รู้อายุถึงกับตกใจ เปิดประวัติ สีกาเอ๋ คนสนิททิดโชติ เส้นทางไม่ธรรมดา
รู้อายุถึงกับตกใจ เปิดประวัติ สีกาเอ๋ คนสนิททิดโชติ เส้นทางไม่ธรรมดา
ข่าวอาชญากรรม

รู้อายุถึงกับตกใจ เปิดประวัติ สีกาเอ๋ คนสนิททิดโชติ เส้นทางไม่ธรรมดา

ฟังข่าวนี้

กลายเป็นบุคคลที่ถูกจับตามองทันที สำหรับ “สีกาเอ๋” หรือ น.ส.ปุณยวีร์ อายุ 47 ปี หลังเจ้าหน้าที่กองบังคับการปราบปรามเข้าตรวจค้นบ้านพักในพื้นที่ จ.ปทุมธานี และจับกุมตามหมายศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบ ภาค 1 ในคดีที่เกี่ยวข้องกับอดีตเจ้าอาวาสวัดพุทไธศวรรย์ พระอารามหลวง จ.พระนครศรีอยุธยา ซึ่งตำรวจอยู่ระหว่างขยายผลเส้นทางการเงินของวัดที่มีมูลค่าความเสียหายมากกว่า 92 ล้านบาท

เมื่อวันที่ 10 กันยายน 2569 ตำรวจกองบังคับการปราบปรามเข้าจับกุม อดีตหลวงพ่อโชติ หรืออดีตพระวชิรญาณ วิ. อดีตเจ้าอาวาสวัดพุทไธศวรรย์ ตามหมายจับที่ออกเมื่อวันที่ 8 กันยายน 2569 โดยตำรวจกล่าวหาว่าในช่วงประมาณ 2 ปีที่ผ่านมา มีการเบียดบังเงินของวัดไปใช้เพื่อประโยชน์ส่วนตัว ก่อนมีการส่งต่อเงินให้บุคคลใกล้ชิดนำไปแปลงสภาพหรืออำพรางการถือครองในชื่อบุคคลอื่น

จากการขยายผล เจ้าหน้าที่ได้เข้าตรวจค้นบ้านพักของ สีกาเอ๋ ใน ต.คลองสี่ อ.คลองหลวง จ.ปทุมธานี ซึ่งตำรวจระบุว่าเป็นหญิงคนสนิทของอดีตเจ้าอาวาส และมีชื่อเป็นผู้ต้องหาตามหมายจับศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบ ภาค 1 ที่ 30/2569 ลงวันที่ 8 กันยายน 2569

ภายในบ้านพัก เจ้าหน้าที่พบทรัพย์สินหลายรายการที่อยู่ระหว่างการตรวจสอบ อาทิ พระเครื่องเนื้อทองคำ 35 องค์ ทองคำแท่งและทองรูปพรรณรวมน้ำหนักประมาณ 90 บาท เงินสดกว่า 3.59 ล้านบาท รวมถึงโฉนดที่ดินและเอกสารเกี่ยวกับการลงทุน โดยเจ้าหน้าที่จะตรวจสอบที่มาและความเชื่อมโยงกับเส้นทางการเงินของวัดต่อไป

เปิดประวัติ “สีกาเอ๋” จากเชียร์ลีดเดอร์สู่ธุรกิจสายมู

สำหรับประวัติของสีกาเอ๋นั้น มีข้อมูลจาก เพจบิ๊กเกรียน ระบุว่า เธอเคยศึกษาในมหาวิทยาลัยแห่งหนึ่ง และเคยทำกิจกรรมเป็นเชียร์ลีดเดอร์เมื่อประมาณ 30 ปีก่อน ก่อนใช้ชีวิตในฐานะแม่เลี้ยงเดี่ยว และต่อมาเข้าสู่ธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับความเชื่อและสายมู

โดยมีการกล่าวถึงธุรกิจเกี่ยวกับ ของไหว้บูชา การแก้บน และสะเดาะเคราะห์ ทำให้ประวัติส่วนตัวและเส้นทางการทำธุรกิจของเธอได้รับความสนใจมากขึ้น หลังเข้ามาเกี่ยวข้องกับคดีเงินของวัด

อย่างไรก็ตาม ข้อมูลเกี่ยวกับประวัติการศึกษาและการทำธุรกิจดังกล่าวมาจากข้อมูลที่เผยแพร่ผ่านสื่อสังคมออนไลน์ จึงควรพิจารณาอย่างระมัดระวัง เนื่องจากยังไม่มีเอกสารทางราชการที่ยืนยันรายละเอียดทุกประเด็น

สำหรับประเด็นสำคัญของคดี ตำรวจอยู่ระหว่างตรวจสอบว่าเงินของวัดถูกนำไปผ่านบัญชีหรือทรัพย์สินใดบ้าง รวมถึงตรวจสอบเอกสารการลงทุน ธุรกรรมทางการเงิน และทรัพย์สินที่ตรวจยึดได้ เพื่อหาความเชื่อมโยงและที่มาของทรัพย์สินอย่างชัดเจน

ทั้งนี้ การพบเงินสด ทองคำ พระเครื่อง หรือเอกสารเกี่ยวกับทรัพย์สินภายในบ้าน ไม่ได้หมายความว่าทรัพย์สินทั้งหมดเป็นของกลางจากการกระทำผิดโดยอัตโนมัติ โดยเจ้าหน้าที่ต้องพิสูจน์ความเชื่อมโยงกับเงินของวัดตามพยานหลักฐาน และเปิดโอกาสให้ผู้ต้องหาชี้แจงที่มาของทรัพย์สินตามกระบวนการยุติธรรม

หลังจากนี้ เจ้าหน้าที่จะสอบปากคำผู้ต้องหาทั้งสองราย พร้อมขยายผลเส้นทางการเงินและตรวจสอบบุคคลอื่นที่อาจเกี่ยวข้องเพิ่มเติม ขณะที่คดีดังกล่าวยังอยู่ในขั้นตอนการสอบสวน ผู้ต้องหายังคงถือเป็นผู้บริสุทธิ์ จนกว่าจะมีคำพิพากษาถึงที่สุดว่ากระทำความผิดตามข้อกล่าวหา

ข่าวที่เกี่ยวข้อง
ข่าวที่คุณอาจสนใจ