จากเหตุการณ์สุดสะเทือนใจที่เกิดขึ้นในพื้นที่ตำบลสำโรงกลาง อำเภอพระประแดง จังหวัดสมุทรปราการ เมื่อพ่อค้าเขียงหมูรายหนึ่งพบร่างหญิงสูงวัยเสียชีวิตอยู่ภายในรถยนต์ของตนเอง ทั้งที่ยืนยันว่าไม่เคยรู้จักผู้เสียชีวิต และไม่ทราบว่าหญิงคนดังกล่าวเข้าไปอยู่ในรถตั้งแต่เมื่อใด
นายชนศิน์ อายุ 61 ปี พ่อค้าเขียงหมูในตลาดสำโรง เล่าว่า หลังปิดร้านในช่วงบ่ายได้ขับรถกลับไปจอดที่คอนโดก่อนขึ้นห้องพักตามปกติ กระทั่งช่วงกลางดึกได้ลงมาขับรถเพื่อไปเปิดร้านตามปกติ เมื่อจอดรถบริเวณหน้าศาลเจ้าพ่อทัพสำโรงและกำลังจะลงจากรถ กลับรู้สึกเหมือนมีบางอย่างสัมผัสบริเวณด้านหลัง จึงหันกลับไปดูและพบว่าเป็นเท้าของหญิงสูงวัยที่นั่งอยู่บนเบาะหลังฝั่งคนขับ ทำให้ตกใจอย่างมาก ก่อนรีบแจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจเข้าตรวจสอบ
จากการตรวจสอบภายในรถ พบหญิงเสียชีวิตอายุประมาณ 60-70 ปี อยู่ในลักษณะนั่งพิงเบาะหลัง ไม่พบบาดแผลหรือร่องรอยการถูกทำร้ายแต่อย่างใด ขณะที่เจ้าของรถยืนยันว่าไม่เคยรู้จักผู้เสียชีวิตมาก่อน พร้อมยอมรับว่ารถไม่ได้ล็อกประตู เนื่องจากระบบล็อกประตูขัดข้องและไม่สามารถใช้งานได้
ต่อมา วันที่ 16 กรกฎาคม 2569 รายการข่าวเย็นช่องวัน รายงานความคืบหน้าว่า จากการตรวจสอบกล้องวงจรปิดบริเวณหน้าหอพักของเจ้าของรถ พบภาพในเวลาประมาณ 20.10 น. ที่เจ้าของรถสวมเสื้อสีแดงเดินลงมาจากหอพัก ก่อนขับรถออกจากลานจอดตามปกติ โดยไม่พบสิ่งผิดปกติ อย่างไรก็ตาม บริเวณลานจอดรถไม่มีกล้องวงจรปิดที่สามารถบันทึกภาพได้อย่างชัดเจน จึงยังไม่สามารถระบุได้ว่าหญิงผู้เสียชีวิตเข้าไปอยู่ในรถตั้งแต่ช่วงเวลาใด ขณะที่วินรถจักรยานยนต์รับจ้างและชาวบ้านในละแวกดังกล่าวต่างยืนยันว่าไม่เคยพบเห็นหรือรู้จักหญิงคนนี้มาก่อน
ภายหลังเจ้าหน้าที่สามารถติดต่อญาติของผู้เสียชีวิตได้ ทราบว่าหญิงรายดังกล่าวอายุ 68 ปี อาศัยอยู่ในซอยทัพบุญชัย อำเภอเมืองสมุทรปราการ โดยญาติเปิดเผยว่า ผู้เสียชีวิตมีอาการหลงลืม และหายออกจากบ้านตั้งแต่เวลาประมาณ 22.00 น. ของคืนวันที่ 14 กรกฎาคมที่ผ่านมา แม้ครอบครัวจะออกตามหาแต่ไม่พบตัว กระทั่งมาทราบข่าวว่าเสียชีวิตอยู่ภายในรถของพ่อค้าเขียงหมู นอกจากนี้ ผู้เสียชีวิตยังมีโรคประจำตัวและต้องรับประทานยานอนหลับเป็นประจำ
เบื้องต้น เจ้าหน้าที่ตำรวจสันนิษฐานว่า ผู้เสียชีวิตอาจเปิดประตูรถที่ไม่ได้ล็อกเข้าไปนั่งพัก ก่อนเผลอหลับและเกิดภาวะขาดอากาศหายใจ อย่างไรก็ตาม สาเหตุการเสียชีวิตที่แท้จริงยังต้องรอผลการชันสูตรจากแพทย์นิติเวช พร้อมทั้งตรวจสอบภาพจากกล้องวงจรปิดตามเส้นทางต่าง ๆ เพื่อคลี่คลายข้อเท็จจริงว่า หญิงรายดังกล่าวเดินทางมาถึงจุดเกิดเหตุและเข้าไปอยู่ภายในรถได้อย่างไร ก่อนสรุปสำนวนคดีต่อไป