รู้ตัวแล้ว! คนขับรถชน น้องข้าวปั้น เสียชีวิต แล้วหนี เป็นตำรวจยศ พันตำรวจโท ซ้ำปลอมป้ายทะเบียนด้วย
รู้ตัวแล้ว! คนขับรถชน น้องข้าวปั้น เสียชีวิต แล้วหนี เป็นตำรวจยศ พันตำรวจโท ซ้ำปลอมป้ายทะเบียนด้วย
ข่าวอาชญากรรม

รู้ตัวแล้ว! คนขับรถชน น้องข้าวปั้น เสียชีวิต แล้วหนี เป็นตำรวจยศ พันตำรวจโท ซ้ำปลอมป้ายทะเบียนด้วย

ฟังข่าวนี้

วันนี้ (6 ก.ย. 2569) นายพลกฤษณ์ อายุ 37 ปี พร้อมด้วย น.ส.ศิริพร อายุ 37 ปี พ่อแม่บุญธรรมน้องข้าวปั้น และนางอัมพร อายุ 58 ปี ยายของน้องข้าวปั้น หรือ นายพีรณัฐ อายุ 16 ปี เยาวชนที่เสียชีวิตจากอุบัติเหตุรถยนต์เฉี่ยวชนรถจักรยานยนต์ บริเวณทางลงสะพานนเรศวร ถนนสิงหวัฒน์ เมื่อวันที่ 2 กันยายนที่ผ่านมา เปิดเผยว่า น้องข้าวปั้น เป็นเด็กน่ารัก ร่าเริง ขยัน และพยายามหารายได้จากการทำงานพิเศษมาโดยตลอด ทั้งเคยทำงานที่ร้านนม และในวันเกิดเหตุ ได้ไปทำงานที่ร้านข้าวต้ม เพื่อเก็บเงินซื้อสิ่งของที่ตัวเองอยากได้

น้องข้าวปั้น เติบโตมาในครอบครัวที่พ่อและแม่แยกทางกัน ขณะที่คุณแม่ มีโรคประจำตัวหลายโรคจนกลายเป็นผู้ป่วยติดเตียง หลังจากนั้นครอบครัวของน้องสาวคุณแม่ จึงรับน้องข้าวปั้นเป็นบุตรบุญธรรม คอยดูแลและส่งเสียให้ได้รับการศึกษา นอกจากความขยันแล้ว น้องข้าวปั้นยังเป็นเด็กกิจกรรมและมีความสามารถด้านดนตรี เคยเป็นสมาชิกวงโยธวาทิตทั้งของโรงเรียนจ่านกร้องและโรงเรียนพุทธชินราช โดยเล่นเครื่องดนตรี ทรัมเป็ต ปัจจุบันกำลังศึกษาอยู่ชั้นปีที่ 1 วิทยาลัยเทคนิคพิษณุโลก

ครอบครัว เล่าว่า วันเกิดเหตุ หลังจากเลิกงานที่ร้านข้าวต้ม น้องข้าวปั้นได้แวะพูดคุยกับเพื่อน ก่อนขี่รถจักรยานยนต์เดินทางกลับบ้าน เมื่อพบว่าน้องยังไม่กลับบ้านจึงพยายามติดต่อ แต่ไม่สามารถติดต่อได้ จนกระทั่งได้รับโทรศัพท์จากเจ้าหน้าที่ตำรวจแจ้งว่า น้องประสบอุบัติเหตุเสียชีวิตแล้ว และรถยนต์คู่กรณีหลบหนีไป เหตุการณ์ดังกล่าวทำให้ครอบครัวรู้สึกทั้งเสียใจและโกรธ โดยเฉพาะการที่ตั้งแต่วันที่เกิดเหตุจนถึงวันฌาปนกิจ ยังไม่มีผู้ใดมาแสดงตัวรับผิดชอบ

ล่าสุด ตำรวจภูธรจังหวัดพิษณุโลก ทราบตัวผู้ขับขี่รถยนต์ ยี่ห้อโตโยต้า ฟอร์จูนเนอร์ ที่เกี่ยวข้องกับเหตุการณ์ดังกล่าวแล้ว เบื้องต้นเป็นข้าราชการตำรวจ ยศพันตำรวจโท อายุ 53 ปี ขณะนี้ยังรักษาตัวอยู่ที่โรงพยาบาล โดยแจ้งว่าจะเข้ามอบตัวกับเจ้าหน้าที่ตำรวจในวันจันทร์นี้

นอกจากนี้ นายณฐชนน ชนะบูรณาศักดิ์ หรือ สส.โฟล์ค สส.พิษณุโลก ได้โพสต์เฟซบุ๊กให้ข้อมูลเพิ่มเติมว่า เคสชนแล้วหนี หน้าสรรพากร มีผู้เสียชีวิต ตอนนี้ทราบตัวผู้กระทำแล้ว ปลอมป้ายทะเบียนด้วย ผมไม่ปล่อยผ่านแน่นอน ตำรวจไม่กี่คน ทำองค์กรตำรวจเสีย พรากลูกอันเป็นที่รักของครอบครัว ผมไม่ยอมเด็ดขาด

เมื่อทราบความคืบหน้าดังกล่าว ครอบครัวน้องข้าวปั้น ยอมรับว่ารู้สึกโล่งใจที่เจ้าหน้าที่ตำรวจให้ความสำคัญกับคดี และสามารถติดตามตัวผู้เกี่ยวข้องได้ แต่ยังมีความกังวลใจเกี่ยวกับกระบวนการหลังจากนี้ เนื่องจากเหตุการณ์ผ่านมานานถึง 5 วันแล้ว พร้อมตั้งคำถามว่า ผู้ขับขี่จะถูกดำเนินการตามขั้นตอนอย่างไร มีการตรวจวัดปริมาณแอลกอฮอล์หรือไม่ และจะมีการตรวจสอบข้อเท็จจริงเกี่ยวกับรถยนต์และทะเบียนอย่างละเอียดหรือไม่ เนื่องจากในโลกออนไลน์ได้มีการเผยแพร่ข้อมูลเรื่องป้ายทะเบียนที่พบในที่เกิดเหตุว่าอาจเป็นป้ายทะเบียนปลอม หรืออาจเกี่ยวข้องกับการนำรถมาสวมทะเบียน ยืนยันอยากให้ทุกอย่างเป็นไปตามกระบวนการยุติธรรม

ข่าวที่เกี่ยวข้อง
ข่าวที่คุณอาจสนใจ