18 มิถุนายน 2569 กรุงเทพมหานคร นายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ กล่าวถึงกรณีที่สหรัฐอเมริกาและอิหร่านสามารถบรรลุข้อตกลงร่วมกันเพื่อลดความตึงเครียดและยุติความขัดแย้งว่า ถือเป็นสัญญาณที่ดี โดยเห็นว่าข้อตกลงดังกล่าวน่าจะเป็นประโยชน์ต่อทั้งสองฝ่ายในการคลี่คลายสถานการณ์และนำไปสู่สันติภาพ
นายสีหศักดิ์ระบุเพิ่มเติมว่า ข้อตกลงในลักษณะบันทึกความเข้าใจ (MOUX) ที่เกี่ยวข้องกับการระงับข้อพิพาทระหว่างกัน ถือเป็นกรอบแนวทางที่ดีต่อการแก้ปัญหาการสู้รบ การถอนกำลัง และการจัดการประเด็นการพัฒนานิวเคลียร์ของอิหร่าน โดยอยู่ภายใต้กลไกการตรวจสอบจากนานาชาติ อย่างไรก็ตาม ยังจำเป็นต้องมีการหารือในขั้นตอนอื่นต่อไป เพื่อให้บรรลุข้อตกลงสันติภาพที่ชัดเจน จึงต้องติดตามความคืบหน้าของการเจรจาอย่างใกล้ชิด
สำหรับประเด็นที่สำคัญต่อประเทศไทย เขากล่าวว่า สิ่งที่ให้ความสนใจเป็นพิเศษคือการเปิดเสรีการเดินเรือในช่องแคบฮอร์มุซอีกครั้ง เนื่องจากเป็นเส้นทางขนส่งพลังงานสำคัญ และหากสถานการณ์คลี่คลาย จะช่วยให้เรือไทยที่ยังติดค้างสามารถเดินทางได้ รวมถึงจะส่งผลดีต่อความมั่นคงด้านพลังงานโดยรวม
เมื่อถูกถามถึงทิศทางสถานการณ์ที่ดีขึ้นแล้ว ยังจำเป็นต้องมีแหล่งพลังงานสำรองหรือไม่ นายสีหศักดิ์ชี้ว่า แม้สถานการณ์จะผ่อนคลายลง แต่ประเทศไทยยังควรมีทางเลือกด้านพลังงานที่หลากหลายมากขึ้น โดยเฉพาะการกระจายแหล่งนำเข้าจากภูมิภาคอื่น เช่น แอฟริกา ลาตินอเมริกา รวมถึงรัสเซีย
เขากล่าวต่อว่า ประเทศไทยควรผลักดันการพัฒนาพลังงานทางเลือกควบคู่ไปด้วย เพราะเหตุการณ์ลักษณะนี้สะท้อนให้เห็นถึงความจำเป็นในการเตรียมความพร้อมด้านพลังงานในระยะยาว นอกจากนี้ ยังเป็นโอกาสในการส่งเสริมการใช้พลังงานอย่างประหยัดและมีประสิทธิภาพ มุ่งสู่พลังงานรูปแบบใหม่ เช่น พลังงานหมุนเวียน พร้อมทั้งเร่งขยายการค้นหาและพัฒนาแหล่งพลังงานเพิ่มเติมเพื่อความมั่นคงในอนาคต