วันที่ 17 มกราคม 2569 ณ เวที Nation Election Debate จุดเปลี่ยนประเทศไทย เท้ง ณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ หัวหน้าและแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี พรรคประชาชน ออกมาชี้แจงเหตุผลอย่างเป็นระบบ หลังถูกวิพากษ์วิจารณ์กรณีไม่ยกมือสนับสนุนการล็อกไม่ให้แก้ไขรัฐธรรมนูญ หมวด 1 และหมวด 2 โดยย้ำว่าการตัดสินใจดังกล่าวตั้งอยู่บนหลักการและความชอบธรรมของกระบวนการยกร่างรัฐธรรมนูญใหม่ ไม่ใช่ความต้องการแก้ไขหมวดดังกล่าว
สืบเนื่องจากช่วงหนึ่งของเวทีดีเบต พิธีกรได้ตั้งคำถามต่อแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีทั้ง 8 พรรคว่า มีพรรคใดไม่เห็นด้วยกับการแก้ไขรัฐธรรมนูญ หมวด 1 และหมวด 2 ให้ยกมือขึ้น ผลปรากฏว่ามี 7 พรรคการเมืองยกมือ ขณะที่ ณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ พรรคประชาชน เป็นเพียงคนเดียวที่เก็บมือนิ่ง ทำให้เกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์อย่างกว้างขวางในสังคม
ณัฐพงษ์ใช้สิทธิชี้แจงว่า เหตุผลหลักของการไม่ยกมือ ไม่ได้มาจากความต้องการเปิดทางให้แก้ไขหมวด 1 หรือหมวด 2 แต่เป็นเพราะรัฐธรรมนูญได้ถูกล็อกไว้ตามกฎหมายอยู่แล้ว ไม่ว่าจะเป็นการแก้ไขรายมาตราหรือการแก้ทั้งฉบับ ก็ไม่สามารถเปลี่ยนแปลงการปกครองในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุขได้ ดังนั้นต่อให้ไม่ประกาศล็อกหมวด 1 และหมวด 2 เพิ่มเติม ก็ไม่สามารถแก้ไขในสาระดังกล่าวได้อยู่ดี

ภาพจาก Nation Election Debate
หัวหน้าพรรคประชาชนระบุเพิ่มเติมว่า การล็อกหมวดดังกล่าวซ้ำอีกครั้ง อาจทำให้เกิดคำถามต่อความจริงใจของแนวคิดการยกร่างรัฐธรรมนูญใหม่ทั้งฉบับโดยประชาชน หากประกาศว่าต้องการให้รัฐธรรมนูญมาจากประชาชนทั้งฉบับ แต่กลับกำหนดเงื่อนไขล็อกบางหมวดไว้ล่วงหน้า ย่อมทำให้สังคมตั้งคำถามว่ารัฐธรรมนูญนั้นมาจากประชาชนอย่างแท้จริงหรือไม่
ณัฐพงษ์ยังชี้ให้เห็นว่า ในประวัติศาสตร์การเมืองไทย เคยมีการแก้ไขรัฐธรรมนูญทั้งฉบับมาแล้วหลายครั้ง โดยหลักการสำคัญคือที่มาของรัฐธรรมนูญต้องมีความชอบธรรมและยึดโยงกับประชาชน การถกเถียงเรื่องการล็อกหมวด 1 และหมวด 2 จึงไม่ใช่ประเด็นความกลัวการล้มล้าง แต่เป็นคำถามว่า สังคมเชื่อมั่นในกระบวนการของประชาชนมากน้อยเพียงใด

ภาพจาก Nation Election Debate
พร้อมกันนี้ ณัฐพงษ์ย้ำชัดว่า ไม่มีใครสามารถใช้กระบวนการแก้ไขรัฐธรรมนูญไปเซาะกร่อนหรือบ่อนทำลายระบอบการปกครองของประเทศได้ เนื่องจากมีกฎหมายและกลไกคุ้มครองกำหนดไว้ชัดเจนอยู่แล้ว
ทั้งนี้ การไม่ยกมือของณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ ไม่ได้สะท้อนความต้องการแก้ไขหมวด 1 และหมวด 2 แต่เป็นการไม่เห็นด้วยกับการล็อกที่อาจบั่นทอนความชอบธรรมของกระบวนการยกร่างรัฐธรรมนูญใหม่โดยประชาชน และตอกย้ำจุดยืนของพรรคประชาชนที่มุ่งรักษาเสถียรภาพของประเทศ ควบคู่กับการปฏิรูปโครงสร้างอำนาจที่กระทบชีวิตประชาชนโดยตรง