จากกรณีเจ้าหน้าที่ตำรวจสอบสวนกลางจับกุม อดีตพระวชิรญาณ (อติโชติ ธมฺมวโร) หรือ “อดีตหลวงพ่อโชติ” หรือ นายอติโชติ อายุ 66 ปี อดีตเจ้าอาวาสวัดพุทไธศวรรย์ ต.สำเภาล่ม อ.พระนครศรีอยุธยา จ.พระนครศรีอยุธยา ผู้สร้างวัตถุมงคลชื่อดัง “เหรียญเหนือดวง” หรือ “เหรียญยกฐานะ” พร้อม น.ส.ปุณยวีร์ หรือ “สีกาเอ๋” อายุ 47 ปี ซึ่งถูกออกหมายจับในข้อกล่าวหาหลายข้อหา ทั้งกรณีเป็นเจ้าพนักงานเบียดบังทรัพย์ เป็นเจ้าพนักงานปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบหรือโดยทุจริต รวมถึงสมคบและร่วมกันฟอกเงิน
ก่อนหน้านี้ เจ้าหน้าที่พบข้อมูลกล่าวหาว่ามีการเบียดบังเงินของวัดไปเป็นของตนเอง ก่อนมอบให้สีกาคนสนิทนำไปแปลงสภาพ คิดเป็นมูลค่าความเสียหายกว่า 92 ล้านบาท รวมถึงมีการเปิดเผยภาพจากกล้องวงจรปิดที่กลายเป็นประเด็นวิพากษ์วิจารณ์อย่างกว้างขวาง
ล่าสุด สื่อดัง รายงานว่า ชาวบ้านในพื้นที่ใกล้วัด ซึ่งออกมาให้ข้อมูลเกี่ยวกับพฤติกรรมของอดีตพระอติโชติ โดยระบุว่า ตลอดช่วงที่ผ่านมาไม่ค่อยพบเห็นอดีตพระอติโชติออกมาบิณฑบาตกับชาวบ้าน เนื่องจากภายในกุฏิมีลูกศิษย์คอยจัดเตรียมอาหารไว้ให้เป็นอย่างดี
อดีตพระอติโชติเป็นพระที่มีความสนใจด้านสายมูและวัตถุมงคล โดยมักมีพิธีปลุกเสกของขลังอยู่บ่อยครั้ง ทำให้มีประชาชนเดินทางมาร่วมงานที่วัดเป็นจำนวนมาก โดยเฉพาะพิธีเกี่ยวกับ “จตุคามรามาเทพ” และ “เหรียญเหนือดวง” ซึ่งเจ้าตัวเคยเดินทางไปร่วมพิธีปลุกเสกจตุคามฯ ด้วย
ส่วนการเข้าพบอดีตพระอติโชติ ชาวบ้านรายดังกล่าวอ้างว่าเป็นเรื่องค่อนข้างยาก เนื่องจากมีลูกศิษย์คอยคัดกรองผู้ที่จะเข้าไปพบ โดยมักเป็นญาติโยมที่สนิทสนมและเข้ามาทำบุญ ขณะที่ชาวบ้านในพื้นที่โดยรอบบางส่วนไม่สามารถเข้าถึงตัวได้ และอาจถูกปฏิเสธโดยอ้างว่า “หลวงพ่อไม่ว่าง”
กลุ่มคนที่เดินทางเข้ามาพบอดีตพระอติโชติมีทั้งชาวไทย ชาวจีน และชาวเกาหลี รวมถึงมีผู้เดินทางมาจากต่างพื้นที่ เช่น กรุงเทพฯ และ จ.นครศรีธรรมราช โดยลูกศิษย์ที่ใกล้ชิดส่วนใหญ่เป็นบุคคลที่อดีตพระอติโชติดึงเข้ามาช่วยงานภายในวัด และบางครั้งมีการเลือกผู้ช่วยที่มีรูปร่างหน้าตาดี
สำหรับประวัติของอดีตพระอติโชติ ชาวบ้านให้ข้อมูลว่า เป็นชาว จ.นครศรีธรรมราช ก่อนเข้ามาอยู่ที่วัดพุทไธศวรรย์ และมีบทบาทในการปลุกเสกจตุคามรามาเทพจนเป็นที่รู้จัก กระทั่งเจ้าอาวาสองค์เดิมมรณภาพ และอดีตพระอติโชติได้ขึ้นดำรงตำแหน่งเจ้าอาวาสเมื่อประมาณ 2-3 ปีก่อน
เมื่อถามถึงความรู้สึกต่อกรณีที่เกิดขึ้น ชาวบ้านกล่าวว่า ไม่ได้รู้สึกตกใจมากนัก เนื่องจากก่อนหน้านี้เคยได้ยินข่าวเกี่ยวกับเรื่องสีกา รวมถึงพฤติกรรมการคัดเลือกญาติโยมที่เข้ามาทำบุญอยู่บ้าง แต่เมื่อได้เห็นภาพจากกล้องวงจรปิดและพฤติกรรมต่าง ๆ ที่ถูกเปิดเผยต่อสาธารณะ มองว่าเป็นเรื่องที่ยอมรับไม่ได้ และส่งผลกระทบต่อความรู้สึกของพุทธศาสนิกชน
ทั้งนี้ ข้อมูลทั้งหมดดังกล่าวเป็นคำให้สัมภาษณ์และข้อกล่าวอ้างจากชาวบ้านในพื้นที่ ซึ่งยังจำเป็นต้องตรวจสอบข้อเท็จจริงจากพยานหลักฐาน ผู้เกี่ยวข้อง และหน่วยงานที่รับผิดชอบต่อไป