ฟ้าผ่า! 400 ชีวิต โรงงานพลาสติก ก่อตั้งมา 50 ปี ไปต่อไม่ไหว เซ่นพิษเศรษฐกิจ ลูกจ้างแฉ ถูกบีบลาออก-ชดเชยไม่เป็นธรรม
ข่าวเศรษฐกิจ

ฟ้าผ่า! 400 ชีวิต โรงงานพลาสติก ก่อตั้งมา 50 ปี ไปต่อไม่ไหว เซ่นพิษเศรษฐกิจ ลูกจ้างแฉ ถูกบีบลาออก-ชดเชยไม่เป็นธรรม

เมื่อวันที่ 17 เม.ย. 2569 ที่ผ่านมา ณ ศาลากลางจังหวัดสมุทรปราการ น.ส.พนิดา มงคลสวัสดิ์ สส.สมุทรปราการ เขต 1 พรรคประชาชน และนายเซีย จำปาทอง สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ได้นำกลุ่มแรงงานชาวไทยที่ได้รับผลกระทบจากการถูกเลิกจ้างของบริษัทแห่งหนึ่ง ซึ่งเป็นผู้ผลิตและส่งออกผลิตภัณฑ์พลาสติกเข้าพบ นายศุภมิตร ชิณศรี ผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรปราการ พร้อมหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อหารือแนวทางแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนของแรงงานจำนวนมาก

การประชุมมีผู้แทนจากสำนักงานแรงงานจังหวัด สำนักงานประกันสังคม สำนักงานสวัสดิการและคุ้มครองแรงงานจังหวัดสมุทรปราการ ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดสมุทรปราการ อัยการจังหวัดสมุทรปราการ พร้อมหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าร่วม โดยที่ประชุมเปิดรับฟังข้อเท็จจริง จากทั้งฝ่ายลูกจ้าง และนายจ้าง พร้อมข้อเรียกร้องเรื่องค่าชดเชย สิทธิประโยชน์ และการจัดหางานใหม่

กรณีดังกล่าวสืบเนื่องจากศูนย์ดำรงธรรมจังหวัดสมุทรปราการได้รับเรื่องร้องเรียนว่า บริษัทในกลุ่มอุตสาหกรรมพลาสติกมีการเลิกจ้างพนักงานจำนวนมาก อ้างเหตุยุติกิจการ ส่งผลให้แรงงานได้รับความเดือดร้อน ขณะที่การเจรจาที่ผ่านมายังไม่สามารถหาข้อยุติได้ โดยมีข้อกล่าวหาว่าบริษัทประวิงเวลาและไม่ชัดเจนในการจ่ายค่าชดเชย

สำหรับบริษัทดังกล่าวดำเนินกิจการมากว่า 50 ปี ก่อนประกาศยุติการดำเนินงานในเดือน เม.ย. 2569 โดยอ้างผลกระทบจากภาวะเศรษฐกิจและสถานการณ์ความขัดแย้งระหว่างประเทศ ทำให้ต้นทุนวัตถุดิบและพลังงานปรับตัวสูงขึ้นต่อเนื่อง

ด้านนายอุทัย เปี่ยมสกุล ทนายความบริษัท ในฐานะตัวแทนฝ่ายนายจ้าง ชี้แจงว่า การเลิกกิจการเป็นไปตามสภาวะเศรษฐกิจ พร้อมยืนยันว่าลูกจ้างส่วนใหญ่สมัครใจลาออก และบริษัทได้ทยอยจ่ายค่าชดเชยตามกฎหมายแล้วบางส่วน ปฏิเสธข้อกล่าวหาการบังคับให้ลาออก อย่างไรก็ตาม บรรยากาศการประชุมมีความตึงเครียด เมื่อมีตัวแทนแรงงานลุกขึ้นสะท้อนปัญหา

โดยพนักงานหญิงรายหนึ่ง ซึ่งทำงานมา 12 ปี ระบุว่า ถูกกล่าวอ้างว่า ป่วย เพื่อเป็นเหตุเลิกจ้าง ทั้งที่ปฏิบัติงานแทนเพื่อนร่วมงานได้หลายตำแหน่งในช่วงที่ผ่านมา และใช้สิทธิประกันสังคมตามปกติ โดยถูกเสนอค่าชดเชยเพียง 30,000 บาท ซึ่งเห็นว่าไม่เป็นธรรม พร้อมอ้างว่ามีการข่มขู่ว่าจะหาความผิดเพื่อบังคับให้ออกจากงาน และหากไม่ยินยอมให้ไปดำเนินการฟ้องร้องเอาเอง

ขณะที่พนักงานชายอีกราย ซึ่งทำงานมาตั้งแต่เริ่มก่อตั้งโรงงาน เปิดเผยว่า ถูกเรียกไปเลิกจ้าง และให้ลงนามในเอกสารโดยได้รับเงิน 50,000 บาท ทั้งที่ทำงานมายาวนานกว่า 36 ปี พร้อมตั้งคำถามถึงสิทธิที่พึงได้รับตามกฎหมาย ว่าควรได้รับมากกว่านี้หรือไม่ แม้จะพ้นสภาพผู้ประกันตนไปก่อนหน้านี้แล้วก็ตาม

นอกจากนี้ รายงานยังระบุว่า โรงงานดังกล่าวมีพนักงานรวมกว่า 400 คน เป็นแรงงานชาวไทย 115 คน ที่เหลือเป็นพนักงาแรงงานต่างชาติ โดยแรงงานชาวไทยถูกเลิกจ้างแล้ว 45 คน และยังมีอีก 17 ราย ที่ยังไม่สามารถตกลงเรื่องค่าชดเชยกับบริษัทได้ ภายหลังการประชุม นายศุภมิตร ชิณศรี ผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรปราการ ได้สั่งการให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งไกล่เกลี่ยข้อพิพาท เพื่อให้เกิดความเป็นธรรม พร้อมจัดมาตรการรองรับแรงงานทั้งด้านการจ้างงานใหม่ การฝึกอาชีพ และการเยียวยาอย่างเร่งด่วน