ไม่รอด! ศาลสั่งคุกอดีตลูกจ้าง อบต. 36 ปี 80 เดือน เปิดพฤติการณ์ทุจริตสุดอื้อฉาว
ไม่รอด! ศาลสั่งคุกอดีตลูกจ้าง อบต. 36 ปี 80 เดือน เปิดพฤติการณ์ทุจริตสุดอื้อฉาว
ข่าวการเมือง

ไม่รอด! ศาลสั่งคุกอดีตลูกจ้าง อบต. 36 ปี 80 เดือน เปิดพฤติการณ์ทุจริตสุดอื้อฉาว

ฟังข่าวนี้

วันที่ 24 กันยายน 2569 มีรายงาน สำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน หรือ สตง. เปิดเผยผลการตรวจสอบกรณีการจัดเก็บภาษีโรงเรือนและที่ดิน รวมถึงค่าธรรมเนียมใบอนุญาตให้ใช้สถานที่ประกอบกิจการที่เป็นอันตรายต่อสุขภาพ ขององค์การบริหารส่วนตำบลแห่งหนึ่ง ในช่วงปีงบประมาณ 2559-2561 หลังพบหลักฐานอันควรเชื่อได้ว่า การใช้จ่ายเงินแผ่นดินมีพฤติการณ์เข้าข่ายทุจริตต่อหน้าที่ จึงแจ้งผลการตรวจสอบไปยังคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ หรือ ป.ป.ช. เพื่อดำเนินการตามหน้าที่และอำนาจต่อไป

ต่อมา ป.ป.ช. ในฐานะโจทก์ ได้ยื่นฟ้องอดีตลูกจ้างประจำขององค์การบริหารส่วนตำบลดังกล่าวเป็นจำเลย ในความผิดต่อตำแหน่งหน้าที่ราชการ ความผิดเกี่ยวกับเอกสาร และความผิดตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต

จากการไต่สวนพยานหลักฐาน ประกอบกับสำนวนการตรวจสอบของ สตง. ศาลรับฟังข้อเท็จจริงได้ว่า ระหว่างวันที่ 18 มีนาคม 2559 ถึงวันที่ 28 กันยายน 2561 จำเลยมีหน้าที่รับผิดชอบด้านการจัดเก็บภาษีอากรและค่าธรรมเนียมต่าง ๆ ของ อบต. และอาศัยโอกาสที่ตนเป็นผู้ปฏิบัติงานจัดเก็บรายได้เพียงคนเดียว กระทำความผิดหลายรูปแบบ

พฤติการณ์ที่ตรวจพบประกอบด้วย การเขียนจำนวนเงินในสำเนาใบเสร็จรับเงินให้ต่ำกว่าจำนวนที่ได้รับจริง ก่อนนำเงินส่วนต่างไปเป็นของตนเอง การนำใบเสร็จรับเงินของผู้ประกอบการรายอื่นมาแก้ไขหรือปลอมแปลงข้อมูล แล้วนำไปใช้กับผู้ชำระภาษีรายใหม่โดยไม่นำเงินส่งเข้าคลัง รวมถึงการลงวันที่ในสำเนาใบเสร็จรับเงินให้คลาดเคลื่อนจากความเป็นจริง เพื่อปกปิดการนำส่งเงินล่าช้า

นอกจากนี้ ยังมีกรณีรับเงินจากผู้ชำระภาษีแล้วไม่ออกใบเสร็จรับเงินให้ทันที ส่งผลให้องค์การบริหารส่วนตำบลได้รับความเสียหายรวมเป็นเงิน 136,360 บาท

ในชั้นพิจารณาคดี จำเลยให้การปฏิเสธและยกข้อต่อสู้หลายประเด็น ทั้งเรื่องการกระทำโดยสุจริต การอ้างว่าคดีขาดอายุความ รวมถึงกรณีที่ไม่มีการตรวจพิสูจน์ลายมือชื่อในข้อหาปลอมเอกสาร

อย่างไรก็ตาม ศาลพิเคราะห์แล้วเห็นว่า พยานหลักฐานของโจทก์ ทั้งคำให้การของเจ้าหน้าที่ผู้ตรวจสอบและพยานเอกสารซึ่งเป็นใบเสร็จรับเงินต่าง ๆ มีความสอดคล้องกัน จึงเห็นว่าข้อต่อสู้ของจำเลยไม่มีน้ำหนักเพียงพอให้รับฟัง

ศาลวินิจฉัยว่า การกระทำของจำเลยเป็นความผิดหลายกรรมต่างกัน จึงให้ลงโทษทุกกรรมเป็นกระทงความผิด เมื่อนำโทษทุกกระทงมารวมกัน ศาลกำหนดโทษจำคุกรวม 64 ปี

อย่างไรก็ตาม เนื่องจากทางไต่สวนพยานหลักฐานของจำเลยเป็นประโยชน์ต่อการพิจารณาคดีอยู่บ้าง ศาลเห็นว่ามีเหตุบรรเทาโทษ จึงลดโทษให้กระทงละหนึ่งในสาม ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 คงเหลือโทษจำคุกเป็นเวลา 36 ปี 80 เดือน พร้อมมีคำสั่งให้จำเลยชดใช้เงินจำนวนรวม 136,360 บาท ให้ตกเป็นของแผ่นดิน

สำหรับความคืบหน้าของคดี ล่าสุดคดียังไม่ถึงที่สุด และคาดว่าจะมีการยื่นอุทธรณ์ในลำดับถัดไป โดยขณะนี้ยังอยู่ระหว่างที่ ป.ป.ช. รับข้อมูลเข้าสู่กระบวนการดำเนินงานต่อไป

เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดการกระทำผิดในลักษณะเดียวกันขึ้นอีก ทุกส่วนราชการควรเพิ่มความระมัดระวังในการดำเนินงาน โดยเฉพาะการแบ่งแยกหน้าที่ไม่ให้การปฏิบัติงานกระจุกอยู่กับบุคคลเพียงคนเดียว การควบคุมและตรวจสอบความถูกต้องของใบเสร็จรับเงินและเอกสารทางการเงิน การกำกับติดตามงานจากผู้บังคับบัญชาอย่างใกล้ชิด ตลอดจนการปลูกฝังหลักธรรมาภิบาล และสร้างความตระหนักถึงความผิดทางวินัยการเงินการคลัง

ข่าวที่เกี่ยวข้อง
ข่าวที่คุณอาจสนใจ