แม่ร้องสื่อช่วยเหลือ! รองนายกอบต. ขืนใจลูกสาวออทิสติกมาราธอน ตั้งแต่ ป.6 จนท้อง ซ้ำยังตามคุกคามไม่เลิก ข่มขู่พรรคพวกเยอะ ทำอะไรไม่ได้หรอก
แม่ร้องสื่อช่วยเหลือ! รองนายกอบต. ขืนใจลูกสาวออทิสติกมาราธอน ตั้งแต่ ป.6 จนท้อง ซ้ำยังตามคุกคามไม่เลิก ข่มขู่พรรคพวกเยอะ ทำอะไรไม่ได้หรอก
ข่าวอาชญากรรม

แม่ร้องสื่อช่วยเหลือ! รองนายกอบต. ขืนใจลูกสาวออทิสติกมาราธอน ตั้งแต่ ป.6 จนท้อง ซ้ำยังตามคุกคามไม่เลิก ข่มขู่พรรคพวกเยอะ ทำอะไรไม่ได้หรอก

ฟังข่าวนี้

วันที่ 18 กันยายน 2569 ผู้สื่อข่าวได้รับการเปิดเผยจากนางสาวบังอร อายุ 49 ปี เดินทางมาพร้อมกับลูกสาว ที่มีอาการทางโรคออทิสติก ระดับ 5 ชื่อน้องเอ (นามสมมุติ) ปัจจุบัน อายุ 20 ปี และยายของเด็ก นำหลักฐานภาพถ่าย เข้าแจ้งความกับ ร.ต.ท. ดนุสรณ์ เสนชู พนักงานสอบสวน สภ.ลานสัก ให้ดำเนินคดีกับ รองนายก อบต.แห่งหนึ่ง ในอำเภอลานสัก หลังขืนใจลามลวนน้องตั้งแต่วัยเรียน ชั้น ป.6 ต่อมาขืนใจน้องซ้ำจนน้องตั้งครรภ์ ในวัย 15 ปี ปัจจุบัน ยังตามมาขืนใจน้องซ้ำอีก จนไม่เกรงกรัวกฎหมาย แถมขู่ผู้เป็นยาย ฝากขู่จะยิงหัวผู้เป็นแม่ ก่อนหน้านี้ ที่ยอมเคลียร์ใจให้ เห็นอีกฝ่ายทำงานข้าราชการท้องถิ่น หวั่นกลัวเรื่องของอิทธิพล แต่ก็ไม่ยอมจบ ไม่ยอมเลิกลา กลับยังตามมาคุกคามขืนใจน้องซ้ำ

เบื้องต้น จากการสอบถาม น้องเอ ยังสามารถพูดคุยได้มากเท่าไหร่ เปิดเผยว่า ถูกกระทำตั้งแต่อยู่ชั้น ป.6 ถูกกระทำในป่ามัน ระหว่างขากลับจากโรงเรียน พร้อมกับรู้ตำแหน่งหน้าที่การงานของอีกฝ่ายชัดเจน ก่อนหน้านี้ รองนายกอบต. คนดังกล่าว ดำรงตำแหน่งเป็นผู้ใหญ่บ้าน กระทั่งปัจจุบันดำรงตำแหน่งเป็นรองนายกอบต.แห่งหนึ่งใน อ.ลานสัก

จากการสอบถามผูู้เป็นยาย ชื่อนางอาด อายุ 80 ปี เปิดเผยด้วยความกลัวทุกวันนี้ยังนอนไม่หลับ เผยว่า รองนายกอบต. คนดังกล่าว พักอาศัยอยู่รั้วติดกันกับบ้านยาย เรื่องเกิดขึ้นตั้งแต่หลานเรียนอยู่ชั้น ป.6 วันที่ทราบเรื่อง ตัวรองนายกอบต.คนดังกล่าว เดินเข้ามาที่บ้าน เล่าให้ตัวยายฟังเอง ว่าขืนใจหลานสาวยายแล้ว ซื้อยาคุมให้หลานยายกิน ทางหลานไม่ยอมกินคายทิ้ง จนตั้งครรภ์ ต่อมา ทางรองนายก.อบต. ก็ไม่ยอมเลิกลา ได้เข้ามาลวนลามขืนใจมาเรื่อย ถึงขั้นอ้างจะซื้อขนมให้หลาน เอาเงินให้หลาน แล้วข่มขู่ยายมาตลอด ว่าห้ามพูดไปนะ หากพูดไป ตายนะ จนยายหวาดกลัว ไม่กล้าพูดอะไร จนเรื่องแดงขึ้นมาอีกรอบ ที่ผ่านมารองนายกอบต. ยังอ้างกับตัวยายว่ามีปืน 3 กระบอก แต่ตัวยายไม่เคยเห็น

