วันที่ 10 กุมภาพันธ์ 2569 ปู กนกวรรณ ได้เดินทางมาร่วมบันทึกเทปรายการ Club Friday Show และภายหลังการอัดรายการเสร็จสิ้น ได้เปิดใจให้สัมภาษณ์กับสื่อมวลชนเป็นครั้งแรก ถึงสถานะความสัมพันธ์ในครอบครัวกับอดีตสามี ตลกรุ่นใหญ่ เด๋อ ดอกสะเดา โดยยอมรับว่าทั้งคู่ได้เลิกรากันแล้ว ตั้งแต่วันที่ 22 พฤศจิกายน 2568
ปู เปิดเผยว่า สาเหตุสำคัญของการตัดสินใจยุติความสัมพันธ์ มาจากการพบว่าอดีตสามีมี โลกอีกใบ ที่ปกปิดไว้มายาวนานถึง 29 ปี ซึ่งถือเป็นฟางเส้นสุดท้ายของชีวิตคู่ ปู เล่าว่า ก่อนหน้านี้เคยสอบถามเด๋อโดยตรงเกี่ยวกับผู้หญิงอีกคน และได้รับคำตอบว่าเป็นเพียง เด็กของลูกน้องในคณะ ซึ่งในใจไม่เชื่อและรู้สึกว่าต้องมีอะไรซ่อนอยู่ แต่ในช่วงเวลานั้นมักเห็นฝ่ายหญิงเป็นฝ่ายโทรเข้ามาหา จึงพยายามคิดในแง่ดีว่า หากอดีตสามีไม่ได้ไปหา ผู้หญิงคนนั้นถึงยังเป็นฝ่ายโทรมา

ภาพจากรายการ Club Friday Show
ปู ยังเล่าย้อนเหตุการณ์ว่า ผู้หญิงคนดังกล่าววนเวียนอยู่ในชีวิตคู่มาตั้งแต่เมื่อ 29 ปีก่อน และเคยจับได้มาแล้วครั้งหนึ่ง จนเกือบตัดสินใจเลิกรา หลังจากเสร็จงานรายการ สี่ทุ่มสแควร์ ในวันหนึ่ง ทั้งคู่ยังมีความหวานชื่นกันตามปกติ แต่เมื่อกลับถึงบ้าน ปูเกิดความรู้สึกผิดสังเกต จึงตัดสินใจขับรถตามเด๋อไป และพบว่าเขาจอดรถอยู่ใกล้อพาร์ตเมนต์ของผู้หญิงคนนั้น
ปู ระบุว่า ได้โทรศัพท์ไปถามเด๋อว่าจะกลับบ้านหรือจะเลิกกัน ก่อนที่เด๋อจะยอมกลับมาและยืนยันคำเดิมว่า ผู้หญิงคนดังกล่าวเป็นเพียงเด็กของลูกน้องในคณะ ซึ่งปูมองว่าไม่สมเหตุสมผล จึงขอให้เขาเลิกยุ่งและออกจากบ้านไป อย่างไรก็ตาม เด๋อได้ขอโทษและขอโอกาส โดยอ้างว่าจะไปจัดการเรื่องดังกล่าวให้เรียบร้อย ประกอบกับในช่วงนั้นเพิ่งมีข่าวเปิดตัวความสัมพันธ์ ปูจึงตัดสินใจให้โอกาสอีกครั้ง

