เสียใจด้วย เปิด 5 กลุ่มเสี่ยงถูกตัดสิทธิ ไม่ได้คนละครึ่งพลัส 2569
ข่าวเศรษฐกิจ

เสียใจด้วย เปิด 5 กลุ่มเสี่ยงถูกตัดสิทธิ ไม่ได้คนละครึ่งพลัส 2569

วันที่ 30 มีนาคม 2569 นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ออกมายืนยันความคืบหน้าโครงการคนละครึ่งพลัสเฟส 2 โดยระบุว่ารัฐบาลพร้อมเดินหน้าโครงการทันที หลังมีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมแต่งตั้งคณะรัฐมนตรีชุดใหม่ เพื่อกระตุ้นกำลังซื้อของประชาชนในช่วงที่เศรษฐกิจกำลังชะลอตัว อย่างไรก็ตาม มีประชาชนบางกลุ่มที่จะไม่ได้รับสิทธิร่วมโครงการในปี 2569 ตามเงื่อนไขที่กำหนดไว้

กระทรวงการคลังเปิดเผยว่า ระบบมีความพร้อมให้บริการอย่างเต็มรูปแบบ เหลือเพียงรอการเห็นชอบจากคณะรัฐมนตรี ก่อนเปิดให้ประชาชนลงทะเบียนผ่านแอปพลิเคชันเป๋าตัง

สำหรับผู้ที่ถูกตัดสิทธิ คนละครึ่งพลัส 2569 ได้แก่

1.ผู้ที่ไม่มีสัญชาติไทย

2.ผู้ที่มีอายุต่ำกว่า 16 ปีบริบูรณ์ ณ วันลงทะเบียน

3.ผู้ที่ไม่มีบัตรประจำตัวประชาชน

4.ผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐตามฐานข้อมูล ณ วันที่ 1 ตุลาคม 2568

5.ผู้ที่เคยถูกระงับสิทธิหรือถูกเรียกเงินคืนจากโครงการคนละครึ่ง ตั้งแต่ระยะที่ 1 ถึงระยะที่ 5

ขณะที่เงื่อนไขผู้มีสิทธิเข้าร่วมโครงการคนละครึ่งพลัส 2569 ได้แก่

1.ต้องมีสัญชาติไทย

2.มีอายุตั้งแต่ 16 ปีบริบูรณ์ขึ้นไปนับถึงวันลงทะเบียน

3.ผู้สมัครต้องมีบัตรประจำตัวประชาชน

4.ต้องไม่เป็นผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐตามฐานข้อมูล ณ วันที่ 1 ตุลาคม 2568

5.ไม่เป็นผู้เคยถูกระงับการใช้งานหรือถูกเรียกเงินคืนจากโครงการคนละครึ่งตั้งแต่ระยะที่ 1 ถึงระยะที่ 5 อย่างเด็ดขาด

ประชาชนที่มีคุณสมบัติครบสามารถลงทะเบียนรับสิทธิผ่านแอปพลิเคชันเป๋าตัง โดยผู้ที่เคยเข้าร่วมโครงการคนละครึ่งเฟส 5 ในปี 2565 สามารถตรวจสอบผลการลงทะเบียนผ่านแอปพลิเคชันได้ทันที

ส่วนผู้ที่ไม่เคยเข้าร่วมโครงการ ระบบจะแจ้งผลการลงทะเบียนผ่านข้อความสั้นทางโทรศัพท์มือถือร่วมกับแอปพลิเคชันเป๋าตัง และผู้ใช้งานทุกคนต้องสมัครบริการจีวอลเล็ตก่อนเริ่มใช้สิทธิซื้อสินค้า

ทั้งนี้ ผลสรุปโครงการคนละครึ่ง พลัส ปี 2568 ณ สิ้นสุดโครงการวันที่ 31 ธันวาคม 2568 พบว่า มียอดใช้จ่ายรวมสร้างเม็ดเงินหมุนเวียนในระบบเศรษฐกิจ 84,185.73 ล้านบาท แบ่งเป็นการใช้จ่ายของประชาชน 42,810.64 ล้านบาท และภาครัฐร่วมจ่าย 41,375.09 ล้านบาท

มีผู้เข้าร่วมใช้สิทธิรวม 19.76 ล้านราย จากเป้าหมายประมาณ 20 ล้านราย โดยมีผู้ใช้สิทธิครบตามวงเงินประมาณ 9.21 ล้านราย ขณะที่กระทรวงการคลังประเมินว่า โครงการดังกล่าวช่วยให้ GDP ของประเทศไทยในปี 2568 ขยายตัวเพิ่มขึ้นประมาณ 0.2% เมื่อเทียบกับกรณีไม่มีโครงการ

นอกจากนี้ มีร้านค้าที่เข้าร่วมและผ่านการตรวจสอบข้อมูลรวมทั้งสิ้น 868,148 ราย ข้อมูล ณ เดือนพฤศจิกายน 2568