ปู กนกวรรณ ปล่อยโฮเลิก เด๋อ ดอกสะเดา เจอซุกโลกอีกใบ อึ้งประโยคที่ฝ่ายหญิงพูด เจ็บจนพูดไม่ออก
ข่าวบันเทิง

ปู กนกวรรณ ปล่อยโฮเลิก เด๋อ ดอกสะเดา เจอซุกโลกอีกใบ อึ้งประโยคที่ฝ่ายหญิงพูด เจ็บจนพูดไม่ออก

จากโพสต์ตัดพ้อปริศนาของ ปู กนกวรรณ ภรรยา เด๋อ ดอกสะเดา สถานะคล้ายกำลังมีปัญหาและได้เขียนระบายความในใจผ่านเฟซบุ๊คระบุว่า หากไม่มีเรื่องนี้เกิดขึ้น จะไม่รู้เลยว่ามีคนรักเราขนาดนี้ ขอบคุณทุกคนที่ได้พูดคุย ช่วยดึงเราออกมา ตอนนี้พร้อมยอมรับความจริง ถือว่าหมดบุญกันแค่นี้ วันนี้ปูไปขอวีซ่า อยากไปหาลูกแล้ว ลูกคือโลกใบเดียวของปูค่ะ

และอีกหนึ่งข้อความ ถ้าจะไป ขอไปพี่อ้อย พี่ฉอดนะคะ ซึ่งต้องบอกว่ารายการดังกล่าวป็นที่รู้กันว่าเป็นเนื้อหาเกี่ยวกับความรัก

ล่าสุด ปู กนกวรรณ เดินทางมาร่วมอัดรายการ Club Friday Show และภายหลังเสร็จสิ้นการบันทึกเทป ปูได้เปิดใจให้สัมภาษณ์กับสื่อมวลชนเป็นครั้งแรก ถึงประเด็นที่ถูกจับตามองเรื่องสถานะครอบครัวกับตลกรุ่นใหญ่ เด๋อ ดอกสะเดา โดยยอมรับว่าทั้งคู่เลิกรากันแล้ว ตั้งแต่วันที่ 22 พฤศจิกายน 2568

ปูเผยว่า ฟางเส้นสุดท้ายของชีวิตคู่ คือการค้นพบ “โลกอีกใบ” ที่อดีตสามีซ่อนไว้นานถึง 29 ปี หลังพบผู้หญิงคนหนึ่งมานอนเฝ้าเด๋อที่ศูนย์ฯ จนทำให้ความจริงทั้งหมดกระจ่างชัด

ปูเล่าว่า เคยถามเด๋อตรงๆ ถึงผู้หญิงคนดังกล่าว และได้รับคำตอบว่าเป็น “เด็กของลูกน้องในคณะ” ซึ่งลึกๆ แล้วปูไม่เชื่อ เพราะรู้สึกว่าต้องมีบางอย่างซ่อนอยู่ ระหว่างนั้นมีผู้หญิงโทรเข้ามาหาเด๋ออยู่ตลอด แต่ปูพยายามคิดในแง่ดีว่า หากเด๋อไม่ได้ไปหา อีกฝ่ายจึงเป็นฝ่ายโทรมาเอง

ผู้หญิงคนนี้วนเวียนอยู่ในชีวิตคู่มานานถึง 29 ปี และปูเคยจับได้มาก่อน ครั้งนั้นถึงขั้นคิดจะเลิกรา หลังอัดรายการสี่ทุ่มสแควร์เสร็จ ทั้งคู่ยังดูหวานชื่น แต่เมื่อกลับบ้าน ปูกลับรู้สึกเอะใจ จึงตามเด๋อไปและพบว่าเขาจอดรถอยู่ข้างอพาร์ตเมนต์ของผู้หญิงคนดังกล่าว