ภาพจากรายการ Club Friday Show
แม้จะให้โอกาส แต่ปูยอมรับว่า โลกอีกใบ ยังคงติดต่อเข้ามาอย่างต่อเนื่อง แม้กระทั่ง 2 ปีที่ผ่านมา ก็ยังมีโทรศัพท์เข้ามา และมีคนบอกกับปูว่า ฝ่ายหญิงมีลูกแล้วด้วย ปู เล่าอีกว่า ผู้หญิงคนนี้มักโทรเข้ามาที่บ้าน ขอคุยกับเด๋ออยู่เป็นประจำ ซึ่งตนพยายามคิดในทางดีว่า เป็นการโทรมาขอความช่วยเหลือทางการเงิน เนื่องจากเชื่อว่า หากเด๋อไปหาฝ่ายนั้นจริง ๆ คงไม่จำเป็นต้องโทรมาเช่นนี้ การพูดคุยระหว่างปูกับผู้หญิงคนนั้นไม่เคยมีการระบุสถานะที่ชัดเจน และฝ่ายหญิงก็มักไม่ตอบคำถามตรงประเด็น พร้อมบอกให้ไปคุยกับเด๋อโดยตรง ซึ่งเด๋อก็หลีกเลี่ยงการพูดคุย

ในช่วงที่ปูกำลังตั้งครรภ์ ยังมีการติดต่อกัน และปูได้ยินคำพูดแว่วว่า ทางนี้ก็มีลูกนะ แม้จะไม่สามารถยืนยันได้ชัดเจน แต่ยอมรับว่าคำว่า ลูก ทำให้รู้สึกเจ็บปวดอย่างมาก เพราะขณะนั้นตนเองก็กำลังตั้งท้อง และผู้หญิงคนนั้นยังคงวนเวียนอยู่ในชีวิตอย่างต่อเนื่อง
ปู เล่าทั้งน้ำตาว่า จุดเปลี่ยนสำคัญเกิดขึ้นเมื่อ 2 ปีก่อน มีโทรศัพท์เข้ามาในช่วงเที่ยงคืนผ่านแอปพลิเคชันไลน์ ขอคุยกับเด๋อ ขณะนั้นเด๋อเข้าห้องน้ำ ปูจึงกดดูโปรไฟล์และได้เห็นใบหน้าของผู้หญิงคนนั้นเป็นครั้งแรกในรอบ 29 ปี และจดจำเอาไว้ กระทั่งวันที่ 22 พฤศจิกายน 2568 ท่ผ่านมา ปูได้เผชิญหน้ากับผู้หญิงคนนั้นตัวจริง เมื่อเห็นเธอมานอนเฝ้าเด๋ออยู่ที่ศูนย์ฯ ทำให้รู้สึกจุกอกอย่างบอกไม่ถูก เมื่อสอบถามชื่อจึงมั่นใจว่าเป็นบุคคลเดียวกับที่ติดต่อกันมาตลอดหลายสิบปี

นอกจากนี้ ปู ยังเผยเรื่องสำคัญ ถึงประโยคที่ทำให้เจ็บปวดที่สุด เมื่อฝ่ายหญิงกล่าวว่า ที่ผ่านมาต้องขอโทษด้วยนะ ไม่โกรธกันแล้วเนอะ แก่ ๆ กันแล้ว ซึ่งทำให้ปูถึงกับพูดไม่ออก ปู ยอมรับอย่างตรงไปตรงมาว่า ความจริงแล้วฝ่ายหญิงเป็นคนที่มาก่อน ส่วนตัวเองต่างหากที่เป็นคนมาทีหลัง และหากรู้ความจริงตั้งแต่ต้น จะไม่ยอมให้เหตุการณ์เช่นนี้เกิดขึ้น และจะตัดสินใจเลิกราโดยไม่ลังเล ไม่ว่าเด๋อจะมีชื่อเสียงโด่งดังเพียงใดก็ตาม
ในส่วนของทรัพย์สิน ปู ระบุว่า ทั้งคู่ไม่ได้จดทะเบียนสมรส และต่างคนต่างแยกทรัพย์สินกันอย่างชัดเจน สำหรับที่ดินจำนวน 4 ไร่ ในจังหวัดสุพรรณบุรี เป็นเงินของปูที่ซื้อ แต่โฉนดเป็นชื่อของเด๋อ ซึ่งปูยืนยันว่าได้ยกให้เด๋อทั้งหมดแล้ว และไม่ติดใจเรียกร้องใด ๆ