นักเรียน ม.5 เล่านาทีระทึก! เสียงปืนรัวสนั่นตึก เผยพฤติกรรมผู้ก่อเหตุ
นักเรียน ม.5 เล่านาทีระทึก! เสียงปืนรัวสนั่นตึก เผยพฤติกรรมผู้ก่อเหตุ
ข่าวอาชญากรรม

นักเรียน ม.5 เล่านาทีระทึก! เสียงปืนรัวสนั่นตึก เผยพฤติกรรมผู้ก่อเหตุ

ฟังข่าวนี้

วันนี้ (7 ส.ค. 69) นักเรียนหญิงชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5 ซึ่งเป็นหนึ่งในผู้อยู่ในเหตุการณ์ เปิดเผยวินาทีเกิดเหตุว่า เหตุการณ์เกิดขึ้นช่วงเวลาประมาณ 10.00 น. เศษ ซึ่งเป็นช่วงคาบเรียนที่ 2 ขณะนั้นตนเองนั่งอยู่กับเพื่อนภายในห้องเรียน อาคาร 4 ก่อนจะได้ยินเสียงดังคล้ายเสียงอาวุธปืน 1 นัด

ช่วงแรกตนเองและเพื่อนเข้าใจว่าอาจเป็นเสียงยิงไล่นก แต่หลังจากเพื่อนบางส่วนออกไปดูสถานการณ์ ก่อนกลับมาบอกว่า เกิดเหตุยิงกันจริง และเหตุเกิดบริเวณตึก 5 ตนเองจึงรีบให้เพื่อนที่อยู่ในห้องหลบลงกับพื้น และอยู่ให้ห่างจากบริเวณประตูหรือจุดที่อาจเป็นอันตราย

ต่อมา ไม่นาน ได้ยินเสียงปืนดังขึ้นหลายนัดติดต่อกันในระยะใกล้มาก และได้รับข้อมูลจากเพื่อนว่า ผู้ก่อเหตุได้ขึ้นมายังตึก 4 บริเวณชั้น 4 แล้ว ทำให้ทุกคนในห้องพยายามหลบซ่อนตัวภายในห้อง

จากนั้นมีเสียงปืนดังขึ้นอีกครั้งในระยะใกล้ ก่อนจะพบว่าเพื่อน 2 คนได้รับบาดเจ็บจากเหตุการณ์ดังกล่าว โดยเพื่อนคนหนึ่งถูกกระสุนปืนเฉี่ยวบริเวณนิ้วมือ ตนเองจึงนำผ้าไปให้เพื่อนกดบริเวณบาดแผล เพื่อช่วยห้ามเลือดเบื้องต้น ส่วนเพื่อนอีกคนก็มีเพื่อนคอยช่วยเหลืออยู่ใกล้ ๆ

นักเรียนหญิงรายนี้ ระบุว่า จากที่เห็นเหตุการณ์ ผู้ก่อเหตุอาจเดินไปตามอาคารและมีการยิงระหว่างทาง โดยบริเวณที่เกิดเหตุเท่าที่ทราบมีเพียงตึก 4 และตึก 5 แม้ภายในโรงเรียนจะมีอาคารหลายหลัง แต่ไม่ทราบสาเหตุว่าเหตุใดจึงเกิดขึ้นบริเวณ 2 อาคารดังกล่าว

ส่วนกระแสข่าวเกี่ยวกับแรงจูงใจของผู้ก่อเหตุที่อาจเคยถูกกลั่นแกล้งหรือถูกรีดไถเงินนั้น ระบุว่า ตนเองไม่ทราบว่าข้อมูลดังกล่าวเป็นความจริงหรือไม่ และไม่อยากยืนยัน เพราะรู้จักนักเรียนภายในโรงเรียนไม่มากนัก

เมื่อถามถึงมาตรการรักษาความปลอดภัยของโรงเรียน ระบุว่า ก่อนเกิดเหตุ โรงเรียนยังไม่มีการตรวจค้นนักเรียนอย่างเข้มงวดก่อนเข้าโรงเรียน นักเรียนสามารถไหว้ครูและเดินเข้าโรงเรียนได้ตามปกติ

หลังเกิดเหตุจึงอยากฝากถึงโรงเรียนให้เพิ่มมาตรการรักษาความปลอดภัย โดยเฉพาะการตรวจสอบก่อนนักเรียนเข้าโรงเรียน เพื่อป้องกันไม่ให้มีสิ่งของที่อาจนำไปก่อเหตุเข้ามาภายในโรงเรียน พร้อมมองว่าควรให้ความสำคัญกับนักเรียนที่มีพฤติกรรมผิดปกติหรือมีภาวะเครียด รวมถึงควรมีระบบดูแลสุขภาพจิตและประเมินความเครียดของนักเรียนอย่างจริงจัง

ทั้งนี้ ย้ำว่า เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นทำให้รู้สึกว่ามาตรการด้านความปลอดภัยภายในโรงเรียนควรได้รับการทบทวนและเพิ่มความเข้มงวด เพื่อสร้างความมั่นใจให้กับนักเรียน ครู และบุคลากรทุกคน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง
ข่าวที่คุณอาจสนใจ