กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (CIB) โดยเจ้าหน้าที่กองกำกับการ 4 กองบังคับการปฏิบัติการพิเศษ จับกุมหญิงอายุ 30 ปี ตามหมายจับศาลจังหวัดสมุทรปราการ ในข้อกล่าวหาที่เกี่ยวข้องกับการสนับสนุนการฉ้อโกงประชาชน การนำข้อมูลอันเป็นเท็จเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ และการยินยอมให้บุคคลอื่นใช้บัญชีธนาคารหรือบัญชีอิเล็กทรอนิกส์
เจ้าหน้าที่สามารถจับกุมผู้ต้องหาได้บริเวณสถานีกลางกรุงเทพอภิวัฒน์ แขวงจตุจักร เขตจตุจักร กรุงเทพมหานคร ก่อนนำตัวไปจัดทำบันทึกการจับกุม และส่งให้พนักงานสอบสวน สภ.บางปู ดำเนินการตามขั้นตอนของกฎหมาย
ตำรวจเปิดเผยว่า เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นในช่วงปลายปี 2568 ขณะที่ผู้เสียหายกำลังใช้งานสื่อสังคมออนไลน์ และพบเพจแห่งหนึ่งประกาศขายกระเป๋าแฟชั่นแบรนด์เนมในราคาประมาณ 3,000 บาท
ผู้เสียหายจึงติดต่อสอบถามรายละเอียดผ่านช่องทาง Messenger และตกลงซื้อขายกับผู้ขาย โดยอีกฝ่ายแจ้งให้โอนเงินเต็มจำนวน พร้อมอ้างว่าจะจัดส่งสินค้าและแจ้งหมายเลขพัสดุให้ในภายหลัง

อย่างไรก็ตาม หลังจากโอนเงินแล้ว ผู้เสียหายระบุว่ายังไม่ได้รับสินค้าตามที่ตกลงกันไว้ เมื่อพยายามติดต่อสอบถามกลับพบว่าไม่สามารถส่งข้อความหรือเข้าถึงบัญชีผู้ขายได้ เนื่องจากช่องทางการติดต่อถูกปิดกั้น จึงเข้าแจ้งความต่อพนักงานสอบสวนเพื่อให้ติดตามตัวผู้เกี่ยวข้องมาดำเนินคดี
ภายหลังรับแจ้งความ เจ้าหน้าที่ได้ตรวจสอบข้อมูลและเส้นทางการเงิน ก่อนพบว่าบัญชีธนาคารที่ใช้รับโอนเงินมีความเชื่อมโยงไปยังหญิงวัย 30 ปีรายดังกล่าว จึงรวบรวมพยานหลักฐานและขอศาลออกหมายจับ
ต่อมาเจ้าหน้าที่ได้รับข้อมูลว่า ผู้ต้องหาซึ่งพักอยู่ในพื้นที่ภาคเหนือกำลังเดินทางเข้ากรุงเทพมหานคร จึงติดตามตรวจสอบจนพบตัวที่สถานีกลางกรุงเทพอภิวัฒน์
หลังตรวจสอบบัตรประจำตัวประชาชนและข้อมูลตามหมายจับ เจ้าหน้าที่จึงแสดงหมายจับ แจ้งข้อกล่าวหา และแจ้งสิทธิตามกฎหมายให้ผู้ต้องหาทราบ ก่อนควบคุมตัวส่งพนักงานสอบสวนเจ้าของคดี
จากการสอบสวนเบื้องต้น ผู้ต้องหาให้การปฏิเสธข้อกล่าวหา โดยระบุว่าไม่เคยเปิดบัญชีธนาคารให้บุคคลอื่นนำไปใช้ และไม่ทราบว่าบัญชีของตนถูกนำไปเกี่ยวข้องกับการกระทำความผิดได้อย่างไร
ผู้ต้องหาอ้างว่าโทรศัพท์เครื่องเดิมเกิดความเสียหายและไม่ได้ใช้งาน ก่อนจะซื้อโทรศัพท์เครื่องใหม่และดำเนินการยืนยันตัวตนกับธนาคารเพื่อใช้งานระบบธุรกรรมผ่านโทรศัพท์มือถือ โดยไม่ทราบว่าบัญชีเดิมถูกอายัดหรือถูกนำไปใช้ในคดี
ด้านเจ้าหน้าที่ระบุว่า คำให้การดังกล่าวยังต้องตรวจสอบประกอบกับพยานหลักฐาน เส้นทางการเงิน ข้อมูลการทำธุรกรรม และบุคคลที่อาจเกี่ยวข้องเพิ่มเติม เพื่อให้ได้ข้อเท็จจริงที่ชัดเจน
ทั้งนี้ ผู้ถูกกล่าวหายังถือเป็นผู้บริสุทธิ์จนกว่าศาลจะมีคำพิพากษาถึงที่สุด และการดำเนินคดีจะต้องเป็นไปตามกระบวนการยุติธรรม
ตำรวจฝากเตือนประชาชนที่ซื้อสินค้าผ่านช่องทางออนไลน์ ควรตรวจสอบประวัติและความน่าเชื่อถือของร้านค้า อ่านความคิดเห็นจากผู้ซื้อจริง และตรวจสอบชื่อบัญชีรับโอนเงินให้ตรงกับข้อมูลของร้านค้า
หากสินค้ามีราคาถูกกว่าท้องตลาดอย่างผิดปกติ หรือผู้ขายพยายามเร่งรัดให้รีบโอนเงิน ควรหยุดตรวจสอบข้อมูลอย่างละเอียดก่อนตัดสินใจ เพื่อป้องกันการตกเป็นเหยื่อของมิจฉาชีพ
นอกจากนี้ ไม่ควรส่งมอบสมุดบัญชี บัตรเอทีเอ็ม รหัสผ่าน หรือข้อมูลการทำธุรกรรมให้บุคคลอื่น เนื่องจากบัญชีอาจถูกนำไปใช้รับหรือโอนเงินที่เกี่ยวข้องกับการกระทำผิด และเจ้าของบัญชีอาจถูกตรวจสอบหรือดำเนินคดีตามกฎหมายได้