เกิดเหตุสลด ลูกชายวัย 36 ปี สลิ้งแตกก่อเหตุใช้ก้อนหินขนาดใหญ่ น้ำหนักกว่า 6 กิโลกรัม ทุ่มใส่ศีรษะพ่อ อายุ 60 ปี ซึ่งเป็น ชรบ.ประจำหมู่บ้าน หลังขอเงินพ่อเพื่อนำไปซื้อยาบ้า แต่ไม่ได้ตามที่ต้องการ อาศัยจังหวะพ่อเผลอใช้ก้อนหินทุ่มใส่จนล้มลงและมีอาการชักเกร็ง ก่อนลูกชายจะทุ่มซ้ำจนอาการสาหัส สาเหตุอยาก “ ฆ่าพ่อล้างอาย “ เผยในอดีตเคยเสพยาบ้าหนักถึงวันละประมาณ 40-50 เม็ด จนเกิดอาการหลอน ส่วนปัจจุบันลดการเสพลงเหลือวันละ 1 เม็ด ตำรวจตั้ง 2 ข้อหา
วันที่ 5 ก.ย.69 เมื่อเวลา 08.00 น.ที่ผ่านมา ร.ต.อ.วิวัฒน์ นามอาษา รองสารวัตร (สอบสวน) สภ.ปะคำ อ.ปะคำ จ.บุรีรัมย์ ได้รับแจ้งจากผู้ใหญ่บ้าน บ้านปลื้มพัฒนา หมู่ที่ 7 ต.โคกมะม่วง ว่ามีเหตุทำร้ายร่างกาย จึงรุดไปตรวจสอบพร้อมกู้ชีพ อบต.โคกมะม่วง
ที่เกิดเหตุพบร่างของนายปาย ช่วงชัย อายุ 60 ปี อยู่บ้านเลขที่ 284 หมู่ที่ 7 บ้านปลื้มพัฒนา ต.โคกมะม่วง อ.ปะคำ จ.บุรีรัมย์ ซึ่งมีตำแหน่งเป็นชุดรักษาความปลอดภัยหมู่บ้าน (ชรบ.) นอนคว่ำหน้าหมดสติ เลือดไหลนองไปทั่วพื้นดินบริเวณศีรษะพบบาดแผลเป็นแผลฉกรรจ์หลายแห่งเนื่องจากโดนของแข็งกระแทก ใกล้กันเจ้าหน้าที่พบก้อนหินน้ำหนักประมาณ 6 กก.เปื้อนเลือดจึงยึดไว้ตรวจสอบ ซึ่งเจ้าหน้าที่ได้เร่งปฐมพยาบาลนายปาย ก่อนนำส่งโรงพยาบาลปะคำ และถูกส่งต่อไปยังโรงพยาบาลศูนย์บุรีรัมย์ เนื่องจากอาการสาหัส
ต่อมา พ.ต.อ. อัษฎไณย ป้องกัน ผกก.สภ.ปะคำ ได้สั่งการให้ตำรวจชุดสืบสวน เข้าควบคุมตัวนายพรพล หรือแจ้ ช่วงชัย อายุ 36 ปี ผู้ก่อเหตุซึ่งเป็นลูกชายของนายปาย คนเจ็บมาสอบสวนที่ สภ.ปะคำ
นายพรพล ให้การว่ารับสารภาพช่วงเกิดเหตุตนเองขอเงินพ่อจำนวน 60 บาท เพื่อที่จะนำไปเติมน้ำมันรถจักรยานยนต์พ่วงข้างและเงินส่วนที่เหลือจะนำไปซื้อยาบ้ามาเสพ แต่พ่อไม่ให้แถมยังเดินไปถอดหัวเทียนรถจักรยานยนต์พ่วงข้างออกอีก จนเกิดความโมโหและโต้เถียงกัน โดยจังหวะช่วงที่พ่อหันหลังตนเองได้หยิบก้อนหินซึ่งอยู่ข้างรถจักรยานยนต์พ่วงข้างยกทุ่มใส่ศีรษะพ่ออย่างแรงจนล้มลงกองกับพื้น จนพ่อได้มีอาการชักเกร็งอยู่หลายครั้ง จากนั้นตนได้ใช้ก้อนหินก้อนเดิมทุ่มซ้ำเข้าที่ศีรษะอีกครั้ง เนื่องจากกลัวพ่อลุกขึ้นมาแก้แค้นตน จนพ่อหมดสติแน่นิ่งไป และได้ใช้เท้าแตะไปที่ร่างของพ่ออีกหลายครั้ง
โดยนายพรพล ยังอ้างว่าที่ทำไปเพราะต้องการ “ฆ่าพ่อล้างอาย” เนื่องจากในอดีตตนเองถูกพ่อทำร้ายร่างกายเป็นประจำ จนเกิดความหวาดกลัวสะสมและรู้สึกอับอายไม่กล้าสู้หน้ากับชาวบ้านในหมู่บ้าน นอกจากนี้ยังยอมรับว่าในอดีตเคยตกเป็นทาสยาเสพติดอย่างหนัก เสพยาบ้ามากถึงวันละ 40-50 เม็ด จนส่งผลให้เกิดอาการประสาทหลอนอย่างรุนแรง แม้ปัจจุบันตนเองลดปริมาณการเสพลงเหลือเพียงวันละ 1 เม็ดแล้วก็ตามเนื่องจากไม่ได้ทำงาน
ด้านนายศักดิ์ดา บุญคุ้ม อายุ 33 ปี หลานชายนายปาย คนเจ็บเล่าว่าช่วงเกิดเหตุเป็นช่วงที่พระมาบิณฑบาตอยู่หน้าบ้าน ตนเองได้ยินเสียงเหมือนมีคนทุบอะไรบ้างอย่างอยู่ข้างบ้าน จึงออกมาดูพบนายปาย นอนหมดสติจมกองเลือดอยู่ข้างบ้านจึงรีบโทรเรียก 1669 มาให้การช่วยเหลือ
ขณะที่นางศรี เจริญ อายุ 69 ปี ชาวบ้านเล่าว่านายพรพล มีประวัติยุ่งเกี่ยวกับยาเสพติดและชอบลักทรัพย์ภายในหมู่บ้านอยู่เป็นประจำจนเป็นที่เอื่อมระอาของชาวบ้านแต่ไม่คิดว่าจะมาทำร้ายพ่อเพราะขอเงินซื้อยาบ้าไม่ได้
เบื้องต้น เจ้าหน้าที่ตำรวจได้ลงพื้นที่ตรวจสอบจุดเกิดเหตุ เก็บพยานหลักฐานอย่างละเอียด พร้อมควบคุมตัวผู้ก่อเหตุส่งดำเนินคดีตามกฎหมาย โดยแจ้งข้อกล่าวหา 2 ข้อหา ทำร้ายร่างกาย และเสพยาเสพติดประเภท 1 (ยาบ้า)โดยไม่ได้รับอนุญาต ดำเนินคดีตามขั้นตอนทางกฎหมายต่อไป