จากกรณีเมื่อเวลาประมาณ 19.00 น. วันที่ 23 ตุลาคม 2569 พบศพเด็กทารก "น้องลูกแก้ว" วัย 4 เดือน ลอยอยู่ในแม่น้ำเจ้าพระยา บริเวณใกล้ท่าแร่ หมู่ 10 ต.บ้านเลน อ.บางปะอิน จ.พระนครศรีอยุธยา หลังมารดาแจ้งว่าเด็กหายตัวไปจากที่นอนภายในบ้านตั้งแต่ช่วงกลางดึกวันที่ 22 ตุลาคมที่ผ่านมา โดยบ้านพักอยู่ริมแม่น้ำและมีน้ำท่วมขัง จุดพบศพอยู่ห่างจากบ้านประมาณ 1 กิโลเมตร
ภายหลังเกิดเหตุ ตำรวจ สภ.บางปะอิน พร้อมเจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐาน ลงพื้นที่ตรวจสอบและรวบรวมพยานหลักฐาน โดยในช่วงแรกยังไม่สามารถสรุปสาเหตุการเสียชีวิตได้ ก่อนเร่งสอบปากคำบุคคลในครอบครัวและผู้เกี่ยวข้อง พร้อมตรวจสอบพยานหลักฐานอย่างต่อเนื่อง เพื่อคลี่คลายข้อสงสัยเกี่ยวกับการหายตัวไปและการเสียชีวิตของเด็ก

ล่าสุด วันที่ 28 ตุลาคม 2569 คดีมีความคืบหน้าสำคัญ หลังชุดสืบสวนพบข้อสงสัยเกี่ยวกับคำให้การของชายชื่อเล่น "เหน่ง" หรือ นายเฉลิมชัย อายุ 36 ปี ซึ่งกำลังคบหาดูใจกับ น.ส.จรัญญา อายุ 36 ปี มารดาของเด็ก เจ้าหน้าที่นำตัวมาตรวจหาสารเสพติดในร่างกาย ก่อนผลตรวจพบสารเสพติด และนำตัวเข้าสอบสวนอย่างละเอียด
จากการสอบสวน นายเหน่งให้การอ้างว่า ก่อนเที่ยงคืนวันที่ 22 ตุลาคมที่ผ่านมา ได้พายเรือพลาสติกสีส้มจากบริเวณหน้าบ้านของตน ซึ่งอยู่ติดคลองบ้านเลน ไปยังบ้านของมารดาเด็ก โดยบ้านทั้งสองอยู่ห่างกันประมาณ 200 เมตร เนื่องจากตนกับฝ่ายหญิงกำลังคบหากัน แต่ถูกแม่ของฝ่ายหญิง หรือยายของเด็ก กีดกันไม่ให้คบหากัน จึงต้องแอบพายเรือไปหาอยู่บ่อยครั้ง

ผู้ต้องหายังอ้างว่า ก่อนหน้านี้เคยเห็นเด็กและเกิดความเอ็นดู อยากนำมาเลี้ยงดู โดยเคยขอเด็กจากมารดาแล้วแต่ไม่สำเร็จ คืนเกิดเหตุจึงตั้งใจไปนำตัวเด็กออกจากบ้านเพื่อพาไปดูแล โดยยืนยันว่าไม่ได้มีเจตนาฆ่าหรือทำร้ายเด็ก
นายเหน่งให้การต่อว่า เมื่อพายเรือไปถึงบ้าน ได้จอดเรือบริเวณด้านหลัง ก่อนขึ้นไปอุ้มเด็กออกจากมุ้ง ขณะนั้นมารดาและยายของเด็กกำลังนอนหลับ จากนั้นอุ้มเด็กพาดบ่าและกำลังจะกลับลงเรือ แต่ระหว่างเคลื่อนตัวบริเวณด้านหลังบ้านเกิดเหตุไม่คาดคิด ทำให้เด็กพลัดตกลงไปในน้ำ ผู้ต้องหาอ้างว่าตกใจและทำอะไรไม่ถูก ก่อนจะพายเรือกลับบ้าน
ภายหลังการสอบสวน เจ้าหน้าที่ตำรวจตรวจยึดเรือพลาสติกสีส้มและไม้พายจากบ้านของนายเหน่ง เพื่อนำไปตรวจพิสูจน์ทางนิติวิทยาศาสตร์ เพื่อประกอบการตรวจสอบความเชื่อมโยงกับเหตุการณ์ในคืนเกิดเหตุ

ต่อมา พ.ต.อ.พิภพ นาพุทรา ผกก.สภ.บางปะอิน พร้อมเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวน นำตัวนายเหน่งลงเรือไปทำแผนประกอบคำรับสารภาพ โดยเริ่มจากบริเวณบ้านพักของผู้ต้องหา ก่อนล่องเรือไปตามคลองบ้านเลน เพื่อชี้จุดที่อ้างว่าใช้เรือพลาสติกสีส้มพายไปยังบ้านของเด็ก ซึ่งอยู่ห่างกันประมาณ 200 เมตร
จากนั้นเจ้าหน้าที่นำเรือไปเทียบบริเวณประตูด้านหลังบ้าน ก่อนพานายเหน่งขึ้นไปทำแผนบนตัวบ้าน โดยให้ชี้จุดที่อ้างว่าเข้าไปอุ้มเด็กออกจากมุ้ง และเส้นทางที่ใช้กลับลงเรือ การทำแผนเป็นไปอย่างทุลักทุเล เนื่องจากต้องอาศัยเส้นทางทางน้ำในการเข้าถึงจุดต่าง ๆ ตามคำให้การของผู้ต้องหา

ระหว่างการทำแผน บรรยากาศเป็นไปอย่างตึงเครียด เมื่อมารดาของเด็กปรี่เข้าหานายเหน่ง พร้อมตะโกนด่าทอด้วยความโกรธแค้นต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น เจ้าหน้าที่ตำรวจต้องเข้าควบคุมสถานการณ์และดูแลความเรียบร้อย เพื่อไม่ให้เกิดเหตุชุลมุน
ภายหลังการทำแผน ผู้สื่อข่าวได้พยายามสอบถามนายเหน่งถึงสาเหตุและเจตนาในการนำเด็กออกจากบ้าน โดยนายเหน่งกล่าวอ้างว่าไม่ได้ตั้งใจฆ่าหรือทำร้ายเด็ก เพียงแต่มีความเอ็นดู อยากอุ้มเด็กไปเลี้ยงดูหรืออุ้มเล่นเท่านั้น แต่ระหว่างเกิดเหตุเด็กพลัดตกลงไปในน้ำ ทำให้ตนตกใจและไม่รู้จะทำอย่างไร พร้อมกล่าวขอโทษครอบครัวของเด็ก ก่อนถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจควบคุมตัวขึ้นรถตู้เพื่อดำเนินการตามกฎหมาย
เลือกประเภทคุกกี้ที่อนุญาตให้เว็บไซต์ใช้ได้ เปลี่ยนการตั้งค่าได้ทุกเมื่อจากลิงก์ "ตั้งค่าคุกกี้" ท้ายเว็บ