ปูโทรศัพท์หาเด๋อ และบอกให้เลือกว่าจะกลับบ้านหรือเลิกกัน เด๋อจึงกลับมาและยืนยันคำเดิมว่า ผู้หญิงคนนี้เป็นเด็กของลูกน้องในคณะ ซึ่งปูมองว่าไม่สมเหตุสมผล จึงบอกให้เด๋อเลิกยุ่งและออกจากบ้าน แต่เด๋อขอโทษและขอโอกาส โดยบอกว่าจะไปเคลียร์ให้เรียบร้อย ช่วงนั้นเพิ่งมีข่าวว่าทั้งคู่คบกัน หากเลิกกันทันทีอาจถูกมองผิด ปูจึงตัดสินใจให้โอกาสอีกครั้ง

หลังจากนั้น ผู้หญิงคนเดิมยังโทรเข้ามาอยู่เสมอ ทั้งที่เบอร์บ้าน ขอคุยกับเด๋อ ปูเข้าใจมาตลอดว่าอาจโทรมาขอเงิน เพราะคิดว่าหากเด๋อไปยุ่งกับชีวิตใคร ก็ต้องรับผิดชอบ แม้จะมีการพูดคุยทางโทรศัพท์กันบ้าง แต่ไม่เคยชัดเจนเรื่องสถานะ ฝ่ายหญิงมักไม่ตอบคำถามตรงๆ และเด๋อก็ไม่ยอมมาคุยกันแบบเปิดเผย

ในช่วงที่ปูตั้งครรภ์ ยังมีการติดต่อกัน และปูเคยได้ยินเหมือนมีคนกระซิบข้างหูเด๋อว่า “ทางนี้ก็มีลูกนะ” แม้ปูจะไม่คอนเฟิร์ม แต่คำว่า “ลูก” ทำให้ปูเจ็บปวด เพราะขณะนั้นเธอก็กำลังตั้งท้อง และผู้หญิงคนดังกล่าวก็ยังไม่หายไปจากชีวิตคู่

แม้กระทั่งเมื่อ 2 ปีก่อน ยังมีการโทรมาในช่วงเที่ยงคืน ให้เรียกเด๋อมาคุย ขณะที่เด๋อเข้าห้องน้ำ ฝ่ายหญิงใช้ไลน์โทรมา ปูจึงกดดูโปรไฟล์ และได้เห็นหน้าผู้หญิงคนนี้เป็นครั้งแรกในรอบ 29 ปี และจดจำไว้ กระทั่งวันที่ 22 พฤศจิกายน 2568 ปูได้พบตัวจริง เมื่อเห็นผู้หญิงคนหนึ่งมานอนเฝ้าเด๋ออยู่ที่ศูนย์ฯ ความรู้สึกตอนนั้นคือจุกจนพูดไม่ออก เมื่อถามชื่อก็ยืนยันได้ทันทีว่าเป็นคนเดียวกับที่โทรศัพท์คุยกับเธอมาตลอด

ปูยังเผยว่า อึ้งกับประโยคที่ฝ่ายหญิงพูดกับเธอว่า

ที่ผ่านมาต้องขอโทษด้วยนะ ไม่โกรธกันแล้วเนอะ แก่ๆ กันแล้ว” ซึ่งทำให้ปูเจ็บปวดจนไม่สามารถพูดอะไรออกมาได้

ปูยอมรับว่า ผู้หญิงคนนั้นมาก่อน และตนเองต่างหากที่เป็นฝ่ายเป็น “ตัวน้อย” หากรู้ความจริงตั้งแต่แรก จะไม่ยอมให้เหตุการณ์ยืดเยื้อนานขนาดนี้ และจะตัดสินใจเลิกอย่างเด็ดขาด ไม่ว่าเด๋อ ดอกสะเดา จะโด่งดังเพียงใดก็ตาม

ในส่วนของเรื่องทรัพย์สิน ปูยืนยันว่าไม่ได้จดทะเบียนสมรสกับเด๋อ ทรัพย์สินของทั้งคู่แยกกันชัดเจน สำหรับที่ดินจำนวน 4 ไร่ ที่จังหวัดสุพรรณบุรี เป็นเงินของปูที่ซื้อไว้ แต่โฉนดเป็นชื่อของเด๋อ ซึ่งปูยืนยันว่า ยกให้เด๋อทั้งหมด โดยไม่ขอเรียกร้องใดๆ