วันนี้ (26 มี.ค. 2569) นายลวรณ แสงสนิท ปลัดกระทรวงการคลัง เปิดเผยว่า คณะรัฐมนตรี (ครม.) ได้มีมติเห็นชอบ 7 มาตรการสำคัญ เพื่อบรรเทาผลกระทบต่อประชาชนตามที่กระทรวงการคลังเสนอ โดยเน้นการดำเนินการที่เร่งด่วนเพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดต่อประชาชน ดังนี้
1. การปรับลดอัตราภาษีสรรพสามิตน้ำมัน
ครม. มอบหมายให้กระทรวงการคลังไปพิจารณารายละเอียดการลดภาษีและระยะเวลาที่เหมาะสมเพื่อบรรเทาภาระค่าครองชีพ
2. ดูแลกลุ่มเปราะบางผ่านบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ
มีมติเพิ่มวงเงินซื้อสินค้าอุปโภคบริโภคจากเดิม 300 บาท เป็น 400 บาทต่อคนต่อเดือน โดยเบื้องต้นจะเริ่มดำเนินการ 1 เดือนในช่วงรัฐบาลรักษาการ และจะมีการประเมินสถานการณ์อีกครั้ง
3. ช่วยเหลือกลุ่มขนส่ง
บรรเทาผลกระทบจากราคาน้ำมันที่สูงขึ้น ทั้งกลุ่มรถบรรทุก รถโดยสาร และรถจักรยานยนต์รับจ้าง โดยกระทรวงคมนาคมจะดูแลรายละเอียดเพิ่มเติม
4. ช่วยเหลือภาคเกษตรกร
ลดต้นทุนค่าปุ๋ยผ่านโครงการ ธงเขียว และการใช้บัตรดินดี พร้อมสนับสนุนการใช้ปุ๋ยทางเลือกหรือปุ๋ยอินทรีย์เพื่อลดการนำเข้า
5. ช่วยเหลือกลุ่มประมง
สนับสนุนการใช้น้ำมัน B20 ซึ่งมีราคาต่ำกว่าปกติประมาณ 5-6 บาท เพื่อช่วยลดต้นทุนให้แก่ผู้ประกอบการประมง
6. ดูแลคู่สัญญากับภาครัฐ
ขยายระยะเวลาการตรวจรับงานตามความเหมาะสมสำหรับผู้ประกอบการก่อสร้างที่ประสบปัญหาขาดแคลนน้ำมันจนงานล่าช้า รวมถึงเร่งรัดการชดเชยค่า K เพื่อเสริมสภาพคล่อง
7. มาตรการสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำ (Soft Loan) สำหรับ SME
ธนาคารออมสินเตรียมวงเงิน 10,000 ล้านบาท เพื่อเสริมสภาพคล่องให้กับผู้ประกอบการรายย่อยตลอดซัพพลายเชนที่ได้รับผลกระทบ
นอกจากนี้ ปลัดกระทรวงการคลัง ย้ำว่า มาตรการทั้งหมดนี้เป็นการทำงานร่วมกันของหลายกระทรวงเพื่อเร่งแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนของประชาชน และผู้ประกอบการในทุกภาคส่วนอย่างครอบคลุม