ตำรวจสอบสวนกลาง (CIB) โดย กองบังคับการปราบปรามการกระทำผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเศรษฐกิจ (บก.ปอศ.) ลุยตรวจค้นสำนักงานเคเบิลท้องถิ่นรายใหญ่ในจังหวัดนครราชสีมา หลังได้รับการร้องเรียนจากเจ้าของลิขสิทธิ์ว่ามีการแอบอ้างขโมยสัญญาณรายการโทรทัศน์ไปแพร่ภาพเก็บเงินสมาชิกเข้ากระเป๋าตัวเอง
ภายใต้การอำนวยการของ พล.ต.ท.ณัฐศักดิ์ เชาวนาศัย ผบช.ก., พล.ต.ต.ทัศน์ภูมิ จารุปรัชญ์ ผบก.ปอศ. พร้อมด้วย พ.ต.อ.ภัทราวุธ อ่อนช่วย, พ.ต.อ.วิวัฒน์ จิตโสภากุล, พ.ต.อ.เอกนิรุจฒิ์ วันสิริภักดิ์ รอง ผบก.ปอศ. และ ว่าที่ พ.ต.อ.ภูวเดช จุลกะเสวี ผกก.1 บก.ปอศ. ได้สั่งการให้ชุดสืบสวน นำโดย ว่าที่ พ.ต.ต.พงษ์เชษฐ์ นุ่มมาก สว.กก.1 บก.ปอศ., ร.ต.อ.แทนคุณ พรมคุณ และ ร.ต.อ.จักรรินทร์ พรอินทร์ รอง สว.กก.1 บก.ปอศ. สนึกกำลังร่วมกับผู้รับมอบอำนาจจาก บริษัท ทรู วิชั่นส์ กรุ๊ป จำกัด เข้าตรวจค้นเป้าหมายตามหมายค้นของศาล

เบื้องต้นเจ้าหน้าที่นำกำลังเข้าตรวจค้น สำนักงานเคเบิลท้องถิ่นชื่อดัง "KCTV" เลขที่ 198/2 อาคารไทยศิลป์พาราไดซ์ ถนนสุรนารี ตำบลในเมือง อำเภอเมืองนครราชสีมา จังหวัดนครราชสีมา ซึ่งเปิดเป็นศูนย์บริการรับสมัครสมาชิก ออกใบแจ้งหนี้ และเป็นที่ตั้งของระบบส่งสัญญาณ โดยจากการลงพื้นที่สืบสวนก่อนหน้านี้พบพฤติการณ์ซ่อนเงื่อน มีการติดตั้งระบบดักรับสัญญาณโทรทัศน์ของ "ทรู วิชั่นส์" แล้วนำไปรวมสัญญาณกระจายต่อให้บ้านเรือนประชาชนที่เป็นสมาชิกทั้งในระบบเคเบิลและอินเทอร์เน็ต โดยเรียกเก็บค่าบริการเป็นรายเดือนอย่างกวดขัน ถือเป็นการสูบเลือดผู้ประกอบการเจ้าของลิขสิทธิ์และเก็บเกี่ยวผลประโยชน์ทางการค้าโดยมิชอบ
จากการเข้าตรวจค้นบริเวณชั้น 1 ซึ่งเป็นห้องควบคุมระบบการรับส่งสัญญาณ (Headend Room) เจ้าหน้าที่ถึงกับตะลึงเมื่อพบเครื่องรับและถอดรหัสสัญญาณ (Set-top Box / IRD) ของแท้จำนวน 10 เครื่อง ถูกติดตั้งอยู่บนชั้นวางอุปกรณ์อย่างเป็นระบบ โดยมีการต่อสายเชื่อมเข้ากับตัวรวมสัญญาณอินเทอร์เน็ตและเคเบิลเพื่อดึงภาพและเสียงจากช่องรายการลิขสิทธิ์ของทรู วิชั่นส์ ไปปล่อยต่อให้สมาชิก เจ้าหน้าที่จึงทำการบันทึกภาพนิ่งและภาพเคลื่อนไหวไว้เป็นหลักฐาน พร้อมยึดของกลางเครื่องถอดรหัสทั้งหมดนำส่งพนักงานสอบสวน กก.1 บก.ปอศ. ทันที

จากการสอบคำให้การผู้นำตรวจค้นในเบื้องต้น อ้างว่าช่องรายการดังกล่าวยิงสัญญาณเชื่อมต่อมาจากโครงข่ายในพื้นที่กรุงเทพมหานคร ซึ่งทางตำรวจไม่ปักใจเชื่อและเตรียมสืบสวนขยายผลลากตัวผู้บงการและผู้ร่วมขบวนการในกรุงเทพฯ มาดำเนินคดีทั้งหมด โดยเตรียมออกหมายเรียก เจ้าของ, ผู้ประกอบการ, ผู้เปิดให้บริการ และผู้ดูแล KCTV เข้ารับทราบข้อกล่าวหาในฐานความผิด “ละเมิดลิขสิทธิ์ เพื่อการค้าในงานสร้างสรรค์ประเภทงานแพร่เสียงแพร่ภาพรายการโทรทัศน์ ทรู วิชั่นส์” ตามพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ. 2537
ด้านตำรวจสอบสวนกลาง (CIB) ได้ออกมากระทุ้งเตือนภัยสังคมว่า การกระทำลักษณะนี้สร้างความเสียหายมหาศาลต่อระบบเศรษฐกิจของประเทศ ทำลายวงการอุตสาหกรรมบันเทิง และตัดรอนรายได้ของผู้ประกอบการที่ลงทุนอย่างถูกต้อง พร้อมฝากเตือนประชาชนให้เพิ่มความระมัดระวังในการเลือกติดตั้งกล่องรับสัญญาณโทรทัศน์ โดยควรเลือกซื้อและใช้บริการจากตัวแทนจำหน่ายหรือเจ้าของลิขสิทธิ์โดยตรงเท่านั้น เพื่อให้ได้คุณภาพสัญญาณที่คมชัด แม่นยำ ปลอดภัย และไม่ตกเป็นเครื่องมือของการกระทำผิดกฎหมายโดยไม่รู้ตัว
เลือกประเภทคุกกี้ที่อนุญาตให้เว็บไซต์ใช้ได้ เปลี่ยนการตั้งค่าได้ทุกเมื่อจากลิงก์ "ตั้งค่าคุกกี้" ท้ายเว็บ