วันที่ 10 ส.ค. 2569 นักศึกษาสาววัย 23 ปี เดินทางเข้าร้องเรียนกับศูนย์ประสานงานเพจสายไหมต้องรอด บริเวณถนนวัดเกาะ เขตสายไหม หลังตกเป็นเหยื่อมิจฉาชีพที่แอบอ้างตัวเป็น "เสี่ย" โพสต์ข้อความผ่านสื่อสังคมออนไลน์อ้างว่า ต้องการหาคนพูดคุยแก้เหงาและพร้อมให้การดูแลเรื่องค่าใช้จ่ายและค่าเทอม โดยไม่จำเป็นต้องนัดเจอ เพียงแค่วิดีโอคอลพูดคุยกันเท่านั้น แต่สุดท้ายกลับถูกแอบอัดคลิปวิดีโอระหว่างคอลและนำไปเผยแพร่ประจานในโลกออนไลน์ พร้อมแนบข้อมูลส่วนตัวและลิงก์เว็บไซต์การพนัน จนส่งผลกระทบต่อการใช้ชีวิตประจำวันอย่างหนัก
ผู้เสียหายรายดังกล่าว เปิดเผยว่า สาเหตุที่หลงเชื่อเนื่องจากตนเองกำลังประสบปัญหาเรื่องค่าใช้จ่ายหอพัก จึงได้พยายามค้นหาช่องทางหารายได้เสริมผ่านทาง Google จนกระทั่งพบประกาศดังกล่าวและติดต่อเข้าไปพูดคุย โดยทางมิจฉาชีพเสนอเงื่อนไขให้เลือกว่าจะนัดพบตัวจริงหรือจะใช้วิธีวิดีโอคอล ซึ่งตนเองตัดสินใจเลือกการวิดีโอคอลเนื่องจากเกรงกลัวความไม่ปลอดภัยหากต้องเดินทางไปพบ แต่ระหว่างการพูดคุย อีกฝ่ายได้พยายามสั่งให้ตนถอดเสื้อผ้าออกทั้งหมด ซึ่งตนไม่ได้ทำตามทั้งหมดโดยยังคงสวมใส่บราไว้ และปฏิเสธทำตามคำสั่งล่อแหลมอื่น ๆ เช่น การสั่งให้เลียบริเวณรักแร้ จากนั้นมิจฉาชีพได้อ้างว่า จะทำการโอนเงินค่าตอบแทนให้ ก่อนจะตัดสายและบล็อกช่องทางการติดต่อทันที

ภายหลังเกิดเหตุประมาณ 2 วัน ได้มีข้อความส่งเข้ามาในอินสตาแกรมส่วนตัวเป็นจำนวนมาก รวมถึงมีบัญชีผู้ใช้ปริศนาทักมาสอบถามว่า เห็นคลิปหลุดของตนเองหรือยัง ทำให้ทราบว่าคลิปวิดีโอระหว่างการคอลถูกนำไปเผยแพร่ผ่านแอปพลิเคชันแห่งหนึ่งในลักษณะคลิปเต็มที่ไม่มีการเบลอใบหน้า พร้อมระบุข้อมูลสำหรับเข้าถึงตัวตนของผู้เสียหาย และมีการแปะลิงก์โฆษณาเว็บไซต์การพนันกำกับไว้ นอกจากนี้ จากการเข้าไปตรวจสอบยังพบว่า มีผู้เสียหายรายอื่น ๆ ที่ตกเป็นเหยื่อในลักษณะเดียวกันอีกมากกว่า 10 ราย

ซึ่งมีทั้งนักเรียน นักศึกษามหาวิทยาลัยชื่อดัง และนักแสดง โดยบางคลิปมีการถอดเสื้อผ้าและทำพฤติกรรมล่อแหลม ซึ่งตนจำเสียงของบุคคลที่ก่อเหตุได้ชัดเจน เหตุการณ์ดังกล่าวส่งผลให้คนรอบตัวและเพื่อน ๆ เห็นคลิป จนตนไม่กล้าออกไปใช้ชีวิตตามปกติ พร้อมฝากเตือนภัยไปยังผู้หญิงที่กำลังเดือดร้อนทางการเงินให้ระมัดระวังและพิจารณาอย่างรอบคอบ ไม่หลงเชื่อบุคคลที่ไม่รู้จักในโลกออนไลน์ และควรเลือกทำงานสุจริตเพื่อความปลอดภัย

ขณะที่นายเอกภพ เหลืองประเสริฐ ผู้ก่อตั้งเพจสายไหมต้องรอด ระบุว่า พฤติการณ์ดังกล่าวเป็นการหลอกลวงของมิจฉาชีพที่แอบอ้างเป็นเสี่ยเพื่อหลอกลวงกลุ่มเด็กนักเรียนและนักศึกษา เบื้องต้น ได้ประสานงานไปยัง พล.ต.ต.ชัชปัณฑกานต์ คล้ายคลึง รองผู้บัญชาการตำรวจสืบสวนสอบสวนอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (รอง ผบช.สอท.) เพื่อนำผู้เสียหายเข้าแจ้งความดำเนินคดีตามกฎหมายอย่างถึงที่สุด พร้อมฝากเตือนประชาชนว่า ไม่ควรกระทำธุรกรรมหรือพูดคุยในลักษณะที่มีความเสี่ยงผ่านช่องทางโซเชียล และหากมีผู้เสียหายรายอื่นที่เคยตกเป็นเหยื่อของมิจฉาชีพรายนี้ ขอให้ติดต่อเข้ามายังเพจสายไหมต้องรอดเพื่อรวบรวมพยานหลักฐานในการดำเนินคดีต่อไป