่างที่ ป.ป.ช. รับข้อมูลเข้าสู่กระบวนการดำเนินงานต่อไป
เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดการกระทำผิดในลักษณะเดียวกันขึ้นอีก ทุกส่วนราชการควรเพิ่มความระมัดระวังในการดำเนินงาน โดยเฉพาะการแบ่งแยกหน้าที่ไม่ให้การปฏิบัติงานกระจุกอยู่กับบุคคลเพียงคนเดียว การควบคุมและตรวจสอบความถูกต้องของใบเสร็จรับเงินและเอกสารทางการเงิน การกำกับติดตามงานจากผู้บังคับบัญชาอย่างใกล้ชิด ตลอดจนการปลูกฝังหลักธรรมาภิบาล และสร้างความตระหนักถึงความผิดทางวินัยการเงินการคลัง