จับเครือข่ายหลอกลงทุนผ่านเฟซบุ๊ก รวบ 2 รายอ้างถูกหลอกเปิดบัญชี แต่ว่ามีค่าจ้าง
จับเครือข่ายหลอกลงทุนผ่านเฟซบุ๊ก รวบ 2 รายอ้างถูกหลอกเปิดบัญชี แต่ว่ามีค่าจ้าง
ข่าวอาชญากรรม

จับเครือข่ายหลอกลงทุนผ่านเฟซบุ๊ก รวบ 2 รายอ้างถูกหลอกเปิดบัญชี แต่ว่ามีค่าจ้าง

ฟังข่าวนี้

สืบเนื่องจาก ได้มีผู้เสียหายเป็นอดีตข้าราชการรายหนึ่ง ได้พบบัญชีเพจเฟซบุ๊ก ชื่อ ไทย COCO จากกลุ่มสาธารณะที่มีสมาชิกกว่า 10,000 คน ผู้เสียหายเชื่อว่า เฟซบุ๊กดังกล่าวเป็นบริษัทเดียวกันกับที่เคยมาดูงานในสวนมะพร้าวของตนเอง จึงกดเข้าไปดูเพื่อหาพันธุ์มะพร้าวมาปลูกเพิ่มเติมที่สวน จากนั้นได้พบกับโฆษณาเกี่ยวกับกิจกรรมโปรโมทสินค้าของบริษัท จึงได้กดถูกใจแต่ปรากฎว่าเมื่อกดแล้วกลับถูกดึงเข้าไปในกลุ่มไลน์ชื่อ COCOCO

ต่อมา มีแอดมินพาทำกิจกรรมต่างๆ จนครบ 9 ครั้ง จากนั้นมีการให้กดเข้าลิงก์ชื่อ setthailand เมื่อกดเข้าไปพบหน้าจอแพลตฟอร์มเทรดหุ้น มีกราฟขึ้น-ลง และมียอดเงินจากการทำกิจกรรมของตนเองแสดงอยู่ แอดมินจึงชักชวนให้ลงทุนเทรดหุ้นผ่านแพลตฟอร์มดังกล่าว เมื่อผู้เสียหายโอนเงินไปแล้วจึงปรากฏเป็นยอดเงินดิจิทัลบนหน้าแพลตฟอร์ม แอดมินจึงแนะนำให้ผู้เสียหายกดเข้าไปทำการซื้อขายพร้อมกับโอนเงิน ผู้เสียหายเชื่อว่าสามารถเทรดทำกำไรได้จริง แต่สุดท้ายไม่สามารถถอนเงินออกมาได้ รวมโอนเงินไปทั้งสิ้น จำนวน 23 ครั้ง รวมมูลค่าความเสียหายทั้งหมดเป็นเงินจำนวน 1,486,833.33 บาท จึงได้เข้าแจ้งความดำเนินคดีในเวลาต่อมา

จากกรณีดังกล่าว พล.ต.ต.คมกฤช สุขไทย ผบก.สอท.3 ได้สั่งการให้ พ.ต.อ.อดิชาต อมรประดิษฐ ผกก.วิเคราะห์ข่าวและเครื่องมือพิเศษ บก.สอท.3 ส่งเจ้าหน้าที่ตำรวจในสังกัดออกสืบสวนสอบสวน กระทั่งพนักงานสอบสวนสามารถรวบรวมพยานหลักฐานขออำนาจศาลออกหมายจับผู้ต้องหาในเครือข่ายดังกล่าวได้หลายราย

โดยล่าสุด พ.ต.ท.สมพร บุตรวงศ์ สว.กก.วิเคราะห์ข่าวและเครื่องมือพิเศษ บก.สอท.3 ได้ร่วมกันนำกำลังติดตามจับกุมผู้ต้องหาสำคัญในเครือข่ายได้แล้วในพื้นที่ จ.นครปฐม จำนวน 2 ราย ได้แก่

1. นายสมภพ อายุ 36 ปี ตามหมายจับ ศาลจังหวัดกันทรลักษ์ ที่ 136/2569 ลงวันที่ 1 พ.ค.69

2. นายชูเกียรติ อายุ 48 ปี ตามหมายจับ ศาลจังหวัดกันทรลักษ์ ที่ 140/2569 ลงวันที่ 1 พ.ค.69

ดำเนินคดีในความผิดฐาน เป็นผู้สนับสนุนผู้อื่นในการกระทำความผิดฐานร่วมกันฉ้อโกงประชาชน เป็นผู้สนับสนุนผู้อื่นในการกระทำความผิดฐานโดยทุจริตหรือโดนหลอกลวงร่วมกันนำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์ที่บิดเบือนหรือปลอมหรือข้อมูลคอมพิวเตอร์อันเป็นเท็จโดยประการที่จะเกิดความเสียหายแก่ประชาชน และเปิดหรือยินยอมให้บุคคลอื่นใช้บัญชีเงินฝาก บัตรอิเล็กทรอนิกส์ หรือบัญชีเงินอิเล็กทรอนิกส์ของตน โดยมิได้มีเจตนาเพื่อตน หรือเพื่อกิจการที่ตนเกี่ยวข้อง ทั้งนี้โดยประการที่รู้หรือควรรู้ว่าจะนำไปใช้ในการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยีหรือความผิดอาญาอื่นใด

จากการสอบถามเบื้องต้น หนึ่งในผู้ต้องหาอ้างว่า ตนเองถูกหลอกให้เปิดบัญชีธนาคาร โดยถูกว่าจ้างให้ไปเปิดซิมโทรศัพท์มือถือเพื่อใช้ผูกกับบัญชีและมีการสแกนใบหน้า แลกกับเงินจำนวน 1,000 บาท เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงควบคุมตัวดำเนินคดีตามกฎหมาย โดยขณะนี้อยู่ระหว่างการเร่งสืบสวนขยายผลไปยังผู้ร่วมขบวนการ รวมทั้งสืบหาความเชื่อมโยงไปยังกลุ่มผู้ก่อเหตุในเครือข่าย เพื่อดำเนินคดีกับผู้ร่วมขบวนการที่เกี่ยวข้องทั้งหมดต่อไป

ข่าวที่เกี่ยวข้อง
ข่าวที่คุณอาจสนใจ