ตามนโยบายของ พล.ต.อ.สำราญ นวลมา ผบ.ตร. ที่กำชับให้สำนักงานตรวจคนเข้าเมืองเร่งรัดปราบปรามอาชญากรรมข้ามชาติและกวาดล้างกลุ่มผู้มีอิทธิพลชาวต่างชาติที่เข้ามาแฝงตัวหรือใช้ประเทศไทยเป็นแหล่งหลบซ่อนตัว ภายใต้การอำนวยการและสั่งการของ พล.ต.ท.นพศิลป์ พูลสวัสดิ์ ผบช.สตม., พล.ต.ต.ธนิต ไทยวัชรามาศ รอง ผบช.สตม., พล.ต.ต.สราวุธ คนใหญ่ ผบก.สส.สตม., พล.ต.ต.ชูธเรศ ยิ่งยงดำรงสกุล ผบก.ตม.6, พ.ต.อ.เฉลิมชนม์ แหลมทอง รอง ผบก.สส.สตม., พ.ต.อ.กันตวัฒน์ พงศ์สถาบดี รอง ผบก.ตม.6, พ.ต.อ.ณัฐวุฒิ แสงเดือน รอง ผบก.ตม.6, พ.ต.อ.ชูวงษ์ อุทัยสาง ผกก.ปอพ.บก.สส.สตม., พ.ต.อ.เด่นชาย เจริญยุทธ ผกก.ตม.จว.ระนอง, ได้สั่งการให้ชุดสืบสวน กก.ปอพ.บก.สส.สตม. นำโดย พ.ต.ต.พัณณ์เดชน์ ศรีฉัตรเพชร สว.กก.ปอพ.บก.สส.สตม. บูรณาการร่วมกับ ตม.จว.ระนอง นำโดย พ.ต.ท.เอกลักษณ์ นุ่นปาน สว.ตม.จว.ระนอง พร้อมเจ้าหน้าที่ตำรวจ ตม.จว.ระนอง เปิดปฏิบัติการสืบสวนติดตามบุคคลต่างด้าวตามข้อมูลประสานจากสถานเอกอัครราชทูตอินเดีย ประจำประเทศไทย

กรณีนี้ สถานเอกอัครราชทูตอินเดีย ประจำประเทศไทยได้ประสานข้อมูลแจ้งว่า Mr. Y (นามสมมติ) สัญชาติอินเดีย เป็นบุคคลที่ทางการอินเดียต้องการตัว ตามหมายจับเลขที่ SC/258/2025 ออกโดยศาลปาเตียลาเฮ้าส์ กรุงนิวเดลี ในข้อหาพยายามฆ่า ฆาตกรรม กรรโชกทรัพย์ และเป็นผู้ต้องสงสัยว่ามีส่วนบงการคดีฆาตกรรม โดยมีข้อมูลว่าได้หลบหนีเข้ามาพำนักในประเทศไทย และอาจมีความพยายามหลบหนีต่อไปยังประเทศเพื่อนบ้าน
เมื่อได้รับข้อมูลดังกล่าว เจ้าหน้าที่ กก.ปอพ.บก.สส.สตม. เร่งตรวจสอบข้อมูลการเดินทางเข้า-ออกและประวัติการพำนักในราชอาณาจักร พบว่าเดินทางเข้าประเทศไทยเมื่อวันที่ 3 ตุลาคม 2569 ผ่านด่านจุดตรวจสะพานปลา (ปากน้ำ) ตม.จว.ระนอง โดยได้รับอนุญาตให้อยู่ในราชอาณาจักรประเภท ผ.60 ถึงวันที่ 1 พฤศจิกายน 2569 จากนั้นได้ประสานข้อมูลและใช้มาตรการสืบสวนติดตามอย่างต่อเนื่อง จนทราบว่าบุคคลดังกล่าวหลบซ่อนตัวอยู่ในพื้นที่จังหวัดระนอง

กระทั่งวันที่ 31 ต.ค.69 เจ้าหน้าที่ชุดสืบสวนติดตามเฝ้าสังเกตการณ์ พบชายต้องสงสัยมีลักษณะตรงกับบุคคลตามข้อมูล บริเวณริมถนนเฉลิมพระเกียรติ ต.บางริ้น อ.เมืองระนอง จ.ระนอง จึงเข้าตรวจสอบ แสดงตัวเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจ และขอตรวจสอบหนังสือเดินทาง ผลการตรวจสอบยืนยันว่าเป็น Mr. Y หรือนายโยเกซ บุคคลตามที่ได้รับการประสานข้อมูลจากสถานเอกอัครราชทูตอินเดีย
เจ้าหน้าที่จึงดำเนินการตามกฎหมายคนเข้าเมือง โดยพิจารณาเพิกถอนการอนุญาตให้อยู่ในราชอาณาจักรตามมาตรา 36 ประกอบมาตรา 12(7) แห่ง พ.ร.บ.คนเข้าเมือง พ.ศ.2522 พร้อมแจ้งสิทธิและเหตุแห่งการควบคุมให้ทราบ ก่อนควบคุมตัวมายัง กก.ปอพ.บก.สส.สตม. เพื่อดำเนินการตามขั้นตอนกฎหมาย จากนั้นนำตัวส่งสถานกักกันคนต่างด้าว บก.สส.สตม. เพื่อดำเนินการในส่วนที่เกี่ยวข้อง และประสานการส่งกลับไปยังสาธารณรัฐอินเดียตามกระบวนการต่อไป

ปฏิบัติการครั้งนี้สะท้อนให้เห็นถึงความมุ่งมั่นของสำนักงานตรวจคนเข้าเมืองในการป้องกันและปราบปรามอาชญากรรมข้ามชาติ โดยเฉพาะกลุ่มผู้มีอิทธิพล แก๊งมาเฟีย และบุคคลที่มีหมายจับจากต่างประเทศ ซึ่งอาจใช้ประเทศไทยเป็นแหล่งหลบซ่อนตัวหรือเป็นทางผ่านหลบหนีไปยังประเทศที่สาม
เลือกประเภทคุกกี้ที่อนุญาตให้เว็บไซต์ใช้ได้ เปลี่ยนการตั้งค่าได้ทุกเมื่อจากลิงก์ "ตั้งค่าคุกกี้" ท้ายเว็บ