ด่วน! ก.พลังงานแจ้งพลังงานจังหวัดทั่วประเทศ จับตา 15-17 มี.ค. ประชาชนแห่เติม
ข่าวเศรษฐกิจ

ด่วน! ก.พลังงานแจ้งพลังงานจังหวัดทั่วประเทศ จับตา 15-17 มี.ค. ประชาชนแห่เติม

จากสถานการณ์ราคาพลังงานทั่วโลกที่ผันผวน จากผลกระทบของสงครามในตะวันออกกลางที่ยังยืดเยื้อ แหล่งข่าวจากกระทรวงพลังงานเปิดเผยกับ สื่อดัง ว่า กระทรวงพลังงานได้แจ้งไปยังสำนักงานพลังงานจังหวัดทั่วประเทศ ให้ติดตามสถานการณ์การจำหน่ายน้ำมันในพื้นที่อย่างใกล้ชิด พร้อมตรวจสอบปริมาณน้ำมันคงเหลือของสถานีบริการแต่ละแห่ง ว่ามีเพียงพอต่อความต้องการของประชาชนหรือไม่

ทั้งนี้คาดว่าในช่วงวันที่ 15-17 มีนาคม อาจมีประชาชนจำนวนมากเดินทางไปเติมน้ำมัน หลังจากรัฐบาลประกาศปรับลดการอุดหนุนราคาน้ำมัน จึงมีความกังวลว่าจะเกิดการเติมน้ำมันพร้อมกันจำนวนมาก ส่งผลให้บางสถานีบริการอาจจำหน่ายน้ำมันหมดเร็วกว่าปกติ

กระทรวงพลังงานขอให้พลังงานจังหวัดช่วยสื่อสารกับประชาชนว่า ประเทศไทยยังคงมีการนำเข้าและผลิตน้ำมันตามปกติ ปริมาณน้ำมันในระบบยังเพียงพอ แต่การที่ประชาชนไปเติมพร้อมกันในช่วงเวลาเดียวกัน อาจทำให้เกิดภาวะน้ำมันหมดชั่วคราวในบางปั๊ม ดังนั้นการจำกัดปริมาณการเติมน้ำมันจึงเป็นมาตรการชั่วคราว เพื่อป้องกันการกักตุนและให้ประชาชนสามารถเข้าถึงน้ำมันได้อย่างทั่วถึง

ขณะเดียวกัน ผู้ค้าน้ำมันบางรายเริ่มกำหนดแนวทางจำกัดการเติมน้ำมัน โดยกรมธุรกิจพลังงานเสนอให้สถานีบริการพิจารณาดำเนินการในลักษณะเดียวกัน ได้แก่

รถยนต์ 4 ล้อ แนะนำให้เติมไม่เกิน 500 บาทต่อคัน

รถยนต์ 6 ล้อขึ้นไป แนะนำให้เติมไม่เกิน 1,000 บาทต่อคัน

รถของหน่วยงานราชการหรือรถปฏิบัติภารกิจสาธารณประโยชน์ ให้สถานีพิจารณาจำหน่ายตามความเหมาะสม

การเติมใส่ภาชนะบรรจุ ขอให้งด เว้นแต่เกษตรกรหรือผู้ประกอบการที่มีความจำเป็น โดยจำกัดไม่เกิน 3,000 บาทต่อรายต่อวัน

นอกจากนี้ยังขอให้พลังงานจังหวัดรวบรวมข้อมูลสถานการณ์จำหน่ายน้ำมันในพื้นที่ โดยเฉพาะสถานีบริการที่ปิดให้บริการหรือขาดน้ำมันบางชนิดเป็นเวลานานผิดปกติ และรายงานให้กรมธุรกิจพลังงานทราบ เพื่อประสานโรงกลั่นและผู้ค้าน้ำมันในการเร่งจัดส่งน้ำมันให้เพียงพอกับความต้องการในแต่ละพื้นที่

ทั้งนี้หากพบพฤติการณ์กักเก็บน้ำมันหรือไม่จำหน่ายตามปกติ ให้รายงานกรมธุรกิจพลังงานโดยด่วน เพื่อดำเนินการตามกฎหมาย

ล่าสุด ปั๊ม ปตท. ได้ส่งหนังสือถึงดีลเลอร์เจ้าของสถานีบริการ ขอให้แนะนำการจำหน่ายน้ำมันตามแนวทางดังกล่าว โดยกำหนดว่า

รถยนต์ 4 ล้อ ไม่เกิน 500 บาทต่อคัน

รถยนต์ 6 ล้อขึ้นไป ไม่เกิน 1,000 บาทต่อคัน

รถที่ใช้ ฟลีตการ์ด แนะนำให้เติมไม่เกิน 3,000–5,000 บาทต่อคัน

ส่วนรถของหน่วยงานราชการหรือรถที่ปฏิบัติภารกิจสาธารณประโยชน์ เช่น รถดับเพลิง รถกู้ภัย รถบรรเทาสาธารณภัย รถแพทย์ฉุกเฉิน หรือรถพยาบาล สามารถเติมน้ำมันได้ตามความเหมาะสมของภารกิจ.