เมื่อเวลา 10.30 น. วันที่ 28 ส.ค. 69 ที่ศูนย์รับแจ้งความกองบังคับการตำรวจสอบสวนกลาง (บช.ก.) นายสนธิญา สวัสดี อดีตที่ปรึกษาประธานคณะกรรมาธิการการกฎหมาย การยุติธรรมและสิทธิมนุษยชน สภาผู้แทนราษฎร ในฐานะผู้สมัครสมาชิกวุฒิสภา (สว.สอบตก) เขตปทุมวัน กรุงเทพมหานคร และผู้มีส่วนได้เสียในกระบวนการเลือก สว. ได้เดินทางเข้ายื่นหนังสือร้องทุกข์กล่าวโทษต่อ พล.ต.ต.พงศ์ศักดิ์ บุปผา ผู้บังคับการปราบปราม (ผบก.ป.) ผ่านพนักงานสอบสวน เพื่อขอให้เร่งตรวจสอบและดำเนินคดีกับเจ้าหน้าที่ของรัฐ กรณีปล่อยให้เอกสารลับทางราชการเกี่ยวกับการสืบสวนสอบสวนทุจริตเลือกตั้ง สว. รั่วไหลไปถึงบุคคลภายนอก
นายสนธิญา เปิดเผยว่า การปล่อยปละละเลยให้เอกสารรายละเอียดเกี่ยวกับการเลือกตั้ง สว. รั่วไหลไปสู่ภาคประชาชน ส่งผลกระทบและสร้างความเสียหายอย่างร้ายแรงต่อระบบ สว. ระบบการเลือกตั้ง บทบัญญัติแห่งรัฐธรรมนูญ ตลอดจนความมั่นคงของรัฐ จึงขอให้ตำรวจกองบังคับการปราบปราม (บก.ป.) เร่งตรวจสอบและดำเนินคดีตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 147 (ความผิดฐานเป็นเจ้าพนักงาน ยักยอกทรัพย์หรือเบียดบังเอกสารราชการ) ซึ่งมีอัตราโทษสูงสุดจำคุกตลอดชีวิต รวมถึงมาตรา 157 (ปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ) ประกอบมาตรา 164 (เจ้าพนักงานเปิดเผยความลับราชการ)

การยื่นหนังสือร้องเรียนในครั้งนี้ สืบเนื่องมาจากกรณีที่ นายยิ่งชีพ อัชฌานนท์ ผู้อำนวยการองค์กร iLaw ได้ออกมาเปิดเผยผ่านสื่อมวลชนและสื่อออนไลน์ว่าได้รับเอกสารเกี่ยวกับการตรวจสอบการกล่าวหาเรื่องการโกงและฮั้วเลือกตั้ง สว. ความยาวกว่า 90,000 หน้า มาจากเจ้าหน้าที่หน่วยงานราชการ แล้วนำข้อมูลดังกล่าวมาแถลงข่าวและเผยแพร่ต่อสาธารณะ ทั้งที่เอกสารดังกล่าวเป็นเอกสารทางราชการระดับลับซึ่งอยู่ระหว่างกระบวนการสอบสวน และยังไม่ผ่านการพิจารณาวินิจฉัยทางกฎหมายหรือกระบวนการยุติธรรม

นายสนธิญา ได้เรียกร้องให้ตำรวจกองปราบปรามเร่งตรวจสอบหน่วยงานราชการที่เกี่ยวข้องทั้งหมดอย่างเร่งด่วน โดยเฉพาะกระทรวงยุติธรรม, กรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI), สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ตลอดจนหน่วยงานอื่นที่เข้าร่วมตรวจสอบการเลือกตั้ง สว. ว่ามีเจ้าหน้าที่รายใดกระทำผิดนำเอกสารราชการไปมอบให้บุคคลภายนอก

ทั้งนี้ ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อวันอังคารที่ 25 สิงหาคมที่ผ่านมา กรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI) ได้เข้าแจ้งความต่อตำรวจกองปราบปรามเพื่อดำเนินคดีกับผู้ที่นำสำนวนคดี ฮั้ว สว. ออกไปเผยแพร่แล้ว โดยยืนยันว่าการนำข้อมูลออกไปส่งผลกระทบต่อการทำคดี และเป็นข้อมูลที่เปิดเผยได้เฉพาะในชั้นศาลเท่านั้น ซึ่งการเดินทางมาร้องทุกข์ของนายสนธิญาในวันนี้ ได้มีการเน้นย้ำให้ตรวจสอบและเอาผิดครอบคลุมถึงหน่วยงานต้นทาง ทั้งกระทรวงยุติธรรม ดีเอสไอ และ กกต. เพิ่มเติมด้วย
