กรมการปกครอง มีคำสั่งด่วนที่สุด ถึงผู้ว่าฯ ทุกจังหวัด ยกเว้นจังหวัดนนทบุรี
กรมการปกครอง มีคำสั่งด่วนที่สุด ถึงผู้ว่าฯ ทุกจังหวัด ยกเว้นจังหวัดนนทบุรี
ข่าวการเมือง

กรมการปกครอง มีคำสั่งด่วนที่สุด ถึงผู้ว่าฯ ทุกจังหวัด ยกเว้นจังหวัดนนทบุรี

ฟังข่าวนี้

เมื่อวันที่ 7 สิงหาคม 2569 นายนฤชา โฆษาศิวิไลซ์ อธิบดีกรมการปกครอง เปิดเผยถึงกรณีเกิดเหตุการณ์สะเทือนขวัญภายในโรงเรียนเทพศิรินทร์ นนทบุรี อำเภอบางกรวย จังหวัดนนทบุรี ซึ่งมีนักเรียนใช้อาวุธปืนก่อเหตุ จนมีผู้ได้รับบาดเจ็บและเสียชีวิตว่า กรมการปกครองได้กำชับฝ่ายปกครองทั่วประเทศให้ยกระดับมาตรการเชิงรุก เพื่อดูแลความสงบเรียบร้อยและความปลอดภัยของประชาชน พร้อมเร่งป้องกันและลดปัญหาอาชญากรรม รวมถึงเฝ้าระวังไม่ให้เกิดเหตุรุนแรงหรือเหตุเลียนแบบในพื้นที่อื่น

ทั้งนี้ เพื่อเสริมประสิทธิภาพในการรักษาความสงบเรียบร้อย ป้องกันอาชญากรรม และลดความเสี่ยงจากเหตุรุนแรง กรมการปกครองได้กำชับให้ทุกจังหวัดดำเนินมาตรการที่เกี่ยวข้องอย่างเข้มงวด ดังนี้

1. ยกระดับมาตรการคุมเข้มการครอบครองและพกพาอาวุธปืนอย่างเด็ดขาด และถือปฏิบัติตามคำสั่งสำนักนายกรัฐมนตรีและกระทรวงมหาดไทย ที่ 429/2569 เรื่อง ห้ามการออกใบอนุญาตให้มีอาวุธปืนติดตัว (แบบ ป.12) เป็นการชั่วคราว ลงวันที่ 19 กุมภาพันธ์ 2569 ซึ่งมีผลใช้บังคับมีกำหนดระยะเวลา 1 ปี นับตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป (20 กุมภาพันธ์ 2569 - 19 กุมภาพันธ์ 2570) โดยเคร่งครัด

2. ให้นายทะเบียนอาวุธปืนแจ้งกำชับผู้ได้รับใบอนุญาตอาวุธปืนเก็บรักษาอาวุธปืนในความครอบครองของตนอย่างปลอดภัย เพื่อป้องกันมิให้ผู้อื่นนำอาวุธปืนไปใช้ในทางมิชอบ อันอาจก่อให้เกิดอันตรายต่อผู้อื่นและสังคม

3. สั่งการนายอำเภอทุกอำเภอ ยกระดับความปลอดภัยเชิงรุก คุมเข้มอาวุธปืนและยาเสพติด โดยบูรณาการหน่วยงานความมั่นคงในพื้นที่ร่วมกับฝ่ายปกครอง ได้แก่ ปลัดอำเภอ กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้าน สารวัตรกำนัน สมาชิกกองอาสารักษาดินแดน (สมาชิก อส.) และชุดรักษาความปลอดภัยหมู่บ้าน (ชรบ.) ในการตั้งจุดตรวจ จุดสกัด ลาดตระเวนตรวจตรา จัดระเบียบสังคมในพื้นที่สาธารณะ เส้นทางคมนาคม สถานที่สำคัญ จุดเสี่ยง จุดล่อแหลม สถานบริการ หรือสถานประกอบการที่มีลักษณะคล้ายสถานบริการ มิให้ผู้ใดพกพาอาวุธปืนติดตัวโดยเด็ดขาด หากพบผู้ใดฝ่าฝืนให้ดำเนินการตามกฎหมายอย่างถึงที่สุด

4. ยกระดับการรักษาความปลอดภัยในสถานที่สำคัญ เช่น โรงเรียน สถานศึกษา ศาสนสถาน ห้างสรรพสินค้า หรือสถานที่ที่ประชาชนรวมตัวกัน เป็นต้น ให้มีระบบรักษาความปลอดภัยอย่างรัดกุม สามารถป้องกันการก่อเหตุอาชญากรรมได้ รวมทั้งจัดให้มีการซักซ้อมแผนเผชิญเหตุหรือการปฏิบัติตนหากต้องตกอยู่ในภาวะอันตราย

5. สั่งการนายอำเภอทุกอำเภอ ใช้กลไกฝ่ายปกครองเฝ้าระวังบุคคลที่มีพฤติกรรมเสี่ยงในการก่อเหตุความรุนแรง เช่น ผู้ป่วยจิตเวช ผู้มีพฤติกรรมก้าวร้าว หรือผู้ที่มีประวัติการกระทำความผิด เป็นต้น เพื่อมิให้เกิดเหตุซ้ำหรือลอกเลียนแบบ ตลอดจนสังเกตความผิดปกติของประชาชนที่อยู่ในพื้นที่ หากมีพฤติกรรมเป็นที่น่ากังวล ให้ดำเนินการหรือประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องดูแลและประเมินพฤติกรรมเพื่อหาวิธีการช่วยเหลืออย่างเหมาะสม รวมทั้งให้คำแนะนำผู้ปกครองดูแลเด็กและเยาวชนอย่างใกล้ชิด โดยใช้หมู่บ้าน/ชุมชนเป็นฐานในการสร้างความเข้มแข็งของสถาบันครอบครัว

6. กรณีเกิดเหตุรุนแรงหรือเหตุการณ์สะเทือนขวัญ ให้เร่งรัดการสอบสวน การบรรเทาและเยียวยาสภาพจิตใจผู้ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น และเร่งดำเนินการให้ผู้ได้รับผลกระทบได้รับการช่วยเหลือตามกฎหมายครอบคลุมทุกด้านโดยเร็วที่สุด

อธิบดีกรมการปกครอง กล่าวย้ำว่า กรมการปกครองจะบูรณาการการทำงานร่วมกับทุกภาคส่วน เพื่อป้องกันเหตุรุนแรงและสร้างความปลอดภัยให้แก่ประชาชน พร้อมกำชับให้ฝ่ายปกครองทุกระดับปฏิบัติหน้าที่ด้วยความเข้มงวด เด็ดขาด และต่อเนื่อง เพื่อสร้างความเชื่อมั่นและความอุ่นใจให้แก่ประชาชนในทุกพื้นที่ทั่วประเทศ

ข่าวที่เกี่ยวข้อง
ข่าวที่คุณอาจสนใจ