เมื่อวันที่ 2 กันยายน 2569 ที่กระทรวงมหาดไทย นายสนธิญา สวัสดี อดีตที่ปรึกษาประธานคณะกรรมาธิการกฎหมาย การยุติธรรมและสิทธิมนุษยชน สภาผู้แทนราษฎร เดินทางมายื่นหนังสือติดตามการตรวจสอบมูลนิธิกันจอมพลังช่วยสู้ เป็นครั้งที่ หนังสือที่พิเศษ 002.09.2569 ลงวันที่ 2 กันยายน 2569 ยื่นถึงนายอรรษิษฐ์ สัมพันธรัตน์ ปลัดกระทรวงมหาดไทย ในฐานะนายทะเบียนมูลนิธิกรุงเทพมหานคร ซึ่งกระทรวงมหาดไทยประทับรับเลขที่ 3258 วันที่ 2 ก.ย. 2569
โดยหนังสือระบุอ้างอิงการร้องเรียนเดิม 2 ครั้ง คือ เอกสารเลขที่พิเศษ 005.04.2569 ลงวันที่ 8 เมษายน 2569 เลขรับ มท. 13453 และเอกสารเลขที่พิเศษ 009.04.2569 ลงวันที่ 30 เมษายน 2569 เลขรับ มท. 16627 ในหนังสือ นายสนธิญาระบุเหตุผลในการร้องว่า ขอให้ตรวจสอบมูลนิธิกันจอมพลังช่วยสู้ ที่เปิดรับบริจาค เรี่ยไร การบริจาคให้ภาคส่วนราชการ การบริหารจัดการมูลนิธิที่ไม่เป็นไปตามกฎหมาย และอาจนำไปสู่การฟอกเงิน หรือนำเงินไปใช้ผิดวัตถุประสงค์ตามที่เรี่ยไรต่อประชาชน

โดยเฉพาะกรณีการนำสิ่งของที่ได้จากการบริจาคไปมอบให้ราชการชายแดน ทั้งตู้คอนเทนเนอร์ รั้ว และกล้อง CCTV ว่ามีการรับมอบตามระเบียบราชการหรือไม่ และเป็นการก้าวก่ายการทำงานของทหารชายแดนหรือไม่ ซึ่งในหนังสือระบุว่า ปัจจุบัน กัน จอมพลัง ไม่สามารถเข้าไปดำเนินการตามแนวชายแดนไทย-กัมพูชาได้แล้ว และไม่มีสิทธิพิเศษใดๆ แล้ว สอดคล้องกับคำให้สัมภาษณ์ นายสนธิญา กล่าวว่า กรณีการที่สถาปนาตัวเองเพื่อที่จะไปตรวจสอบบุคคลหนึ่งบุคคลใด บุคคลนั้นที่จะตรวจสอบผู้อื่น ท่านจะต้องโปร่งใส จะต้องสุจริตและเคร่งครัด บุคคลอื่นก็สามารถตรวจสอบกลับได้
นายสนธิญา กล่าวต่อว่า มูลนิธิทุกมูลนิธิจะต้องรายงานรายรับรายจ่ายทุกเดือนมีนาคมของทุกปี ต่อนายทะเบียนมูลนิธิกรุงเทพมหานคร คือนายปลัดกระทรวงมหาดไทย แต่ตนตั้งข้อสังเกตว่ามูลนิธิดังกล่าวมีรายรับเข้ามาจำนวนมาก แต่ยังไม่มีการรายงานให้ชัดเจน สอดคล้องกับที่นายกรรชัย กำเนิดพลอย เคยตั้งคำถามในรายการ การจดทะเบียนถูกต้องครับ เขาต้องจดถูกต้องอยู่แล้ว ถ้าจดไม่ถูกก็จะเป็นการฉ้อโกงประชาชน แต่เมื่อจดแล้ว มีรายรับเข้ามามากมายมหาศาล คุณก็ต้องรายงานว่ามีเงินเข้ามาเท่าไร กี่ล้าน กี่ร้อยล้าน เมื่อคุณรายงานแล้ว มันก็จะพัวพันไปถึงสรรพากรว่าคุณจะต้องจ่ายภาษีอย่างไร
นายสนธิญา กล่าวว่า ได้ร้องขอให้กรมการปกครองตรวจสอบว่ามูลนิธิได้ปฏิบัติตาม พ.ร.บ.มูลนิธิ สมาคม 2542 , พ.ร.บ.ควบคุมการเรี่ยไร 2487 , ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 131 และประมวลรัษฎากร เรื่องการเสียภาษีและการขออนุญาตเรี่ยไรในแต่ละครั้งหรือไม่ หากพบว่าไม่เป็นไปตามกฎหมาย ขอให้กรมการปกครองส่งเรื่องให้อัยการพิจารณายุบมูลนิธิต่อไป

นายสนธิญา เปิดเผยหลังเข้าพบ ผอ.ศูนย์ดำรงธรรม และเจ้าหน้าที่กรมการปกครองว่า ได้รับรายงานว่ากรมการปกครองสรุปเรื่องค่อนข้างชัดเจนและครบถ้วนแล้ว แต่ยอมรับว่าช่วง 2 เดือนที่ผ่านมามีปัญหาเรื่องผู้บริหารระดับสูง จึงล่าช้า คาดว่าจะแล้วเสร็จทั้งหมดภายในเดือนตุลาคมนี้ กรณีของมูลนิธิกันจอมพลังช่วยสู้ ไม่มีอะไรซับซ้อนเลย เพียงแค่ตรวจว่าเป็นไปตามกระบวนการกฎหมายหรือไม่เท่านั้นเอง ผมรอมาหลายเดือนแล้ว ถ้าภายในตุลาคมนี้ยังไม่เรียบร้อย ผมต้องยื่น ป.ป.ช. เพื่อดำเนินการกับผู้ที่รับผิดชอบในการดูแลเกี่ยวกับมูลนิธิต่อไป
นอกจากนี้ นายสนธิญายังกล่าวถึงกรณีศาลพิพากษาให้พรรคพลังประชารัฐต้องรับผิดชอบค่าใช้จ่ายของผู้สมัคร สส.แม่ฮ่องสอน หลังผู้สมัครถูกเจ้าของร้านป้ายฟ้องเรื่องค่าจ้างทำป้ายหาเสียงหลายแสนบาท ทั้งที่พรรคไม่ได้สนับสนุนค่าสมัครและค่าป้ายเลยแม้แต่บาทเดียว ศาลจึงพิพากษาให้พรรคเป็นผู้รับผิดชอบค่าใช้จ่ายทั้งหมด ซึ่งนายสนธิญามองว่าจะเป็นบรรทัดฐานให้ผู้สมัครอีกเกือบ 100 คนที่ไม่ได้เงินสนับสนุนจากพรรคสามารถเรียกร้องได้ ส่วนตัวนายสนธิญาเองที่ลงสมัครในนามพลังประชารัฐเช่นกัน ระบุว่าใช้เงินไปประมาณ 2-3 หมื่นบาท ไม่ได้ซื้อเสียง ใช้วิธีพบปะปราศรัย ส่วนบุตรสาวที่ใช้จ่ายไปประมาณ 2 แสนกว่าบาท