เมื่อวันที่ 5 มกราคม 2569 ที่ผ่านมา เว็บไซต์ isaninsight หรือ อีสานโพล ได้เผยผลสำรวจ ถ้า เลือกตั้ง ส.ส. วันนี้ คนอีสานมีแนวโน้มเทคะแนนให้พรรคไหน โดยคณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น ได้ทำการสำรวจภาคอีสานที่น่าจับตามองอย่างยิ่ง ภายใต้หัวข้อ การเมืองสามก๊กภาคอีสานท้ายปี 2568 เพราะนี่ไม่ใช่แค่ตัวเลขโพลธรรมดาเท่านั้น หากอาจจะเป็นสัญญาณเตือนว่า สนามเลือกตั้งอีสานกำลังเปลี่ยนโฉมหน้านั่นเอง
ในการสำรวจครั้งนี้จัดทำขึ้นเพื่อสะท้อนมุมมองของคนอีสานต่อการเลือก ส.ส. บัญชีรายชื่อ และแนวทางการจัดตั้งรัฐบาลของสามพรรคใหญ่ โดยเก็บข้อมูลระหว่างวันที่ 19-25 ธันวาคม 2568 จากกลุ่มตัวอย่างอายุ 18 ปีขึ้นไป จำนวน 1,151 คน ครอบคลุมพื้นที่ 20 จังหวัดภาคอีสาน
โดยผลสำรวจชี้ชัดว่า หากเลือกตั้ง ส.ส. วันนี้ คะแนนนิยมแบบบัญชีรายชื่อของคนอีสาน กระจุกตัวอยู่ที่ 3 พรรคใหญ่แบบสูสี จนเกิดภาวะ สามก๊ก อย่างแท้จริง ได้แก่ พรรคประชาชน (34.4%) พรรคเพื่อไทย (26.7%) และพรรคภูมิใจไทย (26.4%) ทิ้งห่างพรรคอื่นแบบขาดลอย นี่คือภาพการเมืองอีสานที่ไม่เคยเห็นมาก่อนในรอบหลายทศวรรษ
พรรคประชาชนยังคงรักษาโมเมนตัมจากการเลือกตั้งปี 2566 ได้ดี คะแนนเพิ่มขึ้นเล็กน้อยจาก 33.2% เป็น 34.4%
ในทางกลับกัน พรรคเพื่อไทย ซึ่งเคยครองแดนอีสาน กลับเผชิญความท้าทายครั้งใหญ่ คะแนนนิยมดิ่งจาก 43.1% ในปี 2566 เหลือเพียง 26.7% ภายในเวลาไม่ถึงสามปี นี่ไม่ใช่แค่ คะแนนหาย เท่านั้น แต่คือสัญญาณของการแตกตัวของฐานเสียงเดิมนั่นเอง
ขณะที่ พรรคภูมิใจไทยคือผู้เล่นที่เติบโตแรงที่สุดในตอนนี้ จากคะแนนเพียง 4.1% ในปี 2566 พุ่งขึ้นเป็น 26.4% ในปัจจุบัน การเติบโตแบบก้าวกระโดดนี้สะท้อนให้เห็นการเมืองเชิงพื้นที่ การสร้างเครือข่ายท้องถิ่น และการใช้ “การเมืองที่จับต้องได้” ตอบโจทย์ชีวิตประจำวันของคนอีสาน
เมื่อวางตัวเลขทั้งสามพรรคลงบนกระดานอำนาจ จะพบว่า สูตรการจัดตั้งรัฐบาลผสมทุกสูตรล้วนสูสี ไม่ว่าจะเป็น ส้ม+แดง, แดง+น้ำเงิน หรือแม้กระทั่ง น้ำเงิน+ส้ม แต่ในขณะเดียวกันก็เต็มไปด้วยความเปราะบาง เพราะกองเชียร์แต่ละฝ่ายยังไม่มี จุดลงตัว ร่วมกัน
สิ่งที่ชัดเจนที่สุดจากโพลนี้ คือ เสียงของคนอีสานกำลัง เลือกมากขึ้น คิดมากขึ้น และตัดสินใจด้วยตัวเองมากขึ้นอีสานไม่ใช่พื้นที่ที่ใครจะผูกขาดได้อีกต่อไป ช ทุกคะแนนเสียงล้วนมีความหมาย และทุกการไม่ไปเลือกตั้ง เท่ากับยกอำนาจการตัดสินใจให้คนอื่นแทนเรา

อ้างอิงจาก: อีสานโพล (E-Saan Poll) คณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น