วันนี้ (17 กันยายน 2569) สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (สำนักงาน ป.ป.ช.) ภายใต้การอำนวยการของนายสุรพงษ์ อินทรถาวร เลขาธิการคณะกรรมการ ป.ป.ช. นายสุพจน์ ศรีงามเมือง รองเลขาธิการคณะกรรมการ ป.ป.ช. ภาค 3 นายพัฒนพงศ์ จันทร์เพ็ชรพูล ผู้ช่วยเลขาธิการคณะกรรมการ ป.ป.ช. และนายศรัทธา กอบกุลบุญศิริ ผู้ช่วยเลขาธิการคณะกรรมการ ป.ป.ช. ภาค 3 มอบหมายให้นายชัยวัฒน์ ทองเกษม ผู้อำนวยการสำนักสืบสวนและกิจการพิเศษ นายนิรันดร ศรีภักดี ผู้อำนวยการสำนักงาน ป.ป.ช. ประจำจังหวัดศรีสะเกษ และนายไพโรจน์ นิยมเดชา ผู้อำนวยการกลุ่มสืบสวนและปฏิบัติการข่าว 2 พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่สำนักสืบสวนและกิจการพิเศษ และสำนักงาน ป.ป.ช.ประจำจังหวัดศรีสะเกษ ร่วมกับเจ้าหน้าที่ตำรวจกองบังคับการป้องกันปราบปรามการทุจริตและประพฤติมิชอบ (บก.ปปป.) และเจ้าหน้าที่สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ (ป.ป.ท.) ร่วมจับกุมนายยศพนธ์ ศรีใสย์ นายกองค์การบริหารส่วนตำบลหนองหมี อำเภอราษีไศล จังหวัดศรีสะเกษ ตามหมายจับของศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติ มิชอบภาค 3 ที่จ.68 /2569 ลงวันที่ 16 กันยายน 2569 และร่วมตรวจค้นตามหมายค้นของศาลอาญา คดีทุจริตและประพฤติมิชอบภาค 3 ที่ ค.1 /2569 ลงวันที่ 16 กันยายน 2569
สืบเนื่องจากสำนักงาน ป.ป.ช. ได้รับแจ้งเบาะแสเกี่ยวกับการเรียกรับเงินของเจ้าหน้าที่ของรัฐ ในสังกัดองค์การบริหารส่วนตำบลหนองหมี อำเภอราศีไศล จังหวัดศรีสะเกษ เพื่อแลกกับการพิจารณาต่อสัญญาจ้างพนักงาน จึงได้ทำการสืบสวนรวบรวมพยานหลักฐานจนพบว่าเมื่อเดือนสิงหาคม ๒๕๖๙ นายยศพนธ์ฯ ได้เรียกประชุมพนักงานจ้างในสังกัดเพื่อแจ้งรายละเอียดการประเมินผลการปฏิบัติงานเพื่อต่อสัญญาจ้างของพนักงานจ้าง จำนวน ๒๘ ราย ที่กำลังจะสิ้นสุดลงในวันที่ ๓๐ กันยายน ๒๕๖๙ หากผู้ใดประสงค์จะต่อสัญญาจ้างจะต้องจ่ายเงินให้กับนายยศพนธ์ฯ รายละ 30,000 บาท รวมเป็นเงินกว่า ๘๔๐,๐๐๐ บาท ภายหลังยังพบว่ามีการกดดันเร่งรัดให้พนักงานจ้างจ่ายเงินให้แล้วเสร็จภายในกำหนด มิฉะนั้นจะไม่พิจารณาต่อสัญญาจ้างให้ และจะดำเนินการสรรหาบุคคลอื่นมาปฏิบัติงานแทน รวมถึงอาจยุบเลิกภารกิจในบางตำแหน่ง ส่งผลให้พนักงานจ้างกังวลว่าจะไม่ได้รับการต่อสัญญาจ้าง บางรายยินยอมจ่ายเงินเพื่อให้ได้รับการต่อสัญญาจ้าง

จากนั้นสำนักงาน ป.ป.ช. จึงได้บูรณาการร่วมกับ บก.ปปป. และสำนักงาน ป.ป.ท. รวบรวมพยานหลักฐานเพื่อบังคับใช้กฎหมายกับบุคคลที่เกี่ยวข้อง จนนำไปสู่การขออนุมัติต่อศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบภาค 3 ออกหมายจับนายยศพนธ์ฯ ในความผิดฐานเป็นเจ้าพนักงานใช้อำนาจในตำแหน่งโดยมิชอบ เพื่อข่มขืนใจหรือจูงใจเพื่อให้บุคคลใดมอบให้หรือหามาให้ซึ่งทรัพย์สินหรือประโยชน์อื่นใดแก่ตนเอง ฐานเป็นเจ้าพนักงาน เรียก รับ หรือยอมจะรับทรัพย์สินหรือประโยชน์อื่นใดโดยมิชอบ เพื่อกระทำการหรือไม่กระทำการอย่างใดในตำแหน่งไม่ว่าการนั้นจะชอบหรือมิชอบด้วยหน้าที่ และ ฐานเป็นเจ้าพนักงานปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบหรือโดยทุจริต ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 148 มาตรา 149 มาตรา 157 และพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปราบการทุจริต พ.ศ.2561 มาตรา 172 มาตรา 173
ภายหลังศาลอาญาคดีทุจริตฯ ได้อนุมัติหมายจับเจ้าหน้าที่สำนักงาน ป.ป.ช. พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ตำรวจ บก.ปปป. และเจ้าหน้าที่สำนักงาน ป.ป.ท. ร่วมปฏิบัติการจับกุมนายยศพนธ์ฯ และตรวจค้นสถานที่ที่เกี่ยวข้องพบเงินสดของกลางจำนวนหนึ่งภายในห้องทำงานนายกองค์การบริหารส่วนตำบลหนองหมี จึงทำการตรวจยึดไว้เป็นของกลาง และนำตัวผู้ถูกจับพร้อมด้วยของกลางส่งพนักงานสอบสวน บก.ปปป. ดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

สำนักงาน ป.ป.ช. ขอแจ้งให้ทราบว่า หากท่านพบเห็นการทุจริตของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง หรือเจ้าหน้าที่ของรัฐ สามารถแจ้งเบาะแสมายังสำนักงาน ป.ป.ช. ได้ทางโทรศัพท์หมายเลข 1205 เว็บไซต์สำนักงาน ป.ป.ช. www.nacc.go.th หรือสำนักงาน ป.ป.ช. ภาค สำนักงาน ป.ป.ช. ประจำจังหวัดทั่วประเทศ
ทั้งนี้ ผู้ต้องหาหรือจำเลยยังเป็นผู้บริสุทธิ์ ตราบใดที่ศาลยังไม่มีคำพิพากษาถึงที่สุด


