สืบเนื่องจาก พล.ต.ท.ทินกร รังมาตย์ ผบช.สอท. ได้สั่งการให้ พล.ต.ต.กฤตัชญ์ บำรุงรัตนยศ ผบก.สอท.4 และ พล.ต.ต.ทรงกลด เกริกกฤตยา ผบก.สอท.3 ส่งทีมเจ้าหน้าที่ตำรวจในสังกัดร่วมกันสืบสวนกรณี มีผู้เสียหายถูกคนร้ายแอบอ้างเป็นเจ้าหน้าที่การไฟฟ้า ส่งข้อความแจ้งผู้เสียหายว่าต้องเปลี่ยนหม้อมิเตอร์ไฟฟ้า และจะได้รับเงินประกันหม้อไฟฟ้าเก่าคืน ผู้เสียหายหลงเชื่อทำตามขั้นตอน สุดท้ายพบว่าเงินถูกโอนออกจากบัญชีรวมทั้งสิ้น จำนวน1,965,400 บาท
ต่อมา พ.ต.อ.ชินพันธ์ พราหมณ์พันธุ์ รอง ผบก.สอท.4, พ.ต.อ.ดำรงศักดิ์ อ่อนตา รอง ผบก.สอท.4, พ.ต.อ.นรวัตน์ คำภิโล รอง ผบก.สอท.4, พ.ต.อ.ศุภกร ธัญญกรรม รอง ผบก.สอท.4, พ.ต.อ.สมชาย ธีรภัทรไพศาล รอง ผบก.สอท.4, พ.ต.อ.คมสัน มีภักดี รอง ผบก.สอท.4 พ.ต.อ.สรกฤช พันธ์ศรี รอง ผบก.สอท.3, พ.ต.อ.อนุชา ศรีสำโรง ผกก.2 บก.สอท.4 และ พ.ต.อ.อดิชาต อมรประดิษฐ ผกก.วิเคราะห์ข่าวและเครื่องมือพิเศษ บก.สอท.3 ได้ร่วมกันนำทีมเจ้าหน้าที่ตำรวจออกสืบสวน พร้อมทั้งตรวจสอบกล้องวงจรปิดและตรวจสอบเส้นทางการเงิน พบว่าเงินของผู้เสียหายทั้งหมดถูกโอนออกไปยัง 2 บัญชี เป็นชื่อบัญชีนายโนด จำนวน 1,495,700 บาท และชื่อบัญชีนายจิรพล อีกจำนวน 469,700 บาท

จากพฤติการณ์พบว่า นายโนด ได้นำเงิน จำนวนกว่า 1.4 ล้านบาท ไปซื้อทองคำแท่งน้ำหนักกว่า 22 บาท ที่ห้างสรรพสินค้าชื่อดังย่านถนนบางนา-ตราด โดยมี นายวัชระ คอยติดตามและสั่งการอยู่ใกล้ชิด ส่วน นายจิรพล ได้ไปถอดเงินสดจำนวน 460,000 กว่าบาท ที่ธนาคารแห่งหนึ่งย่านบางนา โดนมี นายบุญธรรม คอยตามประกบและสั่งการเจ้าหน้าที่ตำรวจจึงได้รวบรวมพยานหลักฐานขออนุมัติศาลออกหมายจับผู้ต้องหาทั้ง 4 ราย ได้สำเร็จ

ต่อมา พ.ต.ท.สิรวิชญ์ มหัทธนวิศิษฎ์ รอง ผกก.2 บก.สอท.4, พ.ต.ท.พร้อมพล นิตย์วิบูลย์ รอง ผกก.ฯ ช่วยราชการ กก.2 บก.สอท.4, พ ต.ท.ชนทัช วุฒิภัทรโสภณ รอง ผกก.วิเคราะห์ข่าวและเครื่องมือพิเศษ บก.สอท.3, พ.ต.ท.สมพร บุตรวงศ์ สว.กก.วิเคราะห์ข่าวและเครื่องมือพิเศษ บก.สอท.3, พ.ต.ต.ยุทธพงษ์ อมรมงคลศิลป์ สว.ฯ ช่วยราชการ กก.2 บก.สอท.4 และ พ.ต.ต.เปรมประชา อุตมา สว.ฯ ช่วยราชการ กก.2 บก.สอท.4 ได้ร่วมกันวางแผนเข้าทำการจับกุมผู้ต้องหาทั้งหมดพร้อมกัน
โดยล่าสุด เจ้าหน้าที่ตำรวจสามารถจับกุมเข้าจับกุมผู้ต้องหาได้ทั้งหมดรวม จำนวน 5 ราย ได้แก่
1. นายโนด อายุ 42 ปี ทำหน้าที่บัญชีม้าและซื้อทองคำแท่ง จับกุมได้ที่บ้านพักคนงานย่านสุขาภิบาล 5 กทม.
2. นายจิรพล อายุ 34 ปี ทำหน้าที่บัญชีม้าและถอนเงินสด จับกุมได้ที่ห้องพักย่านบ่อนไก่ กทม.
3. นายวัชระ อายุ 35 ปี ทำหน้าที่ผู้ควบคุมบัญชีม้า จับกุมได้ที่ชุมชนย่านตลาดไท กทม.

ในส่วน นายบุญธรรม อายุ 44 ปี ทำหน้าที่ผู้ควบคุมบัญชีม้า เจ้าหน้าที่ตำรวจได้ติดตามสะกดรอยตั้งแต่พื้นที่ จ.เพรชบูรณ์ ไปจนถึงห้างสรรพสินค้าแห่งหนึ่ง ในพื้นที่ อ.เมืองกำแพงเพชร จ.กำแพงเพชร จากนั้นได้เฝ้าสังเกตการณ์พบว่า นายบุญธรรมได้นัดหมายกับ นางลัดดาวัลย์ อายุ 45 ปี ซึ่งเป็นบัญชีม้าที่อยู่ระหว่างนั่งรอเงินที่ถูกหลอกลวงจากเหยื่อโอนเข้าบัญชี กระทั่งเมื่อมีผู้ถูกหลอกลวงโอนเงินเข้ามา ทั้ง 2 รายก็ได้พากันไปถอนเงินจากธนาคารภายในห้างสรรพสินค้าดังกล่าว เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงได้แสดงตัวเข้าจับกุม และสามารถตรวจยึดเงินสดของกลางได้ จำนวน 720,000 บาท พร้อมสมุดบัญชีธนาคารจำนวน 1 เล่ม

จากการสอบถามเบื้องต้น นางลัดดาวัลย์ อ้างว่าตนเองเดือดร้อนเรื่องเงิน จึงค้นหางานทำในเฟซบุ๊ก จนไปพบเพจที่อ้างว่ามีงานเสริมรายได้ดีจึงได้สมัคร โดยเพจดังกล่าวแจ้งว่าตนเองต้องใช้บัญชีธนาคารรับเงินลูกค้าที่ซื้อขายเสื้อผ้า และเมื่อได้รับแจ้งจากทางเพจว่าลูกค้าโอนเงินค่าเสื้อผ้าเข้ามาที่บัญชี ตนเองจะต้องเบิกถอนเงินสดมอบให้แก่คนที่ทางเพจให้ตามไปประกบตน แลกกับค่าจ้างครั้งละ 5,000 บาท ซึ่งตนเองก็เพิ่งทราบว่าเป็นเงินจากเหยื่อแก๊งคอลเซ็นเตอร์ก็ตอนที่เจ้าหน้าที่ตำรวจเข้าจับกุม
เจ้าหน้าที่ตำรวจดำเนินคดีในข้อหา "ตัวการร่วมในการกระทำความผิดฐานฉ้อโกงประชาชน", "ตัวการร่วมในการกระทำความผิดฐานร่วมกันนำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์ที่บิดเบือนหรือปลอมหรือข้อมูลคอมพิวเตอร์อันเป็นเท็จในประการที่น่าจะเกิดความเสียหายแก่ประชาชน", "สมคบกันตั้งแต่สองคนขึ้นไปเพื่อกระทำความผิดฐานฟอกเงินและได้มีการกระทำความผิดฐานฟอกเงินเพราะเหตุที่ได้มีการสมคบกันและร่วมกันฟอกเงิน" และ "เปิดหรือยินยอมให้บุคคลอื่นใช้บัญชีเงินฝากหริอบัตรอิเล็กทรอนิกส์ของตน โดยมิได้มีเจตนาใช้เพื่อกิจการของตนหรือที่ตนเกี่ยวข้อง หรือยินยอมให้บุคคลอื่นยืมใช้เลขหมายโทรศัพท์สำหรับบริการโทรศัพท์เคลื่อนที่ของตน โดยประการที่รู้หรือควรรู้ว่าจะนำไปใช้ในการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยีหรือความผิดอาญาฐานอื่น" ส่งดำเนินคดีตามกฎหมาย
โดยขณะนี้เจ้าหน้าที่อยู่สืบสวนขยายผล และติดตามจับกุมบุคคลที่เกี่ยวข้องเพิ่มเติมอีก พร้อมเร่งตรวจสอบเส้นทางการเงินไปยังผู้รับผลประโยชน์ที่อยู่เบื้องหลัง เพื่อดำเนินการตามกฎหมายต่อไป
เลือกประเภทคุกกี้ที่อนุญาตให้เว็บไซต์ใช้ได้ เปลี่ยนการตั้งค่าได้ทุกเมื่อจากลิงก์ "ตั้งค่าคุกกี้" ท้ายเว็บ