วันที่ 27 ส.ค. 2569 มีรายงานจากคณะกรรมการกลางพนักงานส่วนท้องถิ่นจังหวัดสงขลา (ก.จ.สงขลา) กรณีข้าราชการท้องถิ่นที่บรรจุลงในจังหวัดสงขลา 2 รุ่น รวม 114 คน ภายหลังมีการประกาศผลการสอบและขึ้นบัญชีใหม่ พบว่า มีผู้สอบผ่านและถึงลำดับที่สามารถบรรจุได้จำนวน 40 ราย ให้บรรจุและปฏิบัติหน้าที่ในตำแหน่งเดิมต่อไป
ส่วนผู้สอบผ่านและขึ้นบัญชี แต่ยังไม่ถึงลำดับที่เรียกบรรจุ จำนวน 1 ราย ให้มีคำสั่งให้ออกจากราชการ และรอการเรียกบรรจุเมื่อถึงลำดับตามบัญชี
ขณะที่ผู้สอบไม่ผ่านและไม่มีรายชื่ออยู่ในบัญชีใหม่ ให้มีคำสั่งให้ออกจากราชการจำนวน 73 ราย แบ่งเป็นองค์การบริหารส่วนจังหวัด (อบจ.) 1 ราย เทศบาล 22 ราย และองค์การบริหารส่วนตำบล (อบต.) 51 ราย รวมกับผู้สอบผ่านแต่ยังไม่ถึงลำดับอีก 1 ราย ส่งผลให้มีผู้ต้องพ้นจากราชการรวม 74 ราย ขณะที่อีก 40 รายยังคงได้รับการบรรจุในตำแหน่งเดิม
ด้านนายร่อเหตุ รักหมัด นายกองค์การบริหารส่วนตำบลท่าหมอไทร อ.จะนะ จ.สงขลา เปิดเผยว่า ขณะนี้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.) กำลังรอหนังสือจากคณะกรรมการกลางจังหวัด พร้อมหลักฐานเกี่ยวกับคะแนนสอบ ซึ่งคาดว่าจะได้รับในวันที่ 30 ส.ค.นี้ เนื่องจากกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น (กสถ.) กำหนดให้กระบวนการทั้งหมดแล้วเสร็จภายในวันที่ 31 ส.ค. 2569 โดยเชื่อว่าจะไม่มีปัญหา เพราะทุกฝ่ายดำเนินการตามระเบียบของ กสถ. และคณะกรรมการกลาง
นายร่อเหตุยังกล่าวว่า ส่วนตัวและผู้บริหาร อปท. มีความเห็นว่า แม้จะปรากฏความผิดจากกระบวนการสอบ แต่ผลกระทบกลับตกอยู่กับข้าราชการที่ถูกให้ออกจากราชการ ซึ่งหลายรายอาจไม่ทราบถึงการดำเนินการที่เกิดขึ้น นอกจากต้องพ้นจากราชการแล้ว ยังอาจถูกตัดสิทธิ์ในการสอบเข้ารับราชการและถูกดำเนินคดีอาญาอีกด้วย จึงมองว่าไม่เกิดความเป็นธรรม
“ข้าราชการที่ถูกให้ออกร้อยละ 90 ไม่รู้เรื่องการดำเนินการ จะเอาเงินที่ไหน 5-6 แสนบาทมาซื้อ ความผิดควรเป็นของคนให้กับคนรับ จึงจะถูกต้อง” นายร่อเหตุกล่าว
ขณะที่นายนิพิฎฐ์ อินทรสมบัติ อดีต สส.พัทลุง กล่าวว่า เห็นควรให้ ป.ป.ช. พิจารณากันผู้ทุจริตในท้องถิ่นไว้เป็นพยาน และดำเนินคดีกับผู้ที่อยู่ในระดับสูงขึ้นไป พร้อมทั้งหากมีความจำเป็น ควรพิจารณานำบุคคลเหล่านั้นเข้าสู่โครงการคุ้มครองพยาน เพื่อสร้างความเป็นธรรมด้านโอกาสและความเป็นธรรมให้แก่ประชาชน