เมื่อวันที่ 18 ธันวาคม 2568 วาสนา นาน่วม ผู้สื่อข่าวสายทหารชื่อดัง ได้รายงานสถานการณ์ความขัดเเย้งระหว่างชายเเดนไทย - กัมพูชา ผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัว Wassana Nanuam โดยระบุว่า พลเอก ณัฐพล นาคพาณิชย์ รมว.กลาโหม กล่าวถึงความรู้สึก ในฐานะที่พี่ใหญ่กองทัพ อดีตทหารและเป็นรุ่นพี่ ได้พูดคุยกับ ผบ.เหล่าทัพ และน้อง ๆ ในกองทัพ อย่างไร ใน สถานการณ์การสู้รบเช่นนี้ว่า เวลาลงพื้นที่ก็ขอให้ไม่ต้องจัดการต้อนรับ ขอให้ทำงานตามปกติ แต่ขอเวลามานั่งคุยกันแบบพี่น้อง ว่าพื้นที่ขาดสิ่งใดบ้าง แต่ถ้าเหลือ ก็ไม่ต้องบอก กระทรวงกลาโหมก็ยินดีสนับสนุน ซึ่งทางรัฐบาลให้นโยบายว่าพร้อมสนับสนุนเต็มที่
พร้อมกล่าวมั่นใจใน ผบ.เหล่าทัพ ซึ่งสถานการณ์คืบหน้าตามลำดับ ภารกิจที่เราคุยกันก็เกือบ 100 % แล้ว จะหยุดยิงเมื่อฝ่ายกัมพูชาสิ้นสุดเป็นปฏิปักษ์ชัดเจน เปิดเผย ต่อเนื่อง ในภาพที่ออกมาจากสื่อที่รัฐบาลกัมพูชาพูดว่า พร้อมเจรจา อยากหยุดยิง แต่หน้าแนว ยังระดมยิงกับเราทุกวัน ก็ต้องมีการหยุดยิงชัดเจนก่อน ถ้ากัมพูชาอยากหยุดยิง ก็หยุดเลย เราไม่มีไปรุกราน ซึ่งเราป้องกันตัวเองเท่านั้น ได้สัดส่วนและจำเป็น
ถ้าเขาอยากหยุดยิง ก็หยุด แล้วถอนกำลังที่เผชิญหน้าออกไป เราไม่มีการไล่ยิงตามยิงถึงพนมเปญอยู่แล้ว ถ้าเขาอยากหยุดยิง ก็ต้องทำให้เราเห็นก่อน ไม่ใช่ดีแต่พูด และไม่ทำที่เคยพูดอย่างเสมอ รัฐบาลกัมพูชาพูดอยู่เสมอ แต่แนวหน้าไม่ทำตาม เราก็อยากที่จะยุติ แต่เขายังมีความเป็นปฏิปักษ์ เราก็ต้องป้องกันตัวเอง ซึ่งเราห่วงกำลังพล และประชาชนที่ต้องไปอยู่ศูนย์พักพิง
หลังผมลงพื้นที่ จ.สระแก้ว ก็สงสาร ทุกคนก็น้ำตามซึม ได้ให้กำลังใจ ฝากทางผู้ว่าฯ ดูแล และเราจะพยายามดำเนินการให้ใช้เวลาไม่นานนัก ผมไม่อยากไปบอกว่าต้องกี่วัน ก็จะเป็นการกำหนดกฎเกณฑ์กองทัพ ผมเชื่อมั่นใน ผบ.ทหารสูงสุด ผบ.เหล่าทัพ เมื่อภารกิจเรียบร้อย เราก็จบภารกิจ ไม่ยืดเยื้อ เพราะการสูญเสียกำลังพลทำให้สะเทือนใจผู้บังคับบัญชา อะไรที่สามารถยุติสถานการณ์ได้ เราก็ยินดี
เมื่อถามว่าทางกระทรวงกลาโหมได้เตรียมข้อมูลให้รัฐบาลเพื่อเจรจากับทูตพิเศษกิจการเอเชีย กระทรวงการต่างประเทศ สาธารณรัฐประชาชนจีน หรือไม่ พล.อ.ณัฐพล กล่าวว่า ไม่มี โดยเป็นข้อมูลปกติ เราพร้อมตอบทุกเรื่องอยู่แล้ว ไม่ต้องเตรีมอะไรเป็นพิเศษ
เมื่อถามว่าการสิ้นสุดการเป็นปฏิปักษ์ของกัมพูชานั้นเป็นอย่างไร พล.อ.ณัฐพล กล่าวว่า ก็จะมีคณะผู้บัญชาการทางทหารประเมิน ตนฟังความเห็นจากกองทัพ ซึ่งไม่ใช่แค่เรื่องเวลาอย่างเดียว แต่เป็นเรื่องท่าที การวางกำลัง โดยกัมพูชาต้องหยุดยิงชัดเจน เปิดเผย ต่อเนื่อง และเมื่อถามว่าในฐานะผู้บังคับบัญชาได้ไปตรวจเยี่ยม และให้กำลังใจทหาร รวมถึงประชาชนในพื้นที่ชายแดนเท่าที่จะทำได้ และไม่กระทบต่อการทำงานของกำลังพลที่อยู่แนวหน้า โดยเฉพาะในพื้นที่กองทัพภาคที่ 2
ส่วนการที่ไปลงพื้นที่กองทัพภาคที่ 1 ก็ไปตรวจเยี่ยมให้กำลังใจแนวหลัง และพูดคุยกับผู้บังคับบัญชา ที่กองกำลังบูรพา พลเอกณัฐพล กล่าวถึงกรณีการกู้ร่างทหารที่เสียชีวิตจากเหตุปะทะ พื้นที่เนิน 350 ปราสาทตาควายว่า กองทัพต้องการได้ร่างทหารกลับคืนมาโดยเร็ว แต่จะไปเร่งรัดก็ไม่ได้ เพราะต้องใช้ความ ระมัดระวัง
ทั้งนี้ ยอมรับว่าการสูญเสียที่เกิดขึ้นในปัจจุบันเป็นภาพที่คาดการณ์ไว้อยู่แล้วว่าจะเกิดขึ้น เพราะเคยให้สัมภาษณ์สื่อมวลชนไปว่าหากเกิดการสู้รบในรอบนี้สถานการณ์จะหนักกว่าที่ผ่านมา เนื่องจากการรบที่เร็วและได้เปรียบ หมายความว่าฝ่ายไทยจะต้องมีกำลังมาก แต่ครั้งนี้กำลังทั้งฝ่ายไทยและกัมพูชาใกล้เคียงกัน จึงทำให้การรบยืดเยื้อและสูญเสียมาก ในฐานะที่เคยเป็นเจ้ากรมยุทธการมาก่อนจึงเข้าใจในสถานการณ์ที่เกิดขึ้น และสามารถจินตนาการภาพออกว่าเมื่อเกิดการรบขึ้นเมื่อไหร่สิ่งที่จะเกิดขึ้นคือการสูญเสีย
ดังนั้น ที่ผ่านมาจึงพยายามแสดงท่าทีให้เกิดการเจรจา แต่ฝ่ายกัมพูชาไม่ได้ตอบรับ แต่เมื่อสถานการณ์มาถึงวันนี้ก็ต้องเดินหน้าปฏิบัติการทางทหารต่อไป เพื่อให้ไปกัมพูชาสิ้นสุดการเป็นปรปักษ์ เข้าใจเข้าใจแหละ จัง หรือที่กองทัพบกใช้คำว่าให้กัมพูชาสิ้นสุดสภาพทางทหาร