ศาลสั่งจำคุก 4 เดือน ปรับ 8,000 บาท ริบ CBR อินฟลูฯ สาย Bigbike ขี่หวาดเสียวบนวิภาวดีฯ
ศาลสั่งจำคุก 4 เดือน ปรับ 8,000 บาท ริบ CBR อินฟลูฯ สาย Bigbike ขี่หวาดเสียวบนวิภาวดีฯ
ข่าวสังคม - โซเชียล

ศาลสั่งจำคุก 4 เดือน ปรับ 8,000 บาท ริบ CBR อินฟลูฯ สาย Bigbike ขี่หวาดเสียวบนวิภาวดีฯ

ฟังข่าวนี้

วันที่ 13 สิงหาคม 2569 พล.ต.ต.ดำรงศักดิ์ สว่างงาม ผบก.จร. พ.ต.อ.ณัฐพงษ์ เชื้อเดช รอง ผบก.จร. พ.ต.อ.เสกสรรค์ ชุ่มแจ่ม ผกก.2 บก.จร. พ.ต.ท.ดามพวร ทองอิ่ม รอง ผกก.งานศูนย์ควบคุมจราจรวิภาวดีรังสิต/ทางพิเศษ (วิภา 1)พ.ต.ท.ภุชงค์ เม้าทุ่ง สว.จร.งานศูนย์ควบคุมจราจรวิภาวดีรังสิต/ทางพิเศษ ขอรายงานกรณีดำเนินคดีในข้อหา ขับรถโดยไม่คำนึงถึงความปลอดภัยในชีวิตหรือร่างกายของผู้อื่น โดยมีรายละเอียดดังนี้

เหตุครั้งที่ 1 เมื่อเดือนมีนาคม พ.ศ. 2569 วันและเวลาไม่ปรากฏชัด บริเวณจุดกลับรถมหาวิทยาลัยเกษตร ถนนวิภาวดีรังสิต (ขาออก) แขวงลาดยาว เขตจตุจักร กรุงเทพมหานคร

เหตุครั้งที่ 2 เมื่อเดือนเมษายน พ.ศ. 2569 วันและเวลาไม่ปรากฏชัด บริเวณหน้ากองบังคับการสายตรวจและปฏิบัติการพิเศษ (191) ถนนวิภาวดีรังสิต (ขาออก) แขวงลาดยาว เขตจตุจักร กรุงเทพมหานคร

สามารถจับกุมผู้ต้องหา 1 คน คือ นายวีรเทพ (ขอสงวนนามสกุล) อายุ 26 ปี แจ้าข้อกล่าวหา ขับรถโดยไม่คำนึงถึงความปลอดภัยในชีวิตหรือร่างกายของผู้อื่น พร้อมของกลาง รถจักรยานยนต์ 1 คัน รถจักรยานยนต์ Honda รุ่น CBR สีเทา ทะเบียน 7 ขภ 1156 กรุงเทพมหานคร

สำหรับความผิดอื่น ได้แก่ เป็นผู้ขับขี่รถจักรยานยนต์ไม่ขับรถในช่องทางซ้ายสุดหรือใกล้เคียงกับช่องทางเดินรถประจำทาง ใช้รถขาดต่อภาษีประจำปี ใช้รถที่มีส่วนควบคุมหรืออุปกรณ์ไม่ครบถ้วน และขับขี่รถจักรยานยนต์โดยประมาทหวาดเสียว พนักงานสอบสวนได้ดำเนินการเปรียบเทียบปรับแล้ว

จากการตรวจสอบพฤติการณ์การขับขี่ของผู้ต้องหา ซึ่งเป็น อินฟลูเอนเซอร์สาย Bigbike รายหนึ่ง พบว่า ในช่วงเดือนมีนาคมและเดือนเมษายน พ.ศ. 2569 ผู้ต้องหาได้ขับขี่รถจักรยานยนต์หมายเลขทะเบียน 7 ขภ 1156 กรุงเทพมหานคร บนถนนวิภาวดีรังสิต (ขาออก) ในพื้นที่แขวงลาดยาว เขตจตุจักร กรุงเทพมหานคร

โดยมีพฤติการณ์ขับขี่ด้วยความเร็วสูง และมีการเบิ้ลเครื่องยนต์ พร้อมแทรกและเปลี่ยนช่องทางเดินรถไปมาอย่างกะทันหันและกระชั้นชิด โดยไม่ได้ให้สัญญาณไฟแก่ผู้ใช้รถใช้ถนนรายอื่น

ลักษณะการขับขี่ดังกล่าวเป็นการเปลี่ยนช่องทางและแทรกตัวระหว่างช่องทางเดินรถอย่างต่อเนื่องในระยะกระชั้นชิด ประกอบกับการใช้ความเร็วสูง อาจทำให้ผู้ใช้รถใช้ถนนรายอื่นไม่สามารถคาดการณ์ทิศทางการขับขี่ของรถจักรยานยนต์คันดังกล่าวได้อย่างทันท่วงที อีกทั้งมีลักษณะกีดขวางหรือรบกวนการจราจร อันอาจก่อให้เกิดอันตรายแก่ผู้ใช้รถใช้ถนน รวมถึงชีวิตและร่างกายของบุคคลอื่น

พฤติการณ์ในลักษณะดังกล่าวปรากฏขึ้นในบริเวณถนนวิภาวดีรังสิตทั้ง 2 จุด ได้แก่ บริเวณจุดกลับรถมหาวิทยาลัยเกษตร และบริเวณหน้ากองบังคับการสายตรวจและปฏิบัติการพิเศษ (191) ซึ่งแสดงให้เห็นถึงลักษณะการขับขี่ที่ไม่คำนึงถึงความปลอดภัยของผู้ร่วมใช้ทาง และอาจนำไปสู่การเกิดอุบัติเหตุหรือความเสียหายต่อชีวิตและทรัพย์สินของประชาชนได้

ต่อมาเมื่อวันที่ 10 สิงหาคม พ.ศ. 2569 เวลา 13.30 น. ผู้ต้องหาได้เข้าพบพนักงานสอบสวน โดยพนักงานสอบสวนได้แจ้งข้อเท็จจริงและข้อกล่าวหาให้ทราบ พร้อมยึดรถจักรยานยนต์คันดังกล่าวไว้เป็นของกลาง และดำเนินการสอบสวน

ทั้งนี้ ผู้ต้องหาให้การ รับสารภาพตลอดข้อกล่าวหา จากนั้นพนักงานสอบสวนได้ดำเนินการตามขั้นตอนของกฎหมายและนำคดีส่งศาล ศาลพิพากษา เมื่อวันที่ 11 สิงหาคม 2569 ศาลแขวงพระนครเหนือมีคำพิพากษา จำคุก 4 เดือน, ปรับ 8,000 บาท, ริบรถจักรยานยนต์ของกลาง, ให้รอการจำคุก 2 ปี

ข่าวที่เกี่ยวข้อง
ข่าวที่คุณอาจสนใจ