ยังคงเป็นกรณีที่สังคมให้การจับตามองอยู่อย่างต่อเนื่อง สำหรับเรื่องราวของนางงามและพิธีกรชื่อดัง ปนัดดา วงศ์ผู้ดี หรือ บุ๋ม อายุ 50 ปี ที่ถูกเพจดังออกมาแฉประเด็นร้อนอ้างว่า นายอธิป อนันทวรรณ หรือ ก๊อต สามีกล้ามโตของพิธีกรดังมีการรุกพื้นที่ป่าสงวนถึง 100 ไร่ ซึ่งต่อมาทาง ก๊อต อธิป ได้ออกมาปฏิเสธว่าไม่เป็นความจริง เป็นเพียงการเช่าสิทธิร่วมกับกลุ่มเพื่อนที่วิ่งเทรล และพื้นที่ดังกล่าวเป็นของทหารที่กำลังอยู่ในกระบวนการโอนเป็นของกรมธนารักษ์ ซึงบุ๋มก็ได้ออกมาแถลงข่าววานนี้ ยืนยันว่าไม่รู้เรื่องดังกล่าวแม้แต่น้อย ตามที่ได้เสนอข่าวไปแล้วนั้น
ล่าสุด ในอินสตาแกรมของ น้องอันดามัน ลูกสาวคนโตของสาวบุ๋ม ได้ออกมาเคลื่อนไหวฟาดหลายประเด็นที่น่าสนใจ โดยเธอเขียนข้อความผ่านสตอรี่ว่า อย่างแรกนะคะ หนูไม่ได้เรียนแพทย์แล้วนะคะ ปัจจุบันกำลังเรียนอยู่ที่ ม.กรุงเทพ คณะนิเทศศาสตร์ ค่ะ

ข้อสองพ่อแท้ๆ ของหนู เราพูดคุยกันปกติดี มีติดต่อกันตลอดๆ โอเคกันดีค่ะ ตอนรถชนเขาก็เป็นห่วงหนูมากๆ ค่ะ และก็พ่อกับแม่ไม่ได้เลิกกันเพราะมีบ้านสองนะคะ เห็นใครคอมเมนต์ในเชิงนั้น ขอแคปไว้นะคะ

ข้อที่สามแม่หนูเป็นคนที่รักใคร รักมากค่ะ เชื่อใจมาก และให้พูดตรงๆ "เขา" คนนั้นมีแนวคิดชายเป็นใหญ่ ที่แอบเอนเอียงไปทาง misogyny แม่โดนพวกเขา gaslighting และเปลี่ยนไปเยอะตั้งแต่คบกัน ด้วยความที่หนูค่อนข้างไม่ชอบในทัคนคติและความคิดของเขา เลยไม่ค่อยได้พูดคุยกันค่ะ บ้านก็แยกกันอยู่ หนูก็ไม่ได้อยู่กับคุณแม่ด้วยค่ะ

ทำให้เรื่องลูกพี่เลี้ยงอายุ 17-18 ส่วนตัวหนูเพิ่งมารู้เรื่องเดือนที่แล้วค่ะ และรู้แค่ว่าตัวแม่หรือพี่เลี้ยง มีพฤติกรรมพูดถึงเรื่องนี้ในเชิงอวดอ้าง proud to present ว่าลูกตัวเองไปแบบนั้นแบบนี้กับเขากับคนรอบตัวแม่ และไม่ทันได้ทำอะไร เขาก็ส่งตัวลูกพี่เลี้ยงกลับลาวแล้วค่ะ

ที่อยากจะพูดก็คือ เขาคนนั้นช่วยดูแลลูกสาวตัวเองหน่อยได้ไหมค่ะ คุณอาจจะชื่นชอบในความเป็นชายหรือลูกชายมาก แต่คุณยังมีลูกสาวแท้ๆ ของคุณ ที่อายุแค่ 14 ปี ที่ยังพยายามกดตัดบัตรแม่หนูอยู่ (แม่กดอายัดบัตรแล้ว) น้องอายุแค่นี้ แต่มาบอกว่าเขาสามารถดูแลตัวเองคนเดียวได้เพราะโตแล้ว แล้วจะทิ้งมาให้อยู่กับแม่เลี้ยงหรือแม่ของหนู พูดตรงๆ มันไม่ใช่เรื่องค่ะ และก็คุณต้องพิจารณาว่าใครจะเป็นคนที่จ่ายค่าเทอมให้เขาต่อด้วยนะคะ เพราะหนูคงจะไม่ให้แม่จ่ายให้เขาแล้ว และการศึกษายังเป็นสิ่งที่สำคัญสำหรับเด็กค่ะ ถึงแม้ว่าเขาจะบอกว่าให้น้องชายหนูเข้าเรียนตอน 7 ขวบเลยก็ตาม (โดยที่ไม่ได้รับการเตรียมอนุบาลก่อนด้วยค่ะ)

ยังมีรายละเอียดของเรื่องนี้ อีกหลายเรื่อง หลายผู้เกี่ยวข้องหลายกรณี หลายวาระค่ะ แต่ยืนยันได้ว่ามูลนิธิองค์กรทำดีไม่มีส่วนเกี่ยวข้องใดๆ โปร่งใส และสามารถมาตรวจสอบได้เสมอค่ะ และก็ อยู่ๆ ที่มาหยิบเงินหลักล้านในตู้เซฟของหนูไป เอาเงินมาคืนด้วยก็ดีนะคะ ถ้าให้เด็กอายุ 20 มาตามทวงผู้ใหญ่ อายุเกือบ 60 คงจะน่าอายมากๆ เลย ใช่ไหมล่ะคะ อ้อ เอาที่ชอบหักเงินทอนปลูกบ้านไปก็ได้ค่ะ ก็น่าจะมาแทนกันได้อยู่นะคะ
เลือกประเภทคุกกี้ที่อนุญาตให้เว็บไซต์ใช้ได้ เปลี่ยนการตั้งค่าได้ทุกเมื่อจากลิงก์ "ตั้งค่าคุกกี้" ท้ายเว็บ