เมื่อเวลา 10.30 น. วันที่ 18 กันยายน 2569 ร.ต.อ.มิตรสัน โพธ์ขาว รองสารวัตรปราบปราม สภ.พระนครศรีอยุธยา ได้รับแจ้งเหตุชายมีอาการคลุ้มคลั่งและจุดไฟภายในบ้านพัก เหตุเกิดที่บ้านเลขที่ 39/15 หมู่ 6 ต.ท่าวาสุกรี อ.พระนครศรีอยุธยา จ.พระนครศรีอยุธยา จึงเดินทางไปตรวจสอบ พร้อมเจ้าหน้าที่มูลนิธิพุทไธศวรรย์ และเจ้าหน้าที่งานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยเทศบาลนครพระนครศรีอยุธยา

ที่เกิดเหตุเป็นบ้านพักมีรั้วล้อมรอบ โดยประตูรั้วหน้าบ้านถูกปิดจากภายใน เจ้าหน้าที่พบ นายธเนศ มั่งสมบูรณ์ อายุ 35 ปี หรือ “เบียร์” อยู่ภายในบ้าน สวมกางเกงขาสั้นเพียงตัวเดียวและกำลังอาบน้ำ ลักษณะมีอาการไม่นิ่งและสายตามองอย่างระแวดระวัง ขณะที่บริเวณพื้นรอบบ้านพบข้าวของเครื่องใช้กระจัดกระจายเต็มพื้นที่
เจ้าหน้าที่ตำรวจได้เข้าไปพูดคุยและเกลี้ยกล่อมอยู่นาน ก่อนที่นายธเนศจะยอมเปิดประตู จากนั้นเจ้าหน้าที่จึงควบคุมตัวไปยัง สภ.พระนครศรีอยุธยา เพื่อระงับสติอารมณ์ โดยระหว่างการสอบถาม นายธเนศพูดจาวกไปวนมา และระบุว่าไม่ได้เผาบ้าน แต่เป็นการจุดไฟเพื่อเผาขยะ

ด้าน นายกฤศกร ตรีวุฒิ เจ้าหน้าที่เทศกิจ เปิดเผยว่า ได้รับแจ้งจากศูนย์วิทยุว่ามีชายคลุ้มคลั่งจุดไฟเผาบ้านตัวเอง จึงนำรถดับเพลิงของเทศบาลเข้ามาตรวจสอบ เมื่อมาถึงพบกลุ่มควันและได้กลิ่นเหม็นไหม้ จึงเตรียมความพร้อมป้องกันไม่ให้เกิดเพลิงไหม้หรือลุกลามไปยังบ้านข้างเคียง โดยนายเบียร์พักอาศัยอยู่ภายในบ้านเพียงคนเดียว และที่ผ่านมาเคยมีพฤติกรรมจุดไฟภายในบ้านหลายครั้ง แต่โชคดีที่ชาวบ้านพบเห็นและแจ้งเจ้าหน้าที่ได้ทัน จึงไม่เกิดเหตุเพลิงไหม้รุนแรง
ขณะที่ชาวบ้านที่อยู่ใกล้เคียง เปิดเผยว่า ช่วงเช้าได้กลิ่นคล้ายมีการจุดไฟ ตอนแรกคิดว่าอาจเป็นทางวัดเผาขยะ จึงเดินออกมาดู ก่อนพบควันและไฟกำลังลุกไหม้อยู่ภายในบ้านของนายเบียร์ จึงเชื่อว่าน่าจะเกิดจากการจุดไฟของนายเบียร์ ก่อนจะมีรถดับเพลิงและเจ้าหน้าที่เข้ามาควบคุมสถานการณ์

ชาวบ้านยังระบุว่า เหตุการณ์ลักษณะนี้ไม่ได้เกิดขึ้นเป็นครั้งแรก โดยนายเบียร์มักจุดไฟภายในบ้านวันละประมาณ 2-3 ครั้ง และเคยจุดไฟมาแล้วมากกว่า 10 ครั้ง ครั้งหนึ่งเคยนำที่นอนมาเผาภายในบริเวณห้องนอนช่วงกลางคืน แต่โชคดีที่ชาวบ้านแจ้งรถดับเพลิงเข้ามาระงับเหตุได้ทัน จึงไม่ลุกลามไปยังบ้านใกล้เคียง ส่วนตัวไม่ได้รู้สึกหวาดกลัวนายเบียร์มากนัก แต่กังวลเรื่องไฟที่อาจลุกลามมากกว่า
สำหรับบ้านหลังดังกล่าว ปัจจุบันไม่มีสมาชิกในครอบครัวอาศัยอยู่ด้วย เนื่องจากเกรงว่านายเบียร์จะมีอาการอาละวาดและอาจเกิดอันตราย โดยนายเบียร์พักอาศัยอยู่เพียงลำพัง

ต่อมา นางภู อายุ 57 ปี มารดาของนายเบียร์ เดินทางมายังบ้านพัก โดยยังไม่ทราบว่าลูกชายถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจควบคุมตัวไปแล้ว เนื่องจากปกติทุกวันจะต้องนำอาหารและเงินสดจำนวน 200 บาทมาให้ลูกชาย โดยระบุว่าเป็นเงินที่ย่าของนายเบียร์รักและเป็นห่วงหลาน จึงฝากให้ตนนำมาให้ทุกวัน นางภูเปิดเผยว่า ตนเองไม่ได้พักอาศัยอยู่ที่บ้านหลังนี้ เพราะลูกชายมักมีอาการอาละวาด จึงเกรงว่าจะได้รับอันตรายและต้องออกไปเช่าหอพักอยู่ แม้จะรู้สึกสงสารลูกชาย แต่ก็ไม่รู้ว่าจะทำอย่างไร
แม่เล่าย้อนว่า ในอดีตนายเบียร์เป็นคนดี และเคยเป็นนักแข่งรถจักรยานยนต์ทางตรงระดับประเทศ มีผลงานจนถึงขั้นเป็นแชมป์การแข่งขัน โดยเฉพาะในวงการแดร็กไบค์ (Drag Bike) เมืองไทย เป็นที่รู้จักในฉายา “เบียร์รองแตะ” และเคยมีชื่อเสียงจากการร่วมแข่งขันกับสำนักแต่งรถชื่อดังในยุคนั้นในการแข่งขันแดร็กไบค์ทางตรงระดับประเทศ โดยเฉพาะช่วงประมาณปี พ.ศ.2546

แม่ระบุว่า ในช่วงที่เป็นนักแข่งรถ ลูกชายมีเงินมีทองและมีชีวิตที่ดี แต่ระยะหลังเข้าไปเกี่ยวข้องกับยาเสพติด ทำให้พฤติกรรมเปลี่ยนไป มีอาการอาละวาด นำสิ่งของออกมาทำลายอยู่เป็นประจำ โดยที่ผ่านมาเคยพาไปรักษาที่โรงพยาบาลจิตเวช ต้องเสียค่าใช้จ่ายเดือนละกว่าหมื่นบาท แต่หลังกลับมาบ้าน ลูกชายไม่ยอมรับประทานยา ทำให้อาการกลับมาเป็นเหมือนเดิม
ส่วนพฤติกรรมการจุดไฟเผาสิ่งของ แม่เชื่อว่าอาจมีส่วนเกี่ยวข้องกับความทรงจำในวัยเด็ก เนื่องจากสมัยเด็กคุณปู่เคยจุดไฟเพื่อไล่ยุง จึงอาจกลายเป็นสิ่งที่ฝังใจจนเกิดพฤติกรรมดังกล่าวในปัจจุบัน โดยแม่อยากให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้ามาช่วยเหลือและนำตัวลูกชายไปรักษา เพื่อให้กลับมาใช้ชีวิตและเป็นคนดีของสังคมอีกครั้ง
เบื้องต้น เจ้าหน้าที่ตำรวจควบคุมตัวนายธเนศไปไว้ในห้องควบคุมขังเพื่อระงับสติอารมณ์ ขณะที่เจ้าหน้าที่ระบุว่า นายธเนศมีพฤติกรรมเกี่ยวข้องกับการเสพยาเสพติด และขณะเกิดเหตุคาดว่าอาจมีการดื่มสุราขาวร่วมด้วย จึงอาจทำให้เกิดอาการหลอนและควบคุมพฤติกรรมไม่ได้ นอกจากนี้ยังมีประวัติเคยถูกจำคุกหลายครั้งในคดีเกี่ยวกับยาเสพติด โดยรายละเอียดและข้อเท็จจริงในส่วนคดีอยู่ระหว่างการดำเนินการของเจ้าหน้าที่ตำรวจ