วันที่ 17 กรกฎาคม 2569 ที่กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น นายอรรษิษฐ์ สัมพันธรัตน์ ปลัดกระทรวงมหาดไทย เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการกลางการสอบแข่งขันพนักงานส่วนท้องถิ่น (กสถ.) เพื่อพิจารณาเพิกถอนผลการสอบบรรจุข้าราชการท้องถิ่น โดยมี นายวันชัย จันทร์พร ประธานคณะกรรมการกลางการสอบแข่งขันพนักงานส่วนท้องถิ่น (กสถ.) และนายนิรัตน์ พงษ์สิทธิถาวร รองปลัดกระทรวงมหาดไทย ในฐานะรักษาราชการแทนอธิบดีกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น เข้าร่วมประชุม
ภายหลังการประชุม นายอรรษิษฐ์ กล่าวว่า สังคมต้องการความชัดเจนเกี่ยวกับประเด็นดังกล่าว อีกทั้งยังมีข้อมูลที่คลาดเคลื่อนว่ามีการดึงรายชื่อผู้สอบออกจากระบบ ซึ่งก่อนหน้านี้ได้แจ้งไว้แล้วว่าอาจมีการเพิกถอนรายชื่อผู้ที่มีคะแนนผิดปกติ โดยโชคดีที่สามารถประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้งหมด และได้รับข้อมูลสำคัญตั้งแต่เมื่อวานที่ผ่านมา ก่อนจะใช้เวลาตรวจสอบตลอดทั้งคืนและนำข้อมูลเข้าสู่ที่ประชุม
ทั้งนี้ ที่ประชุมได้รับทราบข้อมูลคะแนนสอบของผู้เข้าสอบกว่า 200,000 คน จากผู้สมัครทั้งหมดประมาณ 400,000 คน และมีผู้เข้าสอบจริง 270,000 คน ผลการตรวจสอบพบผู้ที่มีคะแนนผิดปกติจำนวน 5,924 คน กรรมการได้รับทราบข้อมูลคะแนนที่ได้รับการปรับแก้ พร้อมรับฟังรายละเอียดจากการนำเสนอ และมีมติเห็นชอบร่วมกัน
นายอรรษิษฐ์ กล่าวว่า ที่ประชุมมีมติยกเลิกมติเดิมที่เคยรับรองรายชื่อผู้ผ่านการสอบเพื่อเข้าสู่ภาค ค. หรือการบรรจุเข้ารับราชการในตำแหน่งดังกล่าว ส่งผลให้การรับรองรายชื่อผู้สอบผ่านก่อนหน้านี้สิ้นผล พร้อมมีมติยกเลิกประกาศการขึ้นบัญชีผู้สอบแข่งขันได้ของข้าราชการท้องถิ่นทั้งหมด โดยประธานคณะกรรมการจะลงนามในประกาศบัญชีฉบับใหม่ หลังจากตรวจสอบข้อมูลและจัดลำดับใหม่ให้ถูกต้อง ซึ่งหมายความว่าจะยกเลิกบัญชีเดิมทั้งหมด และจัดทำบัญชีใหม่แทน คาดว่าจะสามารถลงนามในประกาศยกเลิกได้ภายในช่วงต้นสัปดาห์หน้า
นายอรรษิษฐ์ กล่าวเพิ่มเติมว่า จะไม่มีการจัดสอบใหม่ เนื่องจากยังมีคะแนนสอบที่ถูกต้องครบถ้วน เพียงแต่ต้องยกเลิกบัญชีเดิมทั้งหมดและจัดเรียงลำดับใหม่ โดยจากการตรวจสอบพบผู้ที่มีคะแนนผิดปกติจำนวน 5,924 คน ซึ่งส่วนใหญ่อยู่ในลำดับต้นของบัญชีรายชื่อผู้ได้รับการบรรจุ
เมื่อสอบถามถึงอำนาจของ กสถ. ในการเพิกถอน นายนิรัตน์ กล่าวว่า หน่วยงานใดเป็นผู้มีอำนาจออกคำสั่ง หน่วยงานนั้นก็มีอำนาจแก้ไขคำสั่งของตนเอง หากมติดังกล่าวเกิดจาก กสถ. เมื่อพบว่าข้อมูลไม่ถูกต้อง ก็มีหน้าที่ต้องดำเนินการแก้ไขโดยตรง
ด้านนายวันชัย กล่าวถึงฐานอำนาจในการเพิกถอนว่า ใช้หลักการตามกฎหมายวิธีปฏิบัติราชการทางปกครอง ซึ่งกำหนดว่า หากเจ้าหน้าที่ออกคำสั่งทางปกครองโดยไม่ถูกต้อง ก็มีอำนาจแก้ไขให้ถูกต้อง ถือเป็นข้อยุติในฝ่ายปกครอง อย่างไรก็ตาม สิทธิของผู้ได้รับผลกระทบยังไม่สิ้นสุด เมื่อมีการยกเลิกบัญชีเดิมและจัดทำบัญชีใหม่ จะต้องแจ้งไปยังจังหวัดอีกครั้งว่ามติเดิมไม่ชอบด้วยกฎหมาย ผู้ที่ถูกเพิกถอนยังสามารถใช้สิทธิยื่นอุทธรณ์หรือฟ้องต่อศาลปกครองได้ หากไม่เห็นด้วยกับผลการดำเนินการ ส่วนการที่ศาลจะมีคำสั่งคุ้มครองชั่วคราวหรือไม่นั้น เป็นดุลยพินิจของศาล ขณะที่กระทรวงมหาดไทยได้มอบหมายให้ฝ่ายกฎหมายเตรียมข้อมูลเพื่อชี้แจงต่อศาลปกครองแล้ว