ทางด้านนางสาวบังอร ผู้เป็นแม่ เปิดเผยว่า ก่อนจะทราบเรื่อง ตนเองทำงานอยู่ที่กรุงเทพฯ ส่วนลูกสาว อาศัยอยู่กับผู้เป็นยายที่ อ.ลานสัก ช่วงนั้นน้องเรียนอยู่ชั้น ป.6 จึงได้ตกลง ว่าจ้างรองนายกอบต.คนดังกล่าว ไปรับไปส่งน้องไปเรียน จนกระทั่งน้องอายุ 15 ปี ตนเองมาทราบเรื่องว่า น้องตั้งครรภ์ จึงได้สอบถามกับน้องตรงๆ น้องบอกว่า ผู้ใหญ่บ้านขืนใจกระทำน้อง ปัจจุบัน ผู้ใหญ่บ้านคนดังกล่าว ดำรงตำแหน่งเป็นรองนายกอบต.แล้ว ตนเองตกใจมาก จึงได้เรียกรองนายกอบต.มาพูดคุยกัน ทางรองนายกอบต.ยอมรับว่า ได้กระทำน้องจริง จึงได้ขอพูดคุยกับตนเอง ทำข้อตกลงกันว่าขอให้จบ ตนเองเรียกค่าเสียหายจำนวนเงิน 150,000 บ. ทางรองนายกอบต.ไม่มีจ่าย ขอจ่ายเงินจำนวน 30,000 บ. ที่ดินส.ป.ก.จำนวน 2 ไร่ และได้ทำการตกลงขั้นเด็ดขาด ห้ามรองนายกอบต.เข้ามายุ่งเกี่ยวกับน้องอีก

แต่ล่าสุด หลังจากที่น้องได้คลอดบุตรแล้ว ตนเองได้นำน้องหนีไปอยู่ที่กรุงเทพฯ ผ่านมาประมาณ 2 ปี ตนเองคิดว่าอีกฝ่ายคงจะไม่กล้ามายุ่งกับน้องแล้ว จึงตัดสินใจส่งตัวน้องกลับไปอยู่บ้านกับผู้เป็นยายอีกครั้ง เรื่องถึงหูรองนายกอบต.ว่า น้องได้กลับมาอยู่บ้าน จึงได้เข้ามาหาน้อง อ้างจะซื้อขนมให้และให้เงินบ้าง ถึงขั้นก่อเหตุลวนลามน้อง พาน้องไปกระทำซ้ำ ขณะที่ผู้เป็นยายถูกขู่จนหวาดกลัวไม่กล้าพูดอะไร ตนเองทนไม่ไหว ได้โทรพูดคุยกับรองนายกอบต. แต่ถูกรองนายกอบต.ขู่จะเอาปืนยิงหัว แล้วได้ขู่กับผู้เป็นยายไว้ว่า หากพากันไปแจ้งความ คนในโรงพักพรรคพวกเดียวกัน ตนเองจึงตัดสินใจเดินทางมาจากกรุงเทพฯ แจ้งความเอาผิดกับรองนายกอบต.คนดังกล่าวให้ถึงที่สุด ขณะเดียวกัน ผู้เป็นแม่ได้นำตัวน้องไปตรวจร่างกายเพิ่มเติม และได้นำตัวน้องไปดูแลอย่างใกล้ชิดที่กทม.

ข่าวที่เกี่ยวข้อง
ข่าวที่คุณอาจสนใจ