ครม.เคาะแล้ว! เปิดเงื่อนไข ประกันภัยพิบัติแห่งชาติ คุ้มครองทั้งบ้านและชีวิต
ครม.เคาะแล้ว! เปิดเงื่อนไข ประกันภัยพิบัติแห่งชาติ คุ้มครองทั้งบ้านและชีวิต
ข่าวการเมือง

ครม.เคาะแล้ว! เปิดเงื่อนไข ประกันภัยพิบัติแห่งชาติ คุ้มครองทั้งบ้านและชีวิต

ฟังข่าวนี้

เมื่อเวลา 14.00 น. วันที่ 15 กันยายน 2569 ที่ทำเนียบรัฐบาล นายเอกภพ เพียรพิเศษ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี แถลงผลการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ว่า ที่ประชุม ครม.มีมติเห็นชอบการจัดให้มี ระบบประกันภัยพิบัติแห่งชาติ ตามที่กระทรวงมหาดไทยเสนอ เพื่อปรับแนวทางการบริหารจัดการภัยพิบัติของภาครัฐ จากเดิมที่เน้นการช่วยเหลือเยียวยาหลังเกิดเหตุ มาเป็นการบริหารและถ่ายโอนความเสี่ยงล่วงหน้าผ่านระบบประกันภัย

นายเอกภพ กล่าวว่า แนวทางดังกล่าวเป็นการปรับระบบรับมือภัยพิบัติของรัฐบาลจากการตั้งรับเมื่อเกิดเหตุ ไปสู่การวางแผนบริหารความเสี่ยงไว้ล่วงหน้า เนื่องจากปัจจุบันภัยพิบัติมีแนวโน้มเกิดบ่อยครั้งและทวีความรุนแรงมากขึ้น ขณะที่ไม่สามารถคาดการณ์ได้อย่างแน่นอนว่าพื้นที่ใดจะได้รับผลกระทบ

ดังนั้น ระบบประกันภัยจะเข้ามาเป็นเครื่องมือในการบริหารความเสี่ยง โดยภาครัฐสามารถประเมินและกำหนดล่วงหน้าว่า ความเสี่ยงส่วนใดจะอยู่ในความรับผิดชอบของรัฐ และส่วนใดสามารถกระจายหรือถ่ายโอนไปยังระบบประกันภัยได้ ซึ่งจะช่วยลดความไม่แน่นอนของภาระงบประมาณ และทำให้ประชาชนสามารถเข้าถึงเงินช่วยเหลือหรือค่าสินไหมทดแทนได้รวดเร็วยิ่งขึ้น

สำหรับความคุ้มครองด้านที่อยู่อาศัย ระบบดังกล่าวจะครอบคลุมประมาณ 30 ล้านหลังคาเรือน อ้างอิงข้อมูลสถิติจำนวนบ้านของสำนักบริหารการทะเบียน กรมการปกครอง ณ วันที่ 10 กันยายน โดยให้ความคุ้มครองความเสียหายจาก อุทกภัย วาตภัย และแผ่นดินไหว ภายใต้วงเงินสูงสุด 100,000 บาทต่อหลังคาเรือนต่อภัยที่เกิดขึ้น ตามเงื่อนไขที่กำหนดไว้ในกรมธรรม์

รายละเอียดการจ่ายค่าสินไหมทดแทนแบ่งตามประเภทภัย ได้แก่

- อุทกภัย ได้รับค่าสินไหมทดแทนเบื้องต้น 10,000 บาท และสามารถได้รับเพิ่มเติมสูงสุดอีก 90,000 บาทต่อครั้ง

- วาตภัยและแผ่นดินไหว ได้รับค่าสินไหมทดแทนเบื้องต้น 5,000 บาท และสามารถได้รับเพิ่มเติมสูงสุดอีก 95,000 บาทต่อครั้ง

- กรณีเสียชีวิตจากภัยดังกล่าว ให้ความคุ้มครอง 2 ล้านบาทต่อคน

ที่ประชุม ครม. ยังมอบหมายให้สำนักงบประมาณดำเนินการจัดสรรงบประมาณให้สอดคล้องกับกรอบวงเงินและวัตถุประสงค์ที่กำหนดไว้

ขณะที่สำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (สำนักงาน คปภ.) จะร่วมกับสมาคมประกันวินาศภัยไทย ดำเนินการจัดหาผู้รับประกันภัยที่มีมาตรฐาน มีความมั่นคง น่าเชื่อถือ และดำเนินงานอย่างเป็นธรรม โดยต้องมีศักยภาพในการจ่ายค่าสินไหมทดแทนตามกฎหมายได้อย่างรวดเร็ว

ส่วนกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) จะทำหน้าที่เป็นหน่วยรับงบประมาณและดำเนินการเบิกจ่ายให้แก่ผู้รับประกันภัยตามหลักเกณฑ์ที่กำหนด

นายเอกภพกล่าวเพิ่มเติมว่า การจัดตั้งระบบประกันภัยพิบัติแห่งชาติถือเป็นการปรับรูปแบบการรับมือภัยพิบัติของรัฐบาล จากการรอจัดสรรงบประมาณเพื่อเยียวยาผู้ประสบภัยภายหลังเกิดเหตุ มาเป็นการเตรียมระบบบริหารและถ่ายโอนความเสี่ยงไว้ล่วงหน้า เพื่อให้ประชาชนได้รับความคุ้มครองทั้งชีวิตและทรัพย์สิน และสามารถเข้าถึงเงินชดเชยได้รวดเร็วเมื่อเกิดภัยพิบัติ

ขณะเดียวกัน ระบบดังกล่าวจะช่วยให้ภาครัฐสามารถประเมินและบริหารความเสี่ยง กำหนดขอบเขตภาระที่รัฐต้องรับผิดชอบ และวางแผนการใช้จ่ายงบประมาณได้อย่างเป็นระบบ ลดความไม่แน่นอนของภาระงบประมาณจากการเยียวยาหลังเกิดเหตุ และเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารจัดการสาธารณภัยของประเทศ เพื่อรองรับสถานการณ์ภัยพิบัติที่มีแนวโน้มเกิดขึ้นบ่อยครั้งและรุนแรงมากขึ้นในอนาคต

ข่าวที่เกี่ยวข้อง
ข่าวที่คุณอาจสนใจ