17 มีนาคม 2569 บุ๋ม ปนัดดา วงศ์ผู้ดี ประธานองค์กรทำดี เปิดเผยถึงอีกหนึ่งปัญหาใหญ่ที่กำลังเผชิญอยู่ ท่ามกลางสถานการณ์น้ำมันขาดแคลน ซึ่งส่งผลกระทบโดยตรงต่อภารกิจสำคัญขององค์กรทำดี โดยเฉพาะการลำเลียงศพผู้เสียชีวิตกลับไปประกอบพิธีที่บ้านเกิดตามต่างจังหวัด
บุ๋ม ปนัดดา ระบุว่า แม้ทางองค์กรจะมีการวางแผนสำรองน้ำมันไว้ล่วงหน้าแล้ว แต่เมื่อเป็นภารกิจเดินทางระยะไกล รถจำเป็นต้องแวะเติมน้ำมันระหว่างทาง ทว่าหลายพื้นที่กลับประสบปัญหาปั๊มน้ำมันไม่มีน้ำมันจำหน่าย หรือจำกัดปริมาณการเติม ทำให้ต้องแจ้งญาติผู้เสียชีวิตล่วงหน้าว่าการเดินทางของศพอาจล่าช้า
นอกจากนี้ เจ้าตัวยังเผยว่า ยิ่งเห็นข่าวบางวัดประกาศไม่มีน้ำมันสำหรับเผาศพ ยิ่งรู้สึกสลดใจ เพราะกระบวนการฌาปนกิจจำเป็นต้องใช้น้ำมันจำนวนมาก จึงมองว่าสถานการณ์ขณะนี้เริ่มเข้าสู่วิกฤต และจำเป็นต้องให้ภาครัฐเข้ามาบริหารจัดการอย่างเร่งด่วน ว่า
ตัวบุ๋มได้เตรียมการไว้แล้ว ตั้งแต่ 28 ก.พ. ว่ารถต้องสต็อกน้ำมันเท่าไหร่ เพราะเราเป็นมูลนิธิ เงินทุกบาททุกสตางค์จะใช้อะไรต้องคิดแล้วคิดเอง จะใช้สุรุ่ยสุร่ายไม่ได้ ค่าใช้จ่ายอะไรที่แพงก็ไม่ได้
ถ้าถามว่ากระทบมั้ย คือเราจะโดนรับขนส่งศพระยะไกล น้ำมันก็เติมได้ระดับหนึ่ง ยังไงๆ ก็ต้องไปเติมกลางทาง มันจะกระทบตรงปลายทาง ประมาณเกือบถึงร้อยเอ็ด ก็มีที่ต้องไปรอคิวเต็มหรือว่าเติมได้นิดหน่อย บางปั๊มเติมได้ 500 บาท 400 บาทเราก็ต้องเติม พอไปสักพักน้ำมันก็หมด เราก็ต้องบอกญาติว่ารอศพหน่อยนะ แล้วการเผาศพต้องใช้น้ำมันเยอะมาก ไฟแรง ไม่ใช่ง่ายๆ เลยที่จะเผา
แล้วดูสิตอนนี้รัฐบาลบอกอะไร มันถึงเวลาที่ต้องพูดตั้งนานแล้วมั้ย ไม่ใช่มากำหนดว่าน้ำมันให้เติมแค่ 500 บาท หรือเติมได้ถึง 5 โมงเย็น ไม่ใช่ให้ประชาชนมีแอคชั่นก่อน รัฐบาลต้องมีแอคชั่นก่อนประชาชน บุ๋มพูดตั้งนานแล้วว่ารัฐบาลควรเตือนประชาชนให้ตระหนักรู้ ไม่ใช่ตื่นตระหนกแบบนี้
ควรจะต้องบอกว่าถ้าสถานการณ์เป็นแบบนี้ประชาชนและรัฐบาลควรทำอย่างไรบ้าง สองถ้าสถานการณ์ยืดเยื้อกว่านี้มันจะเกิดอะไรขึ้นอย่างเช่น สต๊อกน้ำมันจะต้องเกิดขึ้น ประชาชนจะต้องประหยัดอะไรบ้าง สามรัฐบาลจะขอความร่วมมืออะไรบ้าง ถ้าพูดแบบนี้เป็นขั้นเป็นตอน ไม่มีปัญหา ประชาชนจะได้รู้ว่าต้องเตรียมตัวยังไงบ้าง แต่นี่คือบอกให้เราชิวๆ อู้ยสบายๆ คือแท่นขุดเจาะมันไม่สามารถจะสร้างกลับคืนมาวันสองวันอยู่แล้ว
และอันนี้ต้องบอกพี่น้องประชาชน โดยเฉพาะประชาชนที่ใช้การขนส่งหลัก เช่น ขับรถไปส่งลูก พี่ๆ ไรเดอร์ พี่ๆ แท็กซี่ หรือกลุ่มที่จะต้องขายของออนไลน์ ว่าจะได้รับผลกระทบนะเพราะค่าขนส่งจะต้องเพิ่มหลังจากนี้ ค่าตั๋วเครื่องบินเพิ่มแล้วนะ ตอนนี้ต้องรัดเข็มขัดหมดเลย
อยากจะเตือนพี่น้องประชาชนว่ายังไงก็ตาม ที่ผ่านกันมาสถานการณ์ตั้งแต่โควิด สถานการณ์การเงินเราไม่เคยดีอยู่แล้ว ขาเราจะกระเบียดกระเสียดอยู่แล้ว เราต้องประหยัดอยู่แล้ว ตอนนี้ถึงเวลาแล้วที่เราต้องคิดหนักกว่าเดิม ของใช้สุรุ่ยสุร่ายอะไรที่แพงเกินกว่าเหตุ ให้หยุดก่อน เตรียมสำรองเงินไว้ใช้ในยามฉุกเฉิน เราไม่รู้เลยว่า คนในบ้านเราจะเจ็บป่วยเมื่อไหร่ ห้ามประมาทเด็ดขาดให้เตรียมเงินและเตรียมตัวไว้ ยิ่งเศรษฐกิจแบบนี้คนยิ่งประหยัดมิจฉาชีพจะยิ่งมา ระมัดระวังบ้านของตัวเองและในเรื่องการเก็บเงิน
ทั้งนี้ บุ๋ม ปนัดดา ยังฝากเตือนประชาชนให้เตรียมรับมือสถานการณ์เศรษฐกิจที่อาจได้รับผลกระทบต่อเนื่อง โดยเฉพาะกลุ่มอาชีพที่ต้องพึ่งพาการขนส่ง พร้อมแนะให้ลดค่าใช้จ่ายที่ไม่จำเป็น สำรองเงินฉุกเฉิน และเพิ่มความระมัดระวังเรื่องมิจฉาชีพในช่วงที่เศรษฐกิจตึงตัวมากขึ้น.