นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ หรือ “เท้ง” หัวหน้าพรรคประชาชน ให้สัมภาษณ์ในรายการ กรรมกรข่าว คุยนอกจอ ดำเนินรายการโดย นายสรยุทธ สุทัศนะจินดา ถึงผลการเลือกตั้งซ่อมและการเลือกตั้งท้องถิ่นที่ผ่านมา ซึ่งผลลัพธ์ไม่เป็นไปตามเป้าหมายของพรรค โดยยอมรับอย่างตรงไปตรงมาว่ามีหลายปัจจัยที่เกี่ยวข้อง และยอมรับว่าการทำงานในพื้นที่เพื่อเข้าถึงประชาชนอาจยังทำได้ไม่ดีพอ
นายณัฐพงษ์ระบุว่า แม้พรรคประชาชนจะมีความโดดเด่นด้านการเมืองเชิงอุดมการณ์ แต่วิถีการเมืองไทยยังคงต้องอาศัยการลงพื้นที่ เข้าร่วมงานศพ งานบวช หรือพิธีกรรมต่าง ๆ เพื่อสร้างความใกล้ชิดกับชาวบ้าน ซึ่งตนเข้าใจเรื่องนี้ดีในฐานะอดีต สส. เขต และยืนยันว่าจำเป็นต้องทำหน้าที่ดังกล่าว เพียงแต่พรรคมีจุดยืนไม่เน้นการใช้เงินหว่านล้อมทางการเมือง
เมื่อพิธีกรไล่เรียงสถิติความพ่ายแพ้ในหลายพื้นที่สำคัญ อาทิ สมุทรปราการ พระนครศรีอยุธยา จันทบุรี ชลบุรี และระยอง นายณัฐพงษ์ชี้แจงว่าคะแนนดิบที่ลดลงส่วนหนึ่งเป็นผลมาจากจำนวนผู้ออกมาใช้สิทธิเลือกตั้งที่น้อยลง พร้อมย้ำว่าลูกพรรคทุกคนทำงานอย่างเต็มที่
สำหรับคำถามที่ถูกเปรียบเทียบกับอดีตผู้นำพรรคอย่าง นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ และ นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ ว่าตน “สู้ไม่ได้” ใช่หรือไม่ นายณัฐพงษ์ตอบอย่างชัดเจนว่า ตน “สู้ได้ในแบบของตนเอง”
บรรยากาศการสัมภาษณ์เริ่มตึงเครียดขึ้น เมื่อนายณัฐพงษ์เปิดเผยความรู้สึกภายในใจถึงเพื่อนร่วมอุดมการณ์ โดยเล่าว่าหลังทราบผลการเลือกตั้ง ตนได้ส่งข้อความไปหาอดีต สส. เขตเดิมทุกคนที่สอบตกและหลุดจากตำแหน่ง จนนำไปสู่บทสนทนาที่สะเทือนใจ และทำให้นายณัฐพงษ์กลั้นน้ำตาไม่อยู่กลางรายการ
นายณัฐพงษ์กล่าวว่า “เพื่อนร่วมพรรคเองก็บอกผมเหมือนกันว่า เราทำงานกันเป็นทีม ผลที่ออกมามันไม่ได้เกิดจากตัวผมคนเดียว ถึงแม้ว่าข้างในตัวผม ผมมีพิมพ์แชตไปหาเพื่อน สส. เขตเดิมทุกคน ที่ผลการเลือกตั้งออกมาแล้วเขาอาจจะไม่ผ่าน ผมก็พิมพ์แชตไปบอกเขาว่า ผมรู้สึกเสียใจ นึกถึงหน้าเขา แล้วผมจะไม่เจอเขาในสภาอีกรอบ ผมก็รู้สึกแบกรับว่า ในฐานะหัวหน้าพรรค ผมมีส่วนหรือเปล่า แต่เขาบอกกันทุกคนว่ามันไม่ได้เกิดกับตัวผม”
ด้านนายสรยุทธถามตรง ๆ ว่า “ลึก ๆ คือมีความรู้สึกผิดอยู่เหมือนกันในใจตัวเองไหม ผมถามตรง ๆ เพราะมีเพื่อน สส. ที่ร่วมทำงานกันมาสอบตก ถึงขนาดส่งข้อความส่วนตัวไปหา”
นายณัฐพงษ์ตอบสั้น ๆ ว่า “ครับ”
เมื่อพิธีกรถามย้ำว่า “รู้สึกผิดไหม อันนี้ถามตรงเลยนะ”
นายณัฐพงษ์ตอบด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ พร้อมน้ำตาคลอว่า “รู้สึกเสียใจครับ เสียใจที่ผลมันออกมาเป็นแบบนี้”
ภายหลังจากนั้น นายณัฐพงษ์พยายามตั้งสติ ปาดน้ำตา และกล่าวด้วยน้ำเสียงหนักแน่นว่า “แต่ก็ได้บอกว่าก็ต้องสู้ ถึงแม้จะเสียน้ำตา แต่ผมว่าผมหนักแน่น เดือนหน้าทำงานต่อครับ เดินหน้าทำงานต่อ”
ในช่วงท้ายของรายการ ทั้งนายณัฐพงษ์และนายสรยุทธได้ร่วมวิเคราะห์สถานการณ์การเมือง รวมถึงการเติบโตของพรรคคู่แข่งอย่างพรรคภูมิใจไทย โดยนายณัฐพงษ์ย้ำว่าพรรคจะไม่ยึดติดกับความผิดพลาดในอดีต และยังคงมุ่งผลักดันการแก้ไขรัฐธรรมนูญ เพื่อให้กติกาการเลือกตั้งมีความโปร่งใสและเป็นธรรมมากขึ้น
ทั้งนี้ นายณัฐพงษ์ได้ยกตัวเลขผลประชามติที่มีประชาชนเห็นชอบให้แก้ไขรัฐธรรมนูญกว่า 20 ล้านเสียง มากกว่าเสียงคัดค้านที่มีประมาณ 10 ล้านเสียง เพื่อสะท้อนความต้องการของประชาชนอย่างชัดเจน