เมื่อวันที่ 4 มกราคม 2569 ศูนย์แถลงข่าวร่วมสถานการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชา แถลงชี้แจงต่อสื่อมวลชน กรณีข้อกล่าวหาที่ฝ่ายกัมพูชาอ้างว่าไทยละเมิดกฎหมายระหว่างประเทศและหลักมนุษยธรรม โดยระบุว่า ข้อกล่าวหาดังกล่าวไม่สอดคล้องกับข้อเท็จจริง พร้อมตั้งข้อสังเกต 8 ประเด็นสำคัญ ชี้ให้เห็นว่ากัมพูชาใช้สงครามข่าวสารและการบิดเบือนข้อมูล สวนทางกับการกระทำที่รุกล้ำและละเมิดอธิปไตยของไทย รวมถึงการใช้พลเรือนเป็นโล่มนุษย์ และการละเลยการเก็บกู้ร่างทหารที่เสียชีวิต ซึ่งขัดต่อหลักมนุษยธรรมขั้นพื้นฐาน
ศูนย์แถลงข่าวฯ ระบุว่า จากข้อกล่าวหาของกัมพูชาที่อ้างว่าไทยละเมิดกฎหมายระหว่างประเทศนั้น ฝ่ายไทยยืนยันว่ามีหลักฐานชัดเจนว่า กำลังติดอาวุธของกัมพูชาได้เข้ามาปฏิบัติการในพื้นที่การปกครองและอำนาจอธิปไตยของไทย เข้าข่ายการละเมิดอธิปไตยของรัฐอื่น ซึ่งขัดต่อกฎบัตรสหประชาชาติและหลักกฎหมายจารีตประเพณีระหว่างประเทศ
นอกจากนี้ กัมพูชายังใช้พื้นที่พลเรือนหรือหมู่บ้านเป็นฐานทหาร โดยนำกำลังทหาร อาวุธ หรือคลังยุทโธปกรณ์ไปตั้งในพื้นที่ชุมชน เป็นการละเมิดหลักการคุ้มครองพลเรือน และเข้าข่ายการใช้พลเรือนเป็นโล่มนุษย์ ซึ่งเป็นสิ่งต้องห้ามตามกฎหมายมนุษยธรรมระหว่างประเทศ
ฝ่ายกัมพูชายังใช้อาวุธยิงจากพื้นที่ชุมชนเข้ามาในฝั่งไทย การโจมตีจากพื้นที่ที่มีพลเรือนอาศัยอยู่ไม่เพียงทำให้พลเรือนของตนเองตกอยู่ในอันตราย แต่ยังเป็นการจงใจเพิ่มความเสี่ยงต่อการตอบโต้ ขัดต่อหลักความระมัดระวังอย่างร้ายแรง
ขณะเดียวกัน ฝ่ายไทยมีรายงานว่ากัมพูชาใช้อาวุธโจมตีเป้าหมายพลเรือนไทย ส่งผลให้บ้านเรือน โครงสร้างพื้นฐาน และพื้นที่ชุมชนได้รับความเสียหาย ซึ่งพื้นที่ดังกล่าวไม่มีลักษณะเป็นเป้าหมายทางทหาร การกระทำเช่นนี้เข้าข่ายการโจมตีพลเรือนโดยตรง และถือเป็นอาชญากรรมสงครามตามกฎหมายระหว่างประเทศ
ศูนย์แถลงข่าวฯ ยังระบุว่า กัมพูชามีพฤติการณ์ยั่วยุให้เกิดการปะทะอย่างเป็นระบบ ทั้งการเคลื่อนกำลังติดอาวุธ การยิงข้ามแดน และการละเมิดแนวหยุดยิง ซึ่งเข้าข่ายการคุกคามสันติภาพและความมั่นคงระหว่างประเทศ และบ่อนทำลายความพยายามในการแก้ไขปัญหาอย่างสันติ
อีกทั้ง ฝ่ายกัมพูชายังไม่ดำเนินการเก็บกู้ร่างทหารของตนเอง ทั้งที่กฎหมายมนุษยธรรมกำหนดให้คู่ขัดแย้งต้องค้นหา เก็บกู้ และปฏิบัติต่อผู้เสียชีวิตอย่างมีศักดิ์ศรี การละเลยหน้าที่ดังกล่าวถือเป็นการละเมิดหลักมนุษยธรรมขั้นพื้นฐาน
สำหรับข้อกล่าวหาที่กัมพูชาอ้างว่าไทยปฏิบัติขัดต่อหลักมนุษยธรรมนั้น ศูนย์แถลงข่าวฯ ระบุว่า ในความขัดแย้งสมัยใหม่ การสื่อสารและสงครามข่าวสารถูกนำมาใช้ควบคู่กับการปฏิบัติทางทหาร ข้อกล่าวหาบางประการถูกนำเสนอโดยไม่สะท้อนข้อเท็จจริงอย่างครบถ้วน อย่างไรก็ตาม ประเทศไทยยึดหลักว่าข้อเท็จจริงต้องมาก่อนวาทกรรม
ทั้งนี้ ประเทศไทยได้เรียกร้องให้ประชาคมระหว่างประเทศพิจารณาสถานการณ์บนพื้นฐานของกฎหมายระหว่างประเทศ หลักมนุษยธรรม และหลักฐานที่สามารถตรวจสอบได้ ไม่ใช่จากการบิดเบือนข้อมูลหรือการโฆษณาชวนเชื่อ