วันที่ 10 เมษายน 2569 สภาองค์กรของผู้บริโภค ออกมาเปิดเผยข้อมูลราคาน้ำมันที่สร้างความตกตะลึงให้กับผู้ใช้รถทั่วประเทศ หลังพบความผิดปกติของราคาน้ำมันระหว่างหน้าโรงกลั่นกับราคาขายปลีกหน้าสถานีบริการ
โดยข้อมูลระบุว่า ราคาน้ำมันหน้าโรงกลั่นมีการปรับลดลงอย่างมาก แต่ราคาขายปลีกกลับลดลงเพียงเล็กน้อย สวนทางกับต้นทุนที่แท้จริง สาเหตุสำคัญมาจากการปรับเพิ่มค่าการตลาดในระดับสูง
นายรุ่งชัย จันทสิงห์ คณะอนุกรรมการด้านบริการสาธารณะ พลังงาน และสิ่งแวดล้อม ของสภาผู้บริโภค เปิดเผยว่า ราคาน้ำมันดีเซลหน้าโรงกลั่นปรับลดลงถึง 9 บาทต่อลิตร ซึ่งตามหลักการแล้ว ผู้บริโภคควรได้ใช้น้ำมันดีเซลในราคาประมาณ 42 บาทต่อลิตร
อย่างไรก็ตาม ราคาหน้าสถานีบริการน้ำมันในปัจจุบันกลับลดลงเพียง 2.14 บาทต่อลิตร ส่งผลให้ราคาขายปลีกยังคงอยู่ที่ 48.40 บาทต่อลิตร
ต้นตอของปัญหานี้มาจากการปรับขึ้นค่าการตลาดที่พุ่งสูงถึง 10 บาทต่อลิตร
ในส่วนของน้ำมันเบนซินก็พบสถานการณ์ในลักษณะเดียวกัน โดยราคาหน้าโรงกลั่นปรับลดลง 3 บาท จากวันที่ 8 เมษายน แต่ราคาขายปลีกหน้าปั๊มกลับไม่ปรับลดลงแต่อย่างใด เนื่องจากมีการปรับเพิ่มค่าการตลาดขึ้นอีก 3 บาทต่อลิตร เพื่อชดเชยต้นทุนหน้าโรงกลั่นที่ลดลง
ทั้งนี้ สภาผู้บริโภคได้ยื่นข้อเสนอให้รัฐบาลเร่งเข้ามาควบคุมค่าการตลาดอย่างเร่งด่วน เพื่อให้ผู้บริโภคได้รับความเป็นธรรมด้านราคา
โดยเสนอให้กำหนดเพดานค่าการตลาดน้ำมันดีเซลไว้ที่ 1.5 บาทต่อลิตร และน้ำมันเบนซินที่ 1.85 บาทต่อลิตร ซึ่งเป็นตัวเลขอ้างอิงตามมติของคณะกรรมการบริหารนโยบายพลังงาน เมื่อวันที่ 21 กุมภาพันธ์ 2563


ภาพจาก สภาองค์กรของผู้บริโภค