วันที่ 16 เมษายน 2569 ที่กระทรวงยุติธรรม พล.ต.ท.รุทธพล เนาวรัตน์ รมว.ยุติธรรม พร้อมด้วย นายเอกนัฏ พร้อมพันธุ์ รมว.พลังงาน, นายประเสริฐ สินสุขประเสริฐ ปลัดกระทรวงพลังงาน, พล.ต.อ.ธัชชัย ปิตะนีละบุตร รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ, พ.ต.ต.ยุทธนา แพรดำ อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ), พล.ร.อ.ธาดาวุธ ทัดพิทักษ์กุล เสนาธิการทหารเรือและเลขาธิการศูนย์อำนวยการรักษาผลประโยชน์ของชาติทางทะเล (ศรชล.) และ พล.ต.ท.นพศิลป์ พูลสวัสดิ์ ผู้บัญชาการประจำสำนักงานผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ

ร่วมแถลงผลการแก้ไขปัญหาและป้องกันภาวะการขาดแคลนน้ำมันเชื้อเพลิงอันเนื่องมาจากผลกระทบของความขัดแย้งในตะวันออกกลาง ตามคำสั่งนายกรัฐมนตรีที่ 3/2569 ลงวันที่ 20 มีนาคม 2569 โดยกระทรวงยุติธรรมได้บูรณาการกำลังร่วมกับกรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI) ศูนย์อำนวยการรักษาผลประโยชน์ของชาติทางทะเล (ศรชล.) กระทรวงกลาโหม สำนักงานตำรวจแห่งชาติ กรมธุรกิจพลังงาน กรมเจ้าท่า กรมสรรพสามิตและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ลงพื้นที่ตรวจสอบพฤติกรรมการกักตุนและลักลอบขนส่งน้ำมันอย่างเข้มงวด
พล.ต.อ.ธัชชัย เปิดเผยว่า ได้รับมอบหมายให้ตรวจสอบสาเหตุของการขาดแคลนน้ำมันของสถานีบริการน้ำมัน ช่วงวิกฤตว่าหาสาเหตุคืออะไร โดยให้ตำรวจทั่วประเทศมอนิเตอร์สถานีบริการน้ำมันทุกวันถึงสถานการณ์การขาดแคลนน้ำมัน ในห้วงวันที่ 21-25 มี.ค.ที่ผ่านมา พบความผิดปกติ 3 ส่วน คือ 1.คลังน้ำมันผู้ประกอบการน้ำมัน มาตรา 7 (ผู้ค้าน้ำมันรายใหญ่) จำนวน 3 แห่ง, มาตรา 10 (จ๊อบเบอร์) จำนวน 2 แห่ง ที่มีปริมาณน้ำมันจำนวนมาก แต่ไม่ได้มีการจ่ายออกไป หรือจ่ายน้อยกว่าค่าเฉลี่ยที่เคยมีมา 2.การขนส่งน้ำมันจากโรงกลั่นทางเรือมีความล่าช้ากว่าปกติ มีเรือหลายลำมีพฤติการณ์ไปจอดลอยลำเพื่อรอเวลาให้ราคาน้ำมันขึ้นก่อนส่งให้คลังน้ำมันจุดหมายปลายทาง เป็นปริมาณน้ำมัน 7.9 ล้านลิตร และ 3.การขนส่งน้ำมันทางบก จากคลังไปปั๊มน้ำมัน มีไม่ระบุจุดหมายปลายทาง จำนวน 662 เที่ยว น้ำมันปริมาณ 2,137,900 ลิตร อีกทั้งยังพบว่า มีการลักลอบส่งไม่ตรงเป้าหมายปลายทางที่กำหนดไว้ ออกนอกเส้นทาง หรือปิด GPS จำนวน 15 เที่ยว น้ำมันปริมาณ 148,000 ลิตร ส่งผลให้น้ำมันหน้าปั๊มขาดแคลน
พล.ต.อ.ธัชชัย เปิดเผยอีกว่า ค่าเฉลี่ยของการจ่ายน้ำมันของคลังน้ำมัน มีค่าเฉลี่ยวันละ 2 ล้านลิตร ระหว่างวันที่ 21-24 มี.ค. มีการจ่ายน้ำมันปริมาณต่ำกว่าค่าเฉลี่ยตามปกติ จากนั้นวันที่ 25 มี.ค. ก็ได้มีการจ่ายน้ำมันปริมาณสูงกว่าค่าเฉลี่ย เนื่องจากวันที่ 26 มี.ค. ประกาศปรับราคาน้ำมันขึ้นลิตรละ 6 บาท เป็นการตั้งข้อสังเกตว่า คลังน้ำมัน 3 แห่ง มีน้ำมันจำนวนมากที่สามารถจ่ายให้ปั๊มน้ำมันได้แต่ไม่จ่าย จึงต้องมีการรวบรวมพยานหลักฐานเพิ่มเติมในการดำเนินการต่อไป

ซึ่งการกระทำดังกล่าวเข้าข่ายความผิด พ.ร.บ.ว่าด้วยสินค้าและบริการ พ.ศ.2542 และ พ.ร.บ.การค้าน้ำมันเชื้อเพลิง พ.ศ.2543 โดยคลังน้ำมัน 5 แห่งดังกล่าว จะต้องสอบปากคำที่เกี่ยวข้อง 64 ราย รวมถึงตรวจสอบเพิ่มเติม สถานที่และเอกสารที่เกี่ยวข้อง ถ้าพบว่ามีการทำผิดกฎหมายก็จะดำเนินคดีทันที อย่างไรก็ตาม ในช่วงเวลาที่ผ่านมาได้มีการดำเนินการกับคลังน้ำมันใน จ.อ่างทอง ซึ่งพาณิชย์จังหวัดฯ ได้ไปแจ้งความดำเนินคดีในกรณีที่ขายสินค้าเกินราคา และคุณภาพน้ำมันไม่ได้มาตรฐาน ซึ่งกรมสอบสวนคดีพิเศษจะรับเป็นคดีพิเศษต่อไป ส่วนใน จ.ตาก พบว่ามีการลักลอบส่งออกน้ำมัน 40,000 ลิตร ไปนอกประเทศโดยไม่ได้รับอนุญาต และ จ.นครสวรรค์ พบว่ามีการลักลอบกักตุนและขนถ่ายไม่เป็นไปตามจุดหมายปลายทางในใบกำกับขนส่ง ซึ่งสำนักงานตำรวจแห่งชาติจะไปตรวจสอบผู้ค้าน้ำมันมาตรา 10 และมาตรา 7 ทั่วประเทศ ว่ามีการกักตุนน้ำมันหรือไม่