วันที่ 31 ตุลาคม 2569 มีรายงานว่า กรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI) เปิดเผยความคืบหน้าคดีพิเศษที่ 82/2566 กรณีบริษัท ป.พัฒนารุ่งโรจน์ก่อสร้าง จำกัด กับพวก ประมูลโครงการก่อสร้างในพื้นที่จังหวัดนครปฐมและพื้นที่ใกล้เคียง ซึ่งเข้าข่ายกระทำความผิดตามพระราชบัญญัติว่าด้วยความผิดเกี่ยวกับการเสนอราคาต่อหน่วยงานของรัฐ พ.ศ. 2542 โดยกองคดีความผิดเกี่ยวกับการเสนอราคาต่อหน่วยงานของรัฐ กรมสอบสวนคดีพิเศษ เป็นผู้ดำเนินการสืบสวนสอบสวนคดีดังกล่าว
สำหรับคดีนี้เป็นการสอบสวนกรณีโครงการก่อสร้างกิจกรรมซ่อมสร้างถนนลาดยางแอสฟัลติกคอนกรีต สาย นฐ. 3004 แยกทางหลวงหมายเลข 346 – บ้านศาลายา ในพื้นที่อำเภอบางเลนและอำเภอพุทธมณฑล จังหวัดนครปฐม ระยะทาง 3.600 กิโลเมตร ซึ่งดำเนินการจัดซื้อจัดจ้างด้วยวิธีประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ (อีบิดดิ้ง) หมายเลขโครงการ 65097714898 โดยมีบริษัท ป.รวีกนก ก่อสร้าง จำกัด เป็นผู้ชนะการเสนอราคา
โครงการดังกล่าวมีมูลค่ารวม 44,888,000 บาท โดยในช่วงเวลาที่เกิดเหตุ นายประวีณ (สงวนนามสกุล) หรือกำนันนก ดำรงตำแหน่งกรรมการผู้จัดการบริษัท ป.รวีกนก ก่อสร้าง จำกัด
ภายหลังการสอบสวน คณะพนักงานสอบสวนคดีพิเศษมีความเห็นควรสั่งฟ้องผู้ต้องหาจำนวน 41 ราย และส่งสำนวนคดีให้พนักงานอัยการเมื่อวันที่ 9 มกราคม 2568 ต่อมาพนักงานอัยการ สำนักงานคดีปราบปรามการทุจริต มีคำสั่งฟ้องผู้ต้องหาจำนวน 21 ราย ก่อนที่คดีจะเข้าสู่กระบวนการพิจารณาของศาล
เมื่อวันที่ 28 ตุลาคม 2569 ศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบกลาง มีคำพิพากษาลงโทษจำเลยในความผิดเกี่ยวกับการฮั้วประมูล ตามพระราชบัญญัติว่าด้วยความผิดเกี่ยวกับการเสนอราคาต่อหน่วยงานของรัฐ พ.ศ. 2542 มาตรา 4 และมาตรา 5 ประกอบประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 83
โดยเป็นความผิดฐานตกลงร่วมกันในการเสนอราคา เพื่อให้บุคคลใดบุคคลหนึ่งได้รับสิทธิทำสัญญากับหน่วยงานของรัฐ โดยหลีกเลี่ยงการแข่งขันราคาอย่างเป็นธรรม หรือกีดกันไม่ให้มีการเสนอสินค้าและบริการจากผู้ประกอบการรายอื่น รวมถึงการเอาเปรียบหน่วยงานของรัฐโดยมิใช่การดำเนินการตามปกติทางธุรกิจ
นอกจากนี้ ยังครอบคลุมถึงการร่วมกันเป็นธุระชักชวนให้ผู้อื่นเข้าร่วมตกลงในการเสนอราคา การให้ ขอให้ หรือรับว่าจะให้เงิน ทรัพย์สิน หรือประโยชน์อื่นใดแก่ผู้อื่น เพื่อจูงใจให้ร่วมดำเนินการเอื้อประโยชน์แก่ผู้เสนอราคารายใดรายหนึ่ง หรือจูงใจให้ไม่เข้าร่วมเสนอราคาและถอนการเสนอราคา ตลอดจนการเรียก รับ หรือยอมรับเงิน ทรัพย์สิน หรือผลประโยชน์อื่นใดที่เกี่ยวข้องกับการเสนอราคา
สำหรับบทลงโทษในคดีนี้ ศาลมีคำพิพากษาลงโทษกลุ่มผู้ว่าจ้างให้จัดฮั้วประมูลและกลุ่มผู้รับจ้างจัดฮั้วประมูล ซึ่งเป็นจำเลยรวม 9 ราย โดยจำเลยที่เป็นบุคคลธรรมดาถูกจำคุกคนละ 3 ปี ยกเว้นจำเลยที่เป็นลูกจ้าง ซึ่งถูกจำคุก 2 ปี
ส่วนกลุ่มจำเลยที่ซื้อเอกสารการเสนอราคา จำนวน 11 ราย ศาลพิพากษาจำคุกจำเลยที่เป็นบุคคลธรรมดาคนละ 2 ปี พร้อมกำหนดโทษปรับจำเลยทุกราย รายละ 22.5 ล้านบาท และมีคำพิพากษายกฟ้องจำเลยอีก 1 ราย
เลือกประเภทคุกกี้ที่อนุญาตให้เว็บไซต์ใช้ได้ เปลี่ยนการตั้งค่าได้ทุกเมื่อจากลิงก์ "ตั้งค่าคุกกี้" ท้ายเว็